วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

โค้ดลับ นิติสงคราม ‘229-44’ ‘น้ำเงิน-ส้ม’ ใครอยู่-ใครไป?

“โค้ดลับ” กลางสภาฯ มองเผินๆ อาจเป็นเพียง “คอนเทนต์” ที่ปั่นกระแสสร้างไวรัลในโซเชียล ทว่าหากมองในมิติการเมือง สะท้อนถึง “ศึกนิติสงคราม” ที่ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากใส่กัน

KEY POINTS

  • โค้ด ‘229-น้ำเงิน’ หมายถึง คดีที่พรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) และเครือข่าย 229 คน อาจถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง สว. ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบพรรค
  • โค้ด ‘44-ส้ม’ หมายถึง คดีที่ 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน-สีส้ม) ถูกตรวจสอบจริยธรรมจากการเสนอแก้มาตรา 112
  • สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็น "นิติสงคราม" ที่ทั้งสองฝ่ายใช้คดีความโจมตีกันทางการเมือง โดยมีการชูป้ายสัญลักษณ์ตอบโต้กันในสภา
  • ฝ่ายสีน้ำเงิน (ภูมิใจไทย) กำลังรอคำชี้ขาดจาก กกต. ในวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งจะเป็นจุดตัดสินว่าจะถูกส่งฟ้องและเสี่ยงถูกยุบพรรคหรือไม่
  • ฝ่ายสีส้ม (พรรคประชาชน) มี สส. ปัจจุบัน 10 คน รวมถึงหัวหน้าพรรค ที่อยู่ในคดี 44 สส. ซึ่งหากถูกตัดสินว่าผิด อาจต้องพ้นจากตำแหน่งและทำให้จำนวน สส. ของพรรคลดลง
  • บทสรุปของ "นิติสงคราม" ครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าฝ่ายใดจะอยู่รอดทางการเมือง (ใครอยู่) และฝ่ายใดจะต้องพ้นจากเวทีการเมืองไป (ใครไป)

ภาพ สส.พรรคประชาชน นำป้ายระบุเลข “229” พื้นหลังเป็นสีน้ำเงิน ตั้งเป็นพร็อพ ระหว่างอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ. 2570 ช่วงค่ำวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา ถูกตีความไปถึงตัวเลขของ สส. สว. รวมถึงเครือข่ายสีน้ำเงินที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.

จำนวนนี้รวมไปถึง “บิ๊กคีย์แมน” ทั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่สีน้ำเงิน

คืนวันเดียวกัน “สส.ภูมิใจไทย” ย้อนศรกลับขึ้นป้ายตัวเลข “44” โดยมีพื้นหลังเป็นสีส้ม ตั้งเป็นพร็อพระหว่างอภิปราย จนถูกเชื่อมโยงไปที่ “คดี 44 สส.” อดีตพรรคก้าวไกล ที่ถูกตรวจสอบจริยธรรมกรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

“โค้ดลับ” กลางสภาฯ ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกัน หากมองเผินๆ อาจเป็นเพียง “คอนเทนต์” ของกลุ่ม สส.รุ่นใหม่ ที่ปั่นกระแสสร้างไวรัลในโซเชียล

ทว่าหากมองในมิติการเมืองเชิงลึก แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึง “ศึกนิติสงคราม” ที่ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากใส่กันในเวลานี้อย่างชัดเจน

“ฝั่งน้ำเงิน” กำลังเผชิญวิบากกรรมจาก “คดีโกง สว.” และถูกจับตาว่า “จุดตัด” ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะชี้ขาดออกมาในทิศทางใด

หาก กกต.ยึดตามคณะอนุกรรมการไต่สวนและสืบสวน ชุดที่ 26 ที่เห็นควรให้ “ส่งฟ้อง” ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ไม่เพียงแต่จะส่งผลไปถึง “ชะตากรรม” ทางการเมืองของบรรดา “บิ๊กคีย์แมน” รวมถึงเครือข่าย แต่อาจหมายรวมไปถึงฉากทัศน์ที่เลวร้ายกว่านั้น นั่นคือการยื่น “ยุบพรรค” ภูมิใจไทยอีกด้วย

โค้ดลับ นิติสงคราม ‘229-44’  ‘น้ำเงิน-ส้ม’ ใครอยู่-ใครไป?

ในทางตรงกันข้าม หาก กกต.ยึดตามอนุฯ ชุดที่ 36 ซึ่งมีมติ 5:2 เสียง “หักมติ” อนุฯ ชุดที่ 26 โดยให้ “ยกคำร้อง” ทั้ง 229 คน ชี้ว่า “ไม่มีความผิด” ไม่เพียงแต่จะเป็นการ “ปล่อยผีคดีโกง” แต่ยังตัดตอนไปสู่การยุบพรรคอีกด้วย

ขณะที่ “ฝ่ายส้ม” ซึ่งกำลังโชว์ฟอร์ม “แกนนำพรรคฝ่ายค้าน” อย่างขมักเขม้น ในการปลุกแนวร่วมทั้งในและนอกสภาฯ ขยี้ “ซีรีส์มหาโกง” ภาคต่างๆ พุ่งเป้าไปที่ “เส้นสาย” โยงใย และ “คอนเน็กชัน” ภายในอนุฯ ชุดที่ 36 ตั้งข้อสังเกตไปที่ความใกล้ชิดกับ “แกนนำพรรคภูมิใจไทย” เสมือนเป็นการสปอย “ตอนอวสาน” ซีรีส์โกง สว. ที่อาจจบแบบ “น้ำเงินแฮปปี้เอนดิ้ง”

ทว่าต้องไม่ลืมว่า “ฝ่ายส้ม” เอง จนถึงเวลานี้ก็ยังมีบ่วงนิติสงคราม คือ “คดี 44 สส.” อดีตพรรคก้าวไกล ที่ค้างคาอยู่ในกระบวนการ จำนวนนี้รวมไปถึง “คีย์แมนส้ม” ทั้ง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค รวมถึง สส.พรรคประชาชนในปัจจุบันรวม 10 คน

ตามไทม์ไลน์ หลังวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไว้พิจารณา พร้อมมีคำสั่งให้ สส.ปัจจุบันไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ขณะเดียวกัน ศาลได้กำหนดกรอบเวลาการสืบพยานยาวไปจนถึงปี 2570 แบ่งเป็น “ฝั่ง ป.ป.ช.” ในฐานะผู้ร้อง 9 ปาก รวม 4 นัด โดยเริ่มสืบพยานปากแรกไปเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา

โค้ดลับ นิติสงคราม ‘229-44’  ‘น้ำเงิน-ส้ม’ ใครอยู่-ใครไป?

ส่วนฝั่ง “44 อดีต สส.” ในฐานะผู้คัดค้าน จำนวน 60 ปาก รวม 17 นัด โดยจะเริ่มสืบพยานปากแรกในวันที่ 3 พ.ย. ปีนี้ และนัดไต่สวนปากสุดท้ายในวันที่ 18 พ.ค. 2570 หลังจากนั้น ศาลจึงจะนัดวันฟังคำพิพากษา ทำให้ “คดีส้ม” จากเดิมถูกจับตาว่าจะถูก “ปิดจ๊อบ” ภายในปีนี้ เป็นอันยืดเยื้อออกไปถึงกลางปีหน้า

ขณะที่ “เกมดุลอำนาจ” บนกระดานการเมือง ท่ามกลาง “ศึกนิติสงคราม” ที่กำลังเปิดฉากใส่กันในเวลานี้ มีการจับตาว่า หากฉากทัศน์ส้มออกมา “เป็นลบ” อาจเกิดจุดพลิก “สมการเปลี่ยน”

เนื่องจาก “10 สส.” พรรคประชาชนในปัจจุบัน แบ่งเป็น “8 สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ที่เสี่ยงถูกตัดออกจาก “วงจรการเมือง” โดยไม่มีการเลื่อนลำดับขึ้นมาแทน เพราะเป็น สส.พรรคก้าวไกลที่ถูกยุบไปแล้ว ขณะที่อีก “2 สส.” เป็น สส.เขต สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมได้

ฉะนั้น ภายใต้ศึกนิติสงคราม “น้ำเงิน-ส้ม” ที่กำลังสะท้อนภาพ “เกมชิงไหวชิงพริบ” ต่างฝ่ายต่าง “ซ่อนไพ่ลับ” เพื่อรอจังหวะ “รุกฆาต” ในเวลานี้ จึงต้องจับตากันถึงที่สุดว่า ใครจะ “อยู่” หรือใครจะต้อง “ไป”