“วันนอร์” ส่งสัญญาณชัด อาจจะมีการเปลี่ยน“หัวหน้าพรรค” เพื่อรักษาสถานะในพรรคร่วมรัฐบาล วันนี้รู้กันมาสักพักแล้วว่า“พรรคสีน้ำเงิน” ให้ความช่วยเหลือและดูแล“พรรคประชาชาติ” มาระยะหนึ่งแล้ว
KEY POINTS
- นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส่งสัญญาณผ่านจดหมายเปิดใจที่พาดพิงถึงความแตกแยกและยุบพรรค ซึ่งถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ
- ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายงบประมาณกระทรวงมหาดไทยและคดีฮั้ว สว. ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
- สัญญาณของนายวันนอร์อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัวหัวหน้าพรรคประชาชาติ เพื่อจัดระเบียบและรักษาสถานะของพรรคในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
จับตาสัญญาณจาก “วันนอร์” หลังโพสต์จดหมายเปิดใจ พาดพิงทั้งเรื่อง “แตกแยก-ยุบพรรค” ในจังหวะ “ทวี สอดส่อง” เปิดศึกอภิปรายงบ มท.และคดีฮั้ว สว. กระทบ “ภูมิใจไทย” จนถูกมองว่าอาจถึงเวลาต้องจัดระเบียบ “ประชาชาติ” เพื่อรักษาสถานะพรรคร่วมรัฐบาล
ท่าทีของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ที่โพสต์จดหมายเปิดใจถึงบทบาทในการทำงาน ถือว่ามีนัยสำคัญทางการเมือง
“วันนอร์” ระบุถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และบทบาททางการเมืองในเรื่องนี้ พร้อมระบุว่า “ไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคลว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร จะเป็น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ทักษิณ ชินวัตร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรืออนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีที่กล่าวถึงนี้ เราต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย”
แต่ดูเหมือนว่า สาระสำคัญในเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะไม่น่าสนใจเท่ากับช่วงท้ายของจดหมายที่ระบุถึงบทบาททางการเมือง ซึ่งดูจะซ่อน “ท่าที” บางอย่าง อันเป็นเหมือนจุดประสงค์ที่แท้จริงของจดหมายฉบับนี้
“วันนอร์” ระบุถึงความเป็นไปของ “พรรคประชาชาติ” ว่า ตัวเองยังคงทำหน้าที่สมาชิกและที่ปรึกษาพรรคการเมือง พร้อมให้คำปรึกษาเสมอ ไม่ได้ละทิ้งไปไหน แต่ที่ต้องสะดุดคือ มีการพูดถึงเรื่อง “แยกแตก” และเรื่อง “ยุบ”
“การบริหารหลักเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค พรรคจะเติบโต ก้าวหน้า แตกแยก หรือถูกยุบ เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกโดยรวม จะไม่มีการพูดเอาดีใส่ตัว โยนปัญหามั่วๆ ให้คนอื่น”
ทำไมอยู่ๆ “วันนอร์” จึงพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววแต่อย่างใด อาจจะมีการวิเคราะห์กันบ้าง แต่เป็นคำถามที่เกิดขึ้นมานาน และเรื่องก็ซาลงไปแล้ว
หากดูจังหวะเวลาที่ “วันนอร์” เลือกโพสต์จดหมายเปิดใจ เกิดขึ้นในช่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 3
ขณะเดียวกัน ยังโพสต์ภายหลังจากที่ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ลุกขึ้นอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในส่วนของ“กระทรวงมหาดไทย”
การอภิปรายของ “ทวี” นอกจากวิพากษ์วิจารณ์การจัดงบของกระทรวงมหาดไทยแล้ว เนื้อหาการอภิปรายยัง “ร้อนแรง” ราวกับ “ฝ่ายค้าน” ทั้งที่ “พรรคประชาชาติ” เป็น “พรรคร่วมรัฐบาล”
“ทวี” ประกาศกลางสภาว่า “ผมค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับการจัดงบของกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ เพราะผมส่งเสริมการกระจายอำนาจ ต้องการให้รัฐรวมศูนย์เล็กลง ต้องการให้ชุมชนท้องถิ่นใหญ่ขึ้นเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น การลดงบกลุ่มจังหวัดโดยอาศัยความรู้สึกหรือความเข้าใจโดยไม่ทำการศึกษาวิจัย ผมคิดว่ามีปัญหา จึงอยากให้มีการทบทวนในอนาคต”
ไม่เพียงเท่านั้น “ทวี” ยังมีท่าทีเหมือน “แนวร่วมฝ่ายค้าน” แฉลบไปเรื่อง สว. ทั้งที่เป็นเนื้อหาที่ “พรรคภูมิใจไทย” ไม่ต้องการให้มีการหยิบมาอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงโดยตรง หรือแบบเฉี่ยวๆ ก็ตาม
“กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจแตะกับฝ่ายนิติบัญญัติ เราไปเขียนในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเรื่อง สว. การจะมาเป็น สว.เลือกกันเอง ระดับอำเภอให้นายอำเภอเป็น ระดับจังหวัดให้ผู้ว่าฯ เป็น ดังนั้น ถ้านายอำเภอ ผู้ว่าฯ ไม่ได้ร่วมกับการทุจริตหรือฮั้วด้วย ไม่มีสิทธิ์จะขึ้นมาได้ ซึ่งผมไม่ได้กล่าวหา แต่ระบบกฎหมายเป็นแบบนั้น การเป็นกลุ่มพลีชีพเข้ามาเป็นหมื่นๆ คนในแต่ละจังหวัด แล้วอำนาจอยู่ที่นายอำเภอกับผู้ว่าฯ”
การอภิปรายของ “ทวี” เป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจให้กับพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างมาก เพราะ
1. การอภิปรายกระทรวงมหาดไทยรุนแรง และตำหนิคนจัดทำงบ ซึ่งเท่ากับพุ่งเป้าไปที่ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะ “รมว.มหาดไทย”
2.การนำเรื่องคดีฮั้ว สว. มาพาดพิงกลางสภา เหมือนตบหน้าทั้ง “เสี่ยหนู” และ “พรรคภูมิใจไทย”
นอกจากนี้ “ทวี” ยังลุกขึ้นอภิปรายในส่วนของ “กระทรวงยุติธรรม” โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในเรื่องคดีฮั้ว สว. ทั้งที่ไม่ได้มีคิว จนปะทะคารมกับ “ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ ทีมกฎหมายพรรคสีน้ำเงิน
แน่นอนว่า “วันนอร์” ย่อมรู้ว่า วันดังกล่าว “ทวี” มีคิวขึ้นอภิปราย และรู้ว่าจะอภิปรายกระทรวงมหาดไทยในเนื้อหาที่มีความสุ่มเสี่ยงจะสร้างความไม่พอใจให้กับ “พรรคสีน้ำเงิน” ได้ ดังนั้น จึงเตรียม “จดหมาย” ฉบับนี้ออกมา เพื่อแสดงว่าไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของ “ทวี”
เรื่องการ “แยก” และ “ยุบ” ก็อาจจะหมายถึง “ทวี” ที่ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างเร็วๆ นี้
“ทวี” เองแม้จะเป็นหัวหน้าพรรค หากแต่ใครต่อใครต่างรู้ว่า “เจ้าของพรรคตัวจริง” คือ “วันนอร์”
ขณะเดียวกัน “ทวี” มาอยู่ตรงนี้ได้ เพราะมี “ทรัพยากร” มาสนับสนุนให้พรรค หากแต่ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับพรรคเท่าไร เพียงแต่ “สมประโยชน์”
ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเองก็ไม่พอใจ “ทวี” ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้ง ในขณะที่ “วันนอร์” เองก็กระอักกระอ่วนใจ แต่ยังทำอะไรไม่ได้ เป็นเหตุให้ “ทวี” ทำตัวราวกับ “รัฐอิสระ” มาตลอด
“พรรคสีน้ำเงิน” เองเข้าใจ “วันนอร์” ดีว่าไม่สามารถคุม “ทวี” ได้ และมองว่า “คนข้างหลัง” ของ “ทวี” ที่แท้จริงคือ “ผู้มากบารมี” ใน “พรรคเพื่อไทย” มากกว่า
นอกจากลูกชายที่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยแล้ว “ทวี” เองก็มีความสนิทกับ “ผู้นำจิตวิญญาณ” ของพรรคสีแดง โดยเฉพาะในช่วงนั่ง รมว.ยุติธรรม
ดูแล้วครั้งนี้น่าจะเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ซึ่ง “พรรคประชาชาติ” น่าจะกำลังมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น หลัง “วันนอร์” ส่งสัญญาณชัด อาจจะมีการเปลี่ยน“หัวหน้าพรรค” เพื่อรักษาสถานะในพรรคร่วมรัฐบาล
วันนี้รู้กันมาสักพักแล้วว่า“พรรคสีน้ำเงิน” ให้ความช่วยเหลือและดูแล“พรรคประชาชาติ” มาระยะหนึ่งแล้ว





