วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

'ภคมน' แฉ โกงสอบท้องถิ่น โควตา'เด็กนาย' ไม่จ่ายสักบาท ใต้เยอะสุด

'ภคมน' แฉ โกงสอบท้องถิ่น โควตา 'เด็กนาย' ไม่ต้องจ่ายสักบาท - พบนามสกุลเดียวกับ 'ผู้ว่าฯนครศรีฯ' ก่อนถูกเพิกถอน หวั่นกระบวนการตัดตอน

ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีการทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า ตนเองเคยเปิดเผยข้อมูลเรื่องโควตาเด็กนาย ซึ่งไม่ได้คิดพูดขึ้นมาเอง แต่เป็นความเข้าใจของกลุ่มคนจำนวนหลักพันคน ที่อยู่ในกระบวนการโกงสอบท้องถิ่น ซึ่งคนเหล่านี้ คนที่ให้ข้อมูลกับตนเองมานั้น มีเอกสารชัดเจนว่า คนเหล่านี้ไม่ได้จ่ายเงินในหลัก 300,000 - 700,000 บาท ตามที่สาธารณะรู้ แต่มาในโควตาของเด็กนาย แทบไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเก้าอี้เลย แต่ก็ได้รับการบรรจุเช่นเดียวกัน ซึ่งได้มีการเปิดข้อมูลในที่สาธารณะ มีจังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้สอบที่มีนามสกุลเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัดในรอบแรก และรอบต่อมามีการถอนชื่อบุคคลทั้งสองคนที่สอบผ่านในรอบแรก

เท่ากับว่าสองคนนี้ ผ่านการบรรจุเข้ามาด้วยการโกง ซึ่งมีการถอนไป ทำให้ตนเองตั้งคำถามต่อไปว่า โควตาเด็กนายเหล่านี้ นี่แค่จังหวัดแรกสามารถโยงไปถึงผู้ว่าฯ ได้ และจังหวัดอื่นก็มี ภาคอีสานก็มี แต่ภาคใต้เยอะที่สุด

ดังนั้น เด็กนายเหล่านี้ที่จะโตไปเป็นข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวงของรัฐบาลชุดนี้ เราจะยินยอมได้อย่างไร วันนี้มีการสอบผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชคนนั้นหรือไม่ ที่ปล่อยให้มีคนนามสกุลเดียวกัน เข้ามาโกงสอบทุจริตท้องถิ่น และอยากถามว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ ที่คนนามสกุลเดียวกับผู้ว่าฯ สอบผ่านสองคน และรอบที่สอง กลับถูกเพิกถอน ดังนั้น หน้าที่ของ สถ. และรัฐบาลคือการสืบหาความจริง

อย่างไรก็ตาม ในโควตาเด็กนาย มีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่ามีจำนวนหลัก 10 คน ที่มีรายชื่อสมัครสอบ แต่ไม่ได้ไปสอบ และสุดท้ายเมื่อมีการบรรจุ ก็มีรายชื่อบรรจุรับราชการ และคนเหล่านี้ไม่ถูกเพิกถอน เพราะไม่ได้มีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ซึ่งกระดาษอาจถูกทำให้สอบผ่านตั้งแต่แรก ถือเป็นการทุจริตหลายชั้นมาก ข้อมูลที่มีวันนี้เรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะขยายผลไปถึงตัวใหญ่ได้จริงหรือไม่ เพราะมีการเชื่อมโยงกันหมด และหากคนที่มีหน้าที่โดยตรงไม่ขยายผล ก็เป็นหน้าที่ของ สส. และฝ่ายค้านที่จะนำข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่เวทีในการตรวจสอบต่อไป

ขณะการพิจารณาของกมธ. มีการติดต่อทั้งคนที่สอบ และถูกเพิกถอน ซึ่งบุคคลเหล่านี้รวมตัวกัน 10 กว่าคน พร้อมมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ และเราจำเป็นที่จะให้ตัวแทนของสถ. หรือ มท.4 มาเจอกับคนกลุ่มนี้ เพื่อให้คำสัญญาว่าเขาได้รับความเป็นธรรม

เมื่อถามว่า มีนักการเมืองอื่นที่ไม่ใช่ผู้ว่าฯ หรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า พื้นที่ที่มีเด็กนายมากที่สุด คือพื้นที่ภาคใต้ และพื้นที่ดังกล่าว หากสันนิษฐานก่อนหน้านี้ ย้อนกลับไปเรามีเลขารัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมที่ออกไป โดยเมื่อลาออก เรื่องก็เงียบ อย่าตัดตอนข้อเท็จจริง ข้อมูลที่เรามีเด็กนายเหล่านี้ วิ่งเข้าเส้นนี้หมดเลย

ดังนั้น การจะตัดตอนบุคคลนี้ให้หายไปไม่ได้ หากคนที่หายไปจะกลายเป็นว่า เส้นที่โยงไปสู่รัฐมนตรีคมนาคมในขณะนี้ จะไม่มีคำตอบ ตอนนี้ไม่ได้กล่าวหาว่านายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวข้อง แต่นายพิพัฒน์ เกี่ยวข้องกับเลขาฯ คนที่ลาออกอย่างแน่นอน ดังนั้น จะต้องมีความรับผิดชอบ และการพิสูจน์ข้อเท็จจริงบางอย่าง จึงไม่ควรตัดตอนบุคคลให้หายไป เพราะข้อเท็จจริงก็จะหายไปด้วย