สภาฯ ป่วน ปมญัตติไฟใต้ หลัง “อภิสิทธิ์” ชงญัตติเรียกนายกฯ มาสภาฯ ฝ่ายค้านฉุนถูกตีรวน “รังสิมันต์" จวก “มัลลิกา” ดึงดราม่า ยื้อเวลาสภาฯ ถกรายงาน กกต. ก่อนประกาศตัดญาติ
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม หลังจากที่แก้ปัญหาระบบลงคะแนนที่มีปัญหาแล้วเสร็จ ได้กลับมาเปิดประชุมอีกครั้ง และได้เข้าสู่การลงมติว่าจะพิจารณาญัตติด่วน ที่เสนอโดย นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้สภาฯ พิจารณาต่อปัญหาความขัดแย้งชายแดนภาคใต้ เพื่อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ซึ่งมติเสียงข้างมาก 266 เสียงเห็นชอบ ต่อ 108 เสียงจากนั้น น.ส.มัลลิกา ได้สอบถามว่า จะมีสมาชิกที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาอีกหรือไม่ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกสอบถามถึงการเสนอญัตติเป็นหนังสือที่เป็นประเด็นเดียวกัน และอภิปรายว่า เมื่อญัตติดังกล่าวที่สภาฯ ให้ความสำคัญ จึงเสนอญัตติ ให้สภาฯ มีมติ ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจง
ทั้งนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จะชี้แจงว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังการอภิปราย เพราะให้ความสำคัญกับญัตติและให้เกียรติสภา แต่บรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปอย่างวุ่นวาย เพราะ สส.พรรครัฐบาล ไม่ยอมรับต่อการเสนอญัตติของนายอภิสิทธิ์ และมองว่าทำไม่ได้ตามข้อบังคับเพราะเป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติ อย่างไรก็ดีช่วงหนึ่ง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกเสนอญัตติว่า ขอให้มีการมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมสภาฯ เพื่อรับฟังการอภิปราย
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ทักท้วงว่าการเสนอญัตติไม่มีอะไรที่ผิดข้อบังคับ เพราะในญัตติที่ตนได้ทำเป็นหนังสือ ได้ระบุชัดเจนในตอนท้ายว่าให้นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพราะไม่ใช่แค่การอภิปราย แต่ยังมีประเด็นที่เกี่ยวกับนโยบาย ทำให้ น.ส.มัลลิกา ได้วินิจฉัยตอนหนึ่งและได้อ้างถึงการโหวตในญัตติก่อนหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านแสดงเจตนาถอนญัตติให้ประชุมตามระเบียบวาระแต่มีเงื่อนไข แม้จะขอถอนภายหลังแต่ติดเทคนิค
“พูดตรงๆ ถ้าทำงานด้วยกัน อย่าเล่นการเมืองเยอะ วันนี้จะมีญัตติด่วนหรือไม่” น.ส.มัลลิกา วินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศประชุมยังดำเนินต่อไปด้วยความวุ่นวาย โดยในช่วงหนึ่ง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า "ท่านประธานอย่าดึงดราม่า อย่าพยายามดึงเวลาไปกว่านี้ อย่าเอาข้อความเท็จมาพูดในสภา ดังนั้นขอให้เดินหน้า อย่าดึงดราม่า ขอให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้”
ทำให้ น.ส.มัลลิกา ตอบโต้ว่า “คุณหมิ่นประมาทพี่นะ พี่ไม่ได้ดึงเวลา อยากให้การประชุมเป็นไปด้วยดี” ทำให้ นายรังสิมันต์ กล่าวขึ้นว่า “ประธานมีสิทธิฟ้อง อย่ามาเรียกว่าพี่ พฤติกรรมแบบนี้ผมไม่นับเป็นญาติ” โดยน.ส.มัลลิกา ตอบกลับว่า “ก็ได้นะ ด้วยความจริงที่อยากให้ทุกฝ่ายคุยกันให้ด้วยดี ไม่อยากมีปัญหาในที่ประชุม ไม่ได้ว่าดึง”
อย่างไรก็ดีมีความพยายามของ สส.ที่เสนอความเห็นเพื่อให้การประชุมกลับมาสู่ประเด็นที่พิจารณา คือ ญัตติที่เสนอโดยนายอภิสิทธิ์ และนายกรวีร์ แต่ก่อนที่จะได้ข้อยุติ นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ลุกทักท้วงต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนายรังสิมันต์ และขอให้ประธานวินิจฉัย ทำให้ น.ส.มัลลิกา กล่าวขึ้นว่า “จะขอโทษหรือไม่” ทำให้ นายรังสิมันต์ กล่าวตอบว่าใครจะรับเป็นน้องก็รับไป หากจะให้ถอน ที่บอกว่า ดึงดราม่า ไม่มืออาชีพ หากสภาฯ อ่อนไหวกับคำพูดดังกล่าว สิ่งที่ตนนำเสนอในสภา เป็นความจริง สิ่งที่ควรมีคือ พูดอย่างมืออาชีพ เป็นสส.กี่สมัย แล้วมาเรียกชื่อเล่นในสภาฯ ไม่ใช่เป็นร้านอาหารที่พูดเล่นคุยสนุก สิ่งที่ทำตอนนี้มีเรื่องเดียว คือ ประวิงเวลาไม่ให้เรื่องที่กระทบต่อรัฐบาลเข้าสู่วาระพิจารณาทำให้ น.ส.มัลลิกา ยกคำพูดนายรังสิมันต์ที่ถอดเทปมาอ่าน แล้วกล่าวว่า “ไม่ได้ดึงดราม่า สิ่งที่เถียงกันไปมา พยายามทำให้เรียบร้อย ถ้าไม่ขอโทษ ไม่ได้ว่าอะไร ไม่นับเป็นพี่น้อง ก็ยินดี หากคนเป็นพี่น้อง จะขอโทษและให้อภัย หากไม่ขอโทษ ไม่ต้องนับญาติกัน” ทำให้นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “ด้วยความยินดี” จากนั้น น.ส.มัลลิกา กล่าวตอบว่าขอให้จำไว้ วันนี้ถือว่าการประชุมเดินมาช้า ขอเข้าการประชุม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และให้นายซาการียา นำเสนอญัตติ




