วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม 2569

Login
Login

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

การปรากฎตัวขึ้น เวทีผู้นำฝ่ายค้าน: “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” ที่รัฐสภา ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.น่าน พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2569  ซึ่งเป็นเวทีของของแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ในขณะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เกิดภาพกระทบความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล

เวทีดังกล่าวเป็นการเดินหน้าตรวจสอบและเจาะลึกหลักฐานคดีโกง สว. โดยมี 3 อดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ  2 อดีตหัวหน้าพรรค และ 1 หัวหน้าพรรค ประกอบด้วย “ชัยธวัช ตุลาธน” - “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “ชลน่าน” ร่วมปาฐกถาพิเศษ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น และผลกระทบต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุล”

คำตอบที่ได้ผ่าน “ชลน่าน” ที่ระบุกลางรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” คือ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ทักท้วง เตือน หรือห้ามไม่ให้เข้าร่วม เหตุผลสำคัญที่ตอบรับคำเชิญ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และเห็นว่าเวทีดังกล่าว เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการเมืองและกลไกตรวจสอบ

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

เมื่อถูกถามว่า เข้าร่วมเวทีของฝ่ายค้าน ซึ่งมีประเด็นตรวจสอบการได้มาของสมาชิกวุฒิสภา จะกระทบความไว้วางใจระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “ยิ่งทำให้ไว้ใจกันมากขึ้น” ทั้งนี้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายควรเป็นกระบวนการปกติในระบอบประชาธิปไตย การค้นหาความจริงไม่ควรถูกมองว่าเป็นการสร้างความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง

ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าการพูดของ นพ.ชลน่าน จะอยู่ในกรอบ ไม่เกิดความระหองระแหงของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะรัฐบาลเป็นรัฐบาลของประชาชน ไม่ได้มัการแบ่งแยกกัน

ค่ายแดงเสื่อมมนต์ สูญพันธุ์ สส.น่าน

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลังเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. 2569 บทบาทของ นพ.ชลน่าน ได้ลดน้อยลงสำหรับสถานะภายในพรรคเพื่อไทย ด้วยกระแสของพรรคเพื่อไทย ไม่เหมือนในอดีต ไม่ฟีเวอร์เช่นเคย เป็นพรรคที่เป็นเพียงตัวแปรจัดตั้งรัฐบาล ได้ สส.เข้าสภาฯ เพียง 74 ที่นั่ง

ขณะที่ สส.พรรคเพื่อไทย ในโซนภาคเหนือ สอบตกพลาดแชมป์ เหลือเพียง 9 คน ที่ยังคงฝ่ากระแสเกมจัดตั้งเข้าสู่สภาฯ ได้

จ.น่าน ถือเป็นจังหวัดสีแดงของพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคไทยรักไทย ได้ สส.มาตลอด นับตั้งแต่ปี 2544-2566 ต้องพลาดท่า เผชิญกระแสที่เสื่อมถอยลงในปี 2569 พรรคเพื่อไทย สูญพันธุ์ สส.น่าน เป็นครั้งแรก

สส.นกแล ดาวสภา สู่หัวหน้าเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน หรือชื่อเล่น หมอไหล่ คือ สส.ต้นตำรับ ที่มาจากสายนกแล แจ้งเกิดเมื่อครั้งสังกัดพรรคไทยรักไทย ลงสมัครเลือกตั้ง สส.น่าน ครั้งแรกปี 2544 ในยุคทักษิณฟีเวอร์ ก็ได้เป็น สส.หน้าใหม่ทันที

ก่อนสังกัดพรรคไทยรักไทย "หมอไหล่" มีความสนใจการเมืองอยู่ตั้งแต่ทำงานแพทย์ เคยสังกัดสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างปี 2526-2543 

นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค คือจุดเปลี่ยนทำให้ "หมอไหล่" ที่ไม่ใช่นักการเมืองบ้านใหญ่ ลงสนามทางการเมืองเป็นครั้งแรกกับพรรคไทยรักไทย

ตำแหน่งสุดท้ายในฐานะข้าราชการคือ ผู้อำนวยโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อ.ปัว จ.น่าน "หมอไหล่" เป็น สส.น่าน ถึง 6 สมัย อดีต รมช.สาธารณสุข เมื่อปี 2555 ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอดีต รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เมื่อปี 2566

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

ที่สำคัญ นพ.ชลน่าน ยังมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในช่วง ปี2564-2566 นำพรรคเพื่อไทยสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2566 ในขณะที่ตัวเองต้องลง สส.เขต จ.น่าน ทว่าพรรคเพื่อไทย ต้องพ่ายแพ้เลือกตั้งเป็นครั้งแรก

เลือกตั้ง 8 ก.พ.  2569 กระแสเพื่อไทยตกต่ำลง นพ.ชลน่าน ถูกกระแสพรรคสีส้มและสีเขียว เจาะใน จ.น่าน อย่างหนัก 3 เขตค่ายแดง ปราชัยพ่ายแพ้หมดสภาพให้พรรคประชาชน 2 เขต พรรคกล้าธรรม  1 เขต 

จ.น่าน เขต 2 ประกอบด้วย อ.เวียงสา อ.นาน้อย, อ.สันติสุข อ.นาหมื่น อ.แม่จริม อ.บ้านหลวง ฐานที่มั่นหลักของ “หมอไหล่” ได้ สส.หน้าใหม่ พรรคกล้าธรรม คือ “ประสิทธิ์ โนทะ” เอาชนะด้วยคะแนนเสียง 38,228 คะแนน อันดับ 2 ปาริชาติ ยาน้อย พรรคประชาชน 28,888 คะแนน

พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน เข้าป้าย ที่ 3 คะแนนหายหลายหมื่นแต้ม เหลือเพียง 14,002  คะแนน ฐานเสียงจัดตั้งและแต้มกระแสถูกตัดแต้มไปที่พรรคสีส้มและค่ายเขียว

ปัจจุบัน นพ.ชลน่าน ไม่ได้รับบทบาทให้มีตำแหน่งทางการเมืองแม้พรรคเพื่อไทยจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 8 เก้าอี้ สถานะอดีตผู้นำฝ่ายค้านฯ อดีตดาวสภา และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ได้หนุนส่งให้เขาได้ไปต่อ

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

"นายกสมาคมชาวเหนือ“ ฟื้นเรตติ้ง

ทว่าหลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น นพ.ชลน่าน  บทบาทใหม่ของชลน่านกลับไม่ได้อยู่ในสภา หากแต่อยู่ใน “สมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทย” (สนท.) ในตำแหน่งนายกสมาคมฯ คนที่ 32 กลายเป็นคำถามในทางการเมืองของแวดวงการเมืองว่า การพักงานการเมืองในเดินหน้าทำงานภาคประชาสังคม เพื่อรอวันกลับมา เป็น สส.อีกครั้งหรือไม่

ความฝันสูงสุดของ นพ.ชลน่าน คือตำแหน่งประธานรัฐสภา เพราะเขาแจ้งเกิดจากเวที สส.จากการอภิปรายในสภา ความแม่นข้อบังคับการประชุมสภาฯ  จนทำให้เขาเป็นดาวสภา

เขาเลือกไม่ลง สส.บัญชีรายชื่อ เมื่อปี 2566 ในขณะที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และต้องแลกด้วยการเดินสายหาเสียงช่วยพรรคเพื่อไทย ข้างกาย "แพทองธาร ชินวัตร" ครั้งนั้นกระแสยังหนุนส่งให้เขาเข้าสภาเป็น สส.น่าน สมัยที่ 6

เป็นสัจธรรมนักการเมือง มีขึ้นย่อมมีลง เมื่อฐานเสียงเดิมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้ สถานะของ นพ.ชลน่านจึงเปลี่ยนจาก “ผู้เล่นในสนาม” เป็น “นักการเมืองที่อยู่นอกสภา” ขับเคลื่อนผ่านนายกสมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทย 

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

ล่าสุดยังลงพื้นที่เป็นภาพข่าวข้างกาย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ในช่วงบัญชาการแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.น่าน 

“นพ.ชลน่าน” ใช้บทบาทอดีต สส.และนายกสมาคมชาวเหนือฯ ลงพื้นที่แจกสิ่งของให้กับประชาชนที่ จ.น่าน โดยย้ำว่า ตนเองยังคงทำหน้าที่ในฐานะ “คนของประชาชน หมอของคนน่านคนเดิม” และในฐานะนายกสมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมประสานความช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน 

เยาวเรศ ชินวัตร” จุดเชื่อมที่ไม่ควรมองข้าม

อีกปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเมืองและภาคสังคมนอกสภา “เยาวเรศ ชินวัตร” น้องสาวของ "ทักษิณ ชินวัตร“ ผู้นำจิตวิญญาณสูงสุดของพรรคเพื่อไทย 

ข้อมูลของสมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทย “เยาวเรศ” เคยดำรงตำแหน่ง “ประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ” เมื่อปี 2567 ขณะที่ นพ.ชลน่านเป็น “ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์” และ “กฤษฎิ์ ชัยศิลบุญ” เป็นนายกสมาคมฯ 

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

ยิ่งไปกว่านั้น งานครบรอบ 88 ปีของสมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2567 “ทักษิณ ชินวัตร” ยังมาเป็นประธานเปิดงาน โดยมี “เยาวเรศ ชินวัตร” - รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้นำของพรรคกล้าธรรม และ นพ.ชลน่านเข้าร่วม 

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า นพ.ชลน่านไม่ได้เพิ่งเข้ามารู้จักเครือข่ายของสมาคมฯ ผ่านการมีตำแหน่งนายกสมาคมชาวเหนือฯ เมื่อกลางปี 2569 หากแต่มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของสมาคมฯ มาก่อนแล้ว

การขยับจาก “ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์” มาสู่ “นายกสมาคมฯ คนที่ 32” จึงเป็นการเปลี่ยนสถานะที่น่าสนใจ ในขณะที่ “เยาวเรศ” ยังมีบทบาทในฐานะประธานที่ปรึกษา

อีกด้านหนึ่งต้องยอมรับ นพ.ชลน่าน ไม่ได้เป็นแกนนำพรรคที่มีส่วนในการตัดสินใจและอยู่ศูนย์กลางอำนาจของเพื่อไทยเหมือนช่วงที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านฯ อีกแล้ว การพ้นตำแหน่งฝ่ายบริหารในรัฐบาลเศรษฐา สะท้อนว่าอำนาจสูงสุดของพรรคอยู่ที่คนตระกูลชินวัตร

ประกอบกับการสอบตก สส.ในการเลือกตั้งเที่ยวล่าสุด ทำให้บทบาทของ นพ.ชลน่าน ถูกปิดลง ในขณะที่โครงสร้างพรรคขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายน้อย และนายใหญ่อย่างเห็นได้ชัด 

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

โจทย์หิน หมอไหล่ หวนคืน สส.

แม้ นพ.ชลน่านจะถูก “ลดบทบาทในพรรคเพื่อไทย” ลงจากเดิม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะ “หมดบทบาททางการเมือง”

แต่การลงพื้นที่น้ำท่วมร่วมกับฝ่ายรัฐบาลในฐานะนายกสมาคมชาวเหนือฯ สะท้อนว่า นพ.ชลน่าน ยังคงไม่ได้วางมือทางการเมือง เพียงแต่มาพร้อมกับตำแหน่งภาคประชาสังคม เพื่อหวังฟื้นเรตติ้งของพรรคและตัวเองในพื้นที่ภาคเหนือ 

บทบาทนายกสมาคมชาวเหนือฯ กลายเป็นอีกพื้นที่ใหม่ของ นพ.ชลน่าน ในการพบปะผู้คน ทำกิจกรรมสาธารณะ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายคนเหนือทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ซึ่งคนเก่าแก่ในพรรคเพื่อไทยยังคงเชื่อมั่นลึกๆว่า เส้นทางทางการเมืองของ ”นพ.ชลน่าน“ ไม่ได้จบลงหลังเลือกตั้งปี2569 

หมวกใหม่ ’หมอไหล่‘ นายกคนเหนือ โจทย์หิน ‘ชลน่าน’ คัมแบ็ค สส.

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น บทบาทนายกสมาคมชาวเหนือฯ จะมีพลังพอในการเป็นที่พักพิงของ “หมอไหล่” ในวันฟื้นฟูอิทธิพลทางสาธารณะเพื่อรอวันคัมแบ็ค สส.ได้อีกหรือไม่

ในขณะที่เสียงจากชาวบ้าน คน จ.น่าน ตัดสินใจเทใจไปให้พรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรมแล้ว ซึ่งว่ากันว่า  "หมอไหล่" ไม่ค่อยปรากฎตัวในพื้นที่เก่าของตัวเองเท่าใดนัก โดยเฉพาะชาวบ้านเห็นหน้า "หมอไหล่" แทบนับครั้งได้เพียงแค่ช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย และมาเห็นหน้าตาอดีตสส. 6 สมัย ล่าสุดตอนลงพื้นที่ช่วงน้ำท่วมหนักกับ "ยศชนัน"  

โจทย์ที่ยากที่สุด ของหมอไหล่ เพื่อนำตัวเองกลับมาเป็น สส.ในสภาฯ ภายใต้บริบทที่ “พรรคเพื่อไทย” พยายามจะฟื้นศรัทธากลับมาเป็นเบอร์หนึ่งในยุทธจักรการเมือง แต่การเป็นพันธมิตรทางการเมืองร่วมรัฐนาวากับค่ายน้ำเงินในเวลานี้ ซึ่งกำลังเผชิญการตรวจสอบในคดีโกง สว. ย่อมเซาะกร่อนความนิยมของค่ายแดงไปในคราวเดียวกัน