ปชป. เตรียมจัด 80 ปี รียูเนี่ยนศิษย์เก่า "อภิสิทธิ์" ห่วงสภาพการเมือง เหน็บ “ศุภชัย” กินไรมา แค่ สมมติ พรรคการเมืองยึด สว.ใช้สิทธิเสรีภาพสมคบล้มล้างการปกครองหรือไม่
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 หัวข้อ "การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ" โดยในช่วงเช้า เป็นเวทีของอดีตผู้นำฝ่ายค้าน ฯ 3คน มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหร้า พรรคประชาธิปัตย์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.พรรคเพื่อไทย นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตสส.พรรคก้าวไกล ร่วมเสวนา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอเริ่มต้นด้วยการต่อว่าผู้นำฝ่ายค้านฯ ว่าเอาประธานวิปฝ่ายค้าน มาเชิญตน และที่ตนตอบรับเพราะจะได้พิสูจน์ว่าที่นายกฯพูดความจริงหรือไม่ว่าอาหารที่ โรงแรมพูลแมน อร่อยหรือไม่ ตนเลยตอบรับ ในที่สุดตนไม่ได้พิสูจน์ แต่เมื่อตกปากรับคำไปแล้วก็ต้องมา
เบื้องต้นให้กำลังใจทุกคนที่เป็นฝ่ายค้าน แม้แต่ช่วงที่ตนเป็นฝ่ายบริหารก็ให้กำลังใจฝ่ายค้านเสมอ เพราะการจะดูว่าประเทศไหนเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่ดูว่ามีฝ่ายค้านหรือไม่ ถ้าไม่มีฝ่ายค้านนั้นคือการรวบอำนาจ และที่ต้องให้กำลังใจเพราะแม้ถึงทุกวันนี้ในสังคมไทย เป็นสังคม น่ารักประนีประนอม ให้อภัยต่อกัน สังคมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจหรือไม่ยอมรับการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
"เราจะได้ยินคำพูดเสมอว่าทำไมฝ่ายค้านต้องค้านทุกเรื่อง หรือทำไมค้านอย่างเดียวแต่โดยข้อเท็จจริงถ้าใครดูเวลาเราทำหน้าที่ในสภาฯกฎหมายต่างๆส่วนใหญ่ก็ลงคะแนนให้ ไม่ได้คัดค้าน แต่ว่าเวลาฝ่ายค้านเห็นด้วยกับรัฐบาลก็เป็นข่าว เพราะฉะนั้นคนก็ต้องรับรู้บทบาทของฝ่ายค้านแค่เวลาที่เห็นต่าง นั่นคือคุณค่าของการเป็นฝ่ายค้าน"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อถูกถามว่ามีความกังวลหรือไม่ กับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นใน ต้องตอบว่ามีความกังวลอย่างมากกับสภาพบ้านเมือง และระบบการเมืองปัจจุบัน สมัยหนึ่งเรากลัวเรื่องการรวบอำนาจในแง่ที่ว่าเสียงข้างมากในสภาถ้าอยากจะทำทุกเรื่องเหมือนกับสภาดูไม่ค่อยมีความหมาย
ซึ่งความจริงระบบของเราก็แปลกเพราะในต่างประเทศ รัฐบาลในระบบรัฐสภาเขามักจะมีประเด็นที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เช่น กฎหมายงบประมาณ อภิปรายไม่ไว้วางใจเขาก็ต้องขีดเส้นใต้ 3 เส้นว่า สส.รัฐบาลเอาตามนั้นแต่อีกหลายๆเรื่องเขาจะบอกว่าถ้าสมมุติว่าเห็นต่างจากรัฐบาลหรือเห็นด้วยกับฝ่ายค้าน หรือฝ่ายค้านเห็นด้วยกับรัฐบาลก็ไม่ต้องลงคะแนนแบบบีบบังคับด้วยมติพรรค อย่างที่เราเห็นเกือบทุกครั้ง ในประเทศไทยที่มีการลงมติ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นั้นคือเฉพาะ ในสภา เราเอากลไกการตรวจสอบสมดุลไปอยู่ข้างนอกสภา โดยใช้สิทธิ์ที่เรียกว่าองค์กรอิสระ ที่มีการสร้างองค์กรอิสระขึ้นมาโดยหวังว่าเป็นอิสระ แต่ใช้กลไกวุฒิสภาในการเชื่อม ซึ่งประสบปัญหามาทุกยุคทุกสมัย เอาเข้าจริงเริ่มต้นเป็นกลางทำไปทำมาไม่มีเป็นเป็นกลาง และเริ่มสร้างเครือข่ายที่น่ากลัว คือไปไกลจนเห็นปรากฏการณ์ในกระบวนยุติธรรม หมายความว่าการตรวจสอบยากมาก
