วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘อนุกูล’ เดินหน้า แก้มลพิษคลองหอยโข่ง โรงงานต้องทำตามกม. ปชช.ปลอดภัย

“อนุกูล” เผย เดินหน้าแก้ปัญหามลพิษในพื้นที่คลองหอยโข่ง ระบุ โรงงานต้องปฏิบัติตามกม.-มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ปชช.ต้องอาศัยอยู่ได้ ไร้ผลกระทบสุขภาพ

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ สส.สงขลา เขต6 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยผลการติดตามงานในพื้นที่ว่า ยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหามลพิษในพื้นที่คลองหอยโข่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ทั้งปัญหากลิ่นเหม็น น้ำเสีย ฝุ่นควัน ขยะตกค้าง รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายอนุกูล กล่าวว่า มีกฎหมายสำคัญที่ใช้ในการคุ้มครองประชาชนและกำกับดูแลผู้ประกอบการหลายฉบับ ได้แก่ 1. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 19 ท้องถิ่นมีอำนาจควบคุมการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอย โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องขอใบอนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น มาตรา 20 ท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอย รวมถึงเงื่อนไขการออกใบอนุญาตได้ มาตรา 25 กำหนดเรื่องเหตุรำคาญ เช่น กลิ่นเหม็น น้ำเสีย ฝุ่น หรือขยะสะสมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจตรวจสอบ มาตรา 27-28 สามารถออกคำสั่งให้ระงับ แก้ไข หรือปรับปรุงภายในเวลาที่กำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามก็มีอำนาจสั่งระงับหรือดำเนินการตามกฎหมายได้ ส่วนมาตรา 32-33 กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องได้รับการควบคุม และต้องมีใบอนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น

2. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 4 กำหนดนิยามคำว่า “มลพิษ” และ “ของเสีย”มาตรา 68 และ 69 กำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่เข้าข่าย ต้องมีระบบบำบัดอากาศเสียหรืออุปกรณ์ควบคุมมลพิษ มาตรา 70 แหล่งกำเนิดมลพิษที่กำหนด ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย หรือระบบกำจัดของเสียให้เป็นไปตามมาตรฐาน และมาตรา 82 ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษในการตรวจสอบและสั่งการให้แก้ไข ปรับปรุง หรือซ่อมแซมระบบบำบัดหรือกำจัดของเสีย

‘อนุกูล’ เดินหน้า แก้มลพิษคลองหอยโข่ง โรงงานต้องทำตามกม. ปชช.ปลอดภัย

3. พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 49 สามารถเพิกถอนคำสั่งทางปกครองได้ ขณะที่มาตรา 53 สามารถเพิกถอนคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายได้ใน 4 กรณี เช่น ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลง หรือเกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ เป็นต้น

4. พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 67 (7) กำหนดให้ อบต. มีหน้าที่คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้นายอำเภอกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของ อบต. ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบราชการ

5. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กำหนดกรณีเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ การกล่าวหาจะต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นโดยมิชอบ หรือโดยทุจริต

นายอนุกูล กล่าวว่า จากการติดตามการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนการหาเสียงและต่อเนื่องหลังเข้ารับตำแหน่ง สส. มีเป้าหมายชัดเจนว่า ไม่ใช่การปิดโรงงาน แต่ต้องการให้โรงงานอยู่ได้ หากปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องอยู่ได้ โดยไม่ต้องทนกับมลพิษและผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่หน่วยงานรัฐต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน ภายใต้แนวคิด “อุตสาหกรรมอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน”

นายอนุกูล กล่าวว่า การแก้ปัญหาจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างยั่งยืน เพื่อลูกหลานและอนาคตของคลองหอยโข่ง โดยยึดหลักการใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส ตรวจจริง แก้จริง ให้เวลาเหมาะสม แต่ต้องมีเส้นตาย พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนอย่างสม่ำเสมอ และไม่ปล่อยให้ใครเพิกเฉย หรือใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เดินหน้าตามแนวทางคลองหอยโข่งโมเดล รับฟังจริง ตรวจจริง กำหนดเวลา เปิดเผยผล และใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ อบต. หรือ LINE OA : @khlonghoi.khong รวมถึงสามารถยื่นหนังสือด้วยตนเองที่ อบต. หรือที่ว่าการอำเภอได้ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่คลองหอยโข่งอย่างยั่งยืน