เจาะลึก “หมอเอก” โทรโข่งคนใหม่สายบู๊ “อนุทิน” ตั้งรับในสถานการณ์สู้รบ “โต้ง-แบด-แชมป์” ก๊กลูกเทพทีมแบ็กอัพ
เส้นทาง “เอกภพ เพียรพิเศษ” หมอบ้านนอกสู่บ้านใหญ่ “ติยะไพรัช” ชีวิตพลิกผันเป็น สส.เชียงราย จากค่ายส้ม ก่อนย้ายสู่ค่ายน้ำเงิน
วันที่ 1 ก.ย. 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยหวังปรับรูปแบบการแถลงข่าว เน้นที่เนื้องานของรัฐบาล ไม่เน้นการเมือง
ในที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า จะมีการเสนอชื่อ “หมอเอก” นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ อดีต สส.เชียงราย มาดำรงตำแหน่งโฆษกฯ แทน รัชดา ธนาดิเรก ที่จะไปรับตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อดูแลงานกลุ่มสตรีในเขตภาคใต้
แม้นายกฯอนุทิน จะย้ำว่า หน้าที่ “โทรโข่ง” คนใหม่เน้นเนื้องานรัฐบาลไม่ยุ่งการเมือง แต่ก็ต้องยอมรับว่า รัฐบาลอนุทิน 2 เดินสะดุด ชาวบ้านร้านตลาดไม่ปลื้ม ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการสื่อสารที่ขาดมิติทางด้านการเมือง
มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ มือการเมืองของครูใหญ่บุรีรัมย์ที่ประจำการอยู่ทำเนียบรัฐบาล ได้มองเห็นจุดอ่อนด้านการสื่อสาร จึงเสนอให้เปลี่ยนทีมโฆษกรัฐบาลยกชุด
นอกจากการตั้ง “หมอเอก” เป็นโฆษกรัฐบาลคนใหม่ มือการเมืองครูใหญ่กำลังทาบทาม “พิธีกรทีวี” ชื่อดังมานั่งจัดรายการเฉพาะกิจนายกฯพบประชาชน
ว่ากันว่า พิธีกรทีวีคนดังกล่าว เป็นนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่มีเอฟซีทั้งประเทศ และเริ่มเข้ามามีบทบาททางการเมืองระดับหนึ่ง
หากดีลดึง “กูรูข่าว” ลงตัววันใด จะเป็นการเปิดเกมรุกด้านสงครามข่าวสารครั้งใหญ่ของนายกฯอนุทิน และค่ายน้ำเงิน
หมอบ้านนอกสู่หมอช้างศึก
เส้นทางชีวิต นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จบแพทย์เฉพาะทาง (เวชศาสตร์ครอบครัว) ก็เข้ารับราชการเป็นแพทย์ในพื้นที่ จ.เชียงราย ตั้งแต่ปี 2544
“หมอเอก” ประจำการอยู่ที่โรงพยาบาล อ.เทิง จ.เชียงราย 9 ปี ก่อนจะย้ายมาที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เปลี่ยนไปทำงานใน รพ.เอกชนที่เชียงรายอีก 2 แห่ง และประจำโรงเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 1 ปี
ระหว่างที่ “หมอเอก” เป็นศัลยแพทย์กระดูกประจำอยู่โรงพยาบาล อ.เทิง จ.เชียงราย มีใจรักกีฬาลูกหนัง ถึงขนาดขอหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างสนามบอลหลังโรงพยาบาล ให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ได้มีโอกาสฝึกซ้อม รวมถึงพาไปแข่งขันในต่างอำเภอ
ปี 2552 “ฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด จดทะเบียนเป็นบริษัท เชียงราย ยูไนเต็ด คลับ จำกัด ตามกฎของสมาคมฟุตบอลฯ ต้องมีแพทย์ประจำทีม เสี่ยฮั่น จึงชวน “หมอเอก” เข้ามาร่วมงานใต้ชายคาบ้านใหญ่ “ติยะไพรัช”
ช่วงหนึ่ง มิตติ ติยะไพรัช เป็นคณะกรรมการพัฒนาและบริหารฟุตบอลทีมชาติไทย ของสมาคมฟุตบอลฯ จึงหนีบ “หมอเอก” ไปเป็นแพทย์ประจำทีมชาติไทย และได้ฉายา “หมอช้างศึก” อยู่ 2-3 ปี
ชะตากรรมงูเห่าสีส้ม
ปลายปี 2561 “หมอเอก” ตัดสินใจอำลาสนามบอลไปสู่สนามการเมือง เมื่อวันหนึ่งได้เห็น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกรายการโทรทัศน์แสดงวิสัยทัศน์เรื่องการเมืองใหม่ เขาจึงยื่นโปรไฟล์ส่วนตัวลงในเว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่
การเลือกตั้ง สส.เชียงราย ปี 2562 สำหรับเขต 1 อ.เมืองเชียงราย ไม่มีสื่อสำนักไหนสนใจผู้สมัครหน้าใหม่อย่าง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ในสีเสื้อพรรคอนาคตใหม่
เนื่องจากเวลานั้น มีตัวเต็ง 2 คนคือ สามารถ แก้วมีชัย อดีต สส.เชียงราย 4 สมัย พรรคเพื่อไทย และรัตนา จงสุทธานามณี อดีตนายกอบจ.เชียงราย พรรคพลังประชารัฐ
ผลการเลือกตั้ง พ.ศ.นั้น “หมอเอก” หักปากกาเซียนเอาชนะสามารถ แก้วมีชัย และรัตนา จงสุทธานามณี เป็นผู้แทนฯหน้าใหม่แบบเหลือเชื่อ
แถมยังมีเซอร์ไพรส์ที่เขต 6 (อ.แม่สาย, อ.เชียงแสน และ อ.ดอยหลวง) พีรเดช คำสมุทร พรรคอนาคตใหม่ เฉือนชนะอิทธิเดช แก้วหลวง อดีต สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย แค่ 200 แต้ม
ก๊กลูกเทพแบ็กอัพ
ต้นปี 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ สส.สีส้มไปต่อกับพรรคก้าวไกล รวมถึง 2 สส.เชียงราย ยกเว้น สส.เขตและบัญชีรายชื่อจำนวน 9 คนที่เลือกไปสังกัดพรรคอื่น
ช่วงปี 2564 พรรคก้าวไกล ต้องเผชิญกับปัญหางูเห่าสีส้มอีกรอบ โดยมี คารม พลพรกลาง สส.บัญชีรายชื่อ ขวัญเลิศ พานิชมาท สส.ชลบุรี พีรเดช คำสมุทร สส.เชียงราย และเอกภพ เพียรพิเศษ สส.เชียงราย โหวตสวนมติพรรคหลายครั้ง แกนนำสีส้มจึงใช้วิธีการ “ดองงูเห่า” แทนการขับออกจากพรรค
ช่วงนั้น “หมอเอก” ไม่โต้ตอบใด ๆ พอเข้าสภาฯก็ไปทำงานกับยังบลัดสีน้ำเงิน “โต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ รวมถึงสองพี่น้องจากอ่างทอง “แบด” ภราดร ปริศนานันทกุล และ “แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล
เฉพาะแชมป์-กรวีร์ นั้นมีความคุ้นเคยกับ “หมอเอก” เป็นอย่างดี เพราะสมัยที่ สส.แชมป์รักษาการเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ก็เจอกับหมอเอกในฐานะหมอทีมชาติอยู่บ่อย ๆ
เมื่อเลือกตั้งปี 2566 “หมอเอก” จึงสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทยลงสนาม และพยายามชี้แจงกับคนเชียงรายว่า ตัวเขาไม่เห็นด้วยกับ “ม็อบสามนิ้ว” ที่ใช้ความรุนแรง และไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ไข ม.112
อย่างไรก็ตาม “หมอเอก” สอบตกตามคาด เช่นเดียวกับ “งูเห่าสีส้ม” ที่สอบทั้งประเทศ
การเลือกตั้งปี 2569 “หมอเอก” จึงย้ายไปลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 35 แต่คะแนนไม่ถึง จึงไม่ได้เป็น สส.สมัยที่ 2
ปี 2567 พรรคภูมิใจไทย มีการปรับโครงสร้างพรรคใหม่ โดยดัน “เจนใหม่บ้านใหญ่” ขึ้นมาเป็นกรรมการบริหารพรรค “หมอเอก” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คหมอเอก Ekkapob Pianpises แสดงความยินดีกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
“ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับคนเหล่านี้ เพราะการเป็น #งูเห่า” และยังโพสต์ภาพห้องสภาฯ ที่มีตัวเขานั่งประชุมร่วมกับ สส.เจนใหม่อย่างโต้ง สิริพงศ์ แบด ภราดร และแชมป์ กรวีร์
ไม่น่าแปลกใจ ในรัฐบาลอนุทิน 2 “หมอเอก” จะได้ตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีของภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ด้วยความสัมพันธ์กับ “เจนใหม่บ้านใหญ่” หรือที่ปัจจุบันเรียกว่า “ก๊กลูกเทพ” มาแต่สมัยเป็น สส.(ปี 2564-2565) และเป็นคณะทำงานด้านสาธารณสุขช่วงที่ไม่ได้เป็น สส. จึงได้รับการสนับสนุนให้มารับหน้าที่ “โทรโข่ง” ในสถานการณ์สู้รบ