“เมื่อวานผมจึงพูดเป็นเหตุการณ์สมมุติว่าถ้าพรรคการเมืองไปยึดวุฒิสภาเข้ามาเป็นรัฐบาลด้วย แล้ววุฒิสภาก็ส่งผลไปอยู่ในองค์กรอิสระ แต่ว่ารัฐบาลทำผิดองค์กรอิสระก็ไม่ หรือตรวจสอบ กลายเป็นใช้สิทธิเสรีภาพสมคบกันล้มล้างการปกครองหรือไม่ ผมพูดเป็นเหตุสมมุติแต่ไม่ทราบว่านายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย จึงต้องมาตอบผม ไปกินอะไรมาไม่ทราบ ช่วยให้ท้องท่านเย็นหน่อยก็ดี” นายอภิสิทธิ์กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นคือพอเป็นอย่างนี้ เหมือนที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่าทำไปแล้วจะเป็นไปได้หรือ สิ่งที่ตนอยากบอกคือกังวลในสภาพบ้านเมืองการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กังวลในการปฏิบัติหน้าที่
ซึ่ง นายแพทย์ชนน่าน จะยืนยันได้ว่าในช่วงที่ตนต่อสู้กับพรรคเพื่อไทยมีหลายสถานการณ์ที่ค่อนข้างใหญ่โต แต่ตนขอไม่พูดเรื่องเก่า สิ่งหนึ่งที่ในพรรค ประชาธิปัตย์ ของเราพูดเสมอ คือต้องทำหน้าที่ และเราก็พร้อม พราะตอนนั้นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฟ้อง คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผชิญหน้ากับตำรวจด้วยความเสียเปรียบทุกอย่าง แต่ไหนในที่สุดก็ไม่น่าเชื่อว่าเกิดเหตุที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้
“เพราะฉะนั้นไม่อยากให้กังวลในการทำหน้าที่เครื่องมือที่มีตามกฎหมาย สิทธิที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญก็ต้องใช้ แม้ว่าครั้งที่หนึ่งไม่ได้ผล ครั้งที่สองก็ยังไม่ได้ผล แต่ถึงที่สุดผมยังเชื่อว่าไม่มีใครจะยอมปล่อยให้บ้านเมืองอยู่กับความไม่ถูกต้อง ส่วนหนึ่งที่ผมไม่กังวลตรงนี้ก็มาจากอดีตผู้นำฝ่ายค้าน คือนายกฯชวน หลีกภัย เพราะตอนที่ผมเข้ามาเป็นสส.ใหม่ๆ ก็เกิดเรื่องที่ตอนนั้นมีการใช้คำว่ายึดตุลาการ มีการเสนอต่ออายุประธานศาลฎีกา ผมก็ปรารภกับนายกฯชวนว่าจะไหวหรือไม่ ถ้าเขายึดอย่างนี้ ท่านบอกว่าให้ทำหน้าที่ไปมันไม่มีทาง ไม่มีใครที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนบนความไม่ถูกต้อง ความไม่เป็นธรรม ผมจึงยึดถือในทางนี้มาตลอด“ นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า
วานนี้(28 ส.ค.)ที่จัดเวที ของคณะกรรมาธิการกิจการศาลองค์กรอิสระ อัยการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาฯ ก็มีประชาชนจำนวนมากที่มีเรื่องจะระบาย และไม่ได้รับความเป็นธรรม และยังขำกับคำพูดของนายวิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช.บอกว่า ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรที่ต่ำกว่านี้แล้ว ต่ำสุดแล้ว มันมีแต่จะต้องดีขึ้น ตนมองว่าในอดีต เครื่องไม้เครื่องมือในการสื่อสารอยู่ในมือของฝ่ายรัฐบาล ดังนั้น ฝ่ายรัฐบาลที่ง่ายที่สุดคือบอกว่าแมวเป็นหมา หน้าที่ของฝ่ายค้าน คือต้องใช้ความสามารถให้ถึงที่สุดในเวทีสภา ให้คนเห็นว่าจริงๆแล้วมันคือแมว เพราะอย่างไรเราต้องอยู่บนความจริง ซึ่งในเดือนตุลาคมนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์จะจัดงาน Home Coming ในโอกาสครบรอบ 80 ปี เป็นการรียูเนี่ยนศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์



