วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

กต. เตรียมใช้เวที ‘เจนีวา’ จี้ กัมพูชา รับผิดชอบ ‘ออนไลน์สแกม’

กต. พร้อมโต้ กัมพูชา ใช้เวที ฝรั่งเศล กล่าวหาไทย เตรียมจัดเวทีคู่ขนานที่ ‘เจนีวา’ ก.ย.นี้ แลกเปลี่ยน ‘ความรับผิดชอบของรัฐ’ แก้ปัญหา ‘ออนไลน์สแกม’

7 ก.ย.ที่ พื้นที่โอร์เสม็ด ใกล้กับจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อําเภอ
กราบเชิง จังหวัดสุรินทร์ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา นำคณะผู้สังเกตุการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (AOT) ลงพื้นที่ฐานสแกมเมอร์ เมืองโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ชายแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ว่า การลงพื้นที่ในวันนี้มีความสำคัญและมีประโยชน์ เพราะจากการลงพื้นที่เมื่อครั้งก่อน เรามีรายละเอียดเพิ่มเติมที่จะสะท้อนให้กับสื่อต่างประเทศเป็นการเฉพาะ รวมทั้งสะท้อนกลับประชาคมระหว่างประเทศ 

โดยตั้งแต่ปีที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดการประชุมสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เมื่อ ธ.ค.68 โดยไม่ได้มีการนิ่งนอนใจและได้มีการประชุมกับประเทศอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป และยังมีอีกหลายวงประชุมระหว่างประเทศ

สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ จะได้ข้อมูลการปฎิบัติการของกลุ่มสแกม เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าฝ่ายรัฐไม่รับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ดังกล่าว โดยในเดือน ก.ย.นี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญในเรื่องนี้โดยมี คณะผู้แทนไทยถาวรประจำกรุงเจนีวา จัดกิจกรรมคู่ขนาน เพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นความรับผิดชอบของรัฐ ในการแก้ปัญหาออนไลน์สแกม 

พร้อมย้ำว่าการหยุดยิง ไม่ได้หมายความว่าแนวชายแดนจะมีความมั่นคง เราต้องเก็บกู้ทุนระเบิด พร้อมทั้งการต่อต้านออนไลน์สแกมตามถ้อยแถลงร่วมซึ่งยังมีอีกหลายข้อที่ยังไม่สามารถปฏิบัติได้จริง

ส่วนกรณีที่กัมพูชาจะใช้เวทีที่ฝรั่งเศส พูดถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นางมาระตี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศสได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่า ไทยไม่มีล็อบบี้ ไม่มีบังคับ ไม่มีโน้มน้าว ประเทศที่ 3 ที่เป็นสมาชิกของกรอบ OIF หรือ ประเทศที่พูดภาษาฝรั่งเศส ห้ามหยิบยกประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นมาพูดบนเวทีดังกล่าว

อีกทั้งตอนที่ผู้นำของไทยและกัมพูชาพบกันในการประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งในถ้อยแถลงร่วมฯ จะต้องหยุดการยั่วยุ ผ่านการพูดบนเวทีระหว่างประเทศที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายหรือวาระของการประชุมของเวทีนั้นๆ ดังนั้นทูตไทยจึงไม่จำเป็นต้องไปล็อบบี้ประเทศอื่นให้ อีกทั้งประเทศไทยก็ไม่ได้เป็นสมาชิก OIF แต่เป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ ซึ่งจะติดตามแน่นอน 

พร้อมย้ำว่าคนไทยไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ว่าจะเวทีใดก็ตามที่มีการกล่าวหาประเทศไทย ถ้าไทยเป็นสมาชิก และสามารถใช้เวทีนั้นชี้แจงได้ ก็จะทำในตอนนั้นเลย แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ ก็จะออกเป็นข่าว เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง