วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

บาลานซ์อำนาจ'มหาดไทย' ‘มท.หนู’ ถ่วงดุล ‘สายบุรีรัมย์’

การให้ “ปลัดป๊อบ”อยู่ต่อมหาดไทย เพิ่มอธิบดี “เซมเบ้” เข้ามาได้อีกคน อย่างน้อยก็ทำให้อำนาจในกระทรวงยังมีไม่น้อย เพราะหัวหน้าส่วนราชการสูงสุด คือสายตรงของตัวเอง สามารถ “ขวาง” หรือ “ขัด” เรื่องต่างๆ ที่สายตรงสีน้ำเงินจะดำเนินการตามใบสั่งนอกกระทรวงได้

KEY POINTS

  • อนุทิน ชาญวีรกูล (มท.หนู) มีมติไม่โยกย้าย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ (ปลัดป๊อบ) ออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย แม้จะมีความพยายามในการเปลี่ยนตัว
  • การคงตำแหน่งปลัดกระทรวงไว้เพื่อเป็นการคานอำนาจกับ "สายบุรีรัมย์" ซึ่งควบคุมตำแหน่งอธิบดีและผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ ป้องกันไม่ให้อนุทินสูญเสียการควบคุมกระทรวง
  • นอกจากตำแหน่งปลัดฯ อนุทินยังได้แต่งตั้ง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร (เซมเบ้) เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

แทบจะปิดประตูเขี่ย “ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ออกจากเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปได้เลย หลังที่ประชุมครม.อังคาร ที่ 25 ส.ค.2569 มีมติโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของมหาดไทยล็อตใหญ่

แม้จะมีการสับเปลี่ยนกันยกแผง ตั้งแต่ “รองปลัดกระทรวง- อธิบดี- ผู้ว่าราชการจังหวัด” ชนิดที่เรียกว่า วางขุมกำลังกันใหม่ให้เป็น “น้ำเงิน”แบบหมดจด แต่เก้าอี้ปลัดกลับไม่มีการขยับเขยื้อน 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดปฏิบัติการเลื่อยขาเก้าอี้“ปลัดป๊อบ”มาตลอด โดยก่อนหน้านี้ เก้าอี้ “ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี” ที่กำลังว่างลง “สายตรงบุรีรัมย์” ก็เตรียมเช็ดถู ไว้รอ “ปลัดป๊อบ” มานั่ง สุดท้ายปฏิบัติการล้มเหลว และบทสรุปรอบล่าสุดนี้ เก้าอี้ปลัดมหาดไทยก็ยังเหนียวแน่น

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สวมบท “เสือปืนไว” โยก “ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มานั่งปลัดสำนักนายกฯ ให้เก้าอี้เต็ม ไม่ให้มีที่นั่งเหลือเป็นช่องว่าง

งานนี้ถ้าจะเอา “ปลัดป๊อบ” ออกจากคลองหลอด ก็คงเหลือทางเดียวเท่านั้นคือ ต้องเด้งเข้ากรุไปเลย ซึ่งเรื่องนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นแน่ๆ เพราะ “เสี่ยหนู” คงไม่ยอม เพราะพอใจที่จะกระเตงกันไปไหนมาไหนด้วยตลอด

เมื่อโผกระทรวงมหาดไทยออกมาแบบนี้ บรรดา “สายตรงบุรีรัมย์” จึงออกอาการเซ็ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน เพิ่งจะมีความหวัง หลังจากใครบางคนที่เคยขวาง ยอมเปลี่ยนใจ โอเคเซย์เยสจะเปลี่ยนตัวให้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น “ไม่เหมือนที่คุยกันไว้”

ไม่เพียง“ปลัดป๊อบ” ที่เก้าอี้ติดกาวตราช้าง แต่“บิ๊กมหาดไทย”รายอื่น ที่เทียวไล้เทียวขื่อ เข้าหา “เสี่ยหนู” ในช่วงหลัง อย่าง “เซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดมหาดไทย ก็ยังเป็น “แมวเก้าชีวิต” ได้ผงาดเป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมใหญ่ที่ข้าราชการในมหาดไทยอยากนั่ง

ก่อนหน้านี้ ในช่วง รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร “เซมเบ้” ที่ได้ดิบได้ดี ถึงขั้นได้เลื่อนชั้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มาเป็น “อธิบดีกรมการปกครอง” แต่พลันที่ขั้วอำนาจเปลี่ยนเป็น“สีน้ำเงิน” ช่วง ครม.อนุทิน 1 เจ้าตัวก็ถูกลดชั้นทันที โดนโยกลงใต้ ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ในยุค “น้ำเงิน”เรืองอำนาจ อนาคตราชการ “เซมเบ้” ดูจะมืดมน เพราะถูกตีตราว่าเป็น“สายตรงสีแดง” ทว่า เมื่อถูกโยกไปนั่งอยู่ภาคใต้ได้ไม่นาน มีปัญหากับรองผู้ว่าฯ อีกราย สุดท้ายก็ถูกดึงตัวกลับกรุง มานั่งขาลอยเป็น“รองปลัด” ในส่วนกลาง

แต่วันดีคืนดี “มท.หนู” ไปดึงออกจากกรุขึ้นมา แล้วตั้งเป็นรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) รับเผือกร้อน คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปรากฎว่าทำผลงานได้เข้าตา มท.หนู จึงมีส่วนสำคัญ ที่ทำให้ได้โอกาส แจ้งเกิดใหม่ ในโผโยกย้ายล่าสุด

เวลานี้ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อย่างน้อย 2 ตำแหน่งสำคัญ ที่ถือเป็น “โควตาอนุทิน” คือ “ปลัดป๊อบ” และ “อธิบดีเซมเบ้”

ก่อนหน้านี้ อาจมีหลายคนเข้าใจว่า “ปลัดป๊อบ” สายป่านยาว และเป็นสายแข็ง แต่จริงๆ คนที่อุ้มมาตลอดก็คือ “มท.หนู” ซึ่งต้องการบาลานซ์อำนาจในมหาดไทยกับอีก “1 น”

ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ ล้วนเป็น“น้ำเงินเข้ม”ยกแผง ขึ้นตรงกับสายบุรีรัมย์ คือ“ครูใหญ่” และ “น้องครูใหญ่” 

กลุ่มนี้ผงาดในตำแหน่งสำคัญๆ พรึ่บ ไล่ตั้งแต่ “ปิยะ ปิจนำ” ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ที่พาสชั้นขึ้นเป็น “อธิบดี สถ.” กรมร้อนที่มีเรื่องทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นอยู่ในขณะนี้

เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ใครเคยเป็นพ่อเมืองบุรีรัมย์มาก่อน บั้นปลายชีวิตราชการล้วนได้ดิบได้ดี เป็น"อธิบดี"กันหมด 

ตั้งแต่ “ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์” ที่ได้เป็นอธิบดีกรมการปกครองใน “ครม.อนุทิน 1” หรือ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครองคนปัจจุบัน ที่ล้วนเป็นอดีตผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ทั้งสิ้น

สำหรับตำแหน่ง “อธิบดีกรมที่ดิน” ครั้งนี้  มีการดัน “สมชาย ลีหล้าน้อย” ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช มานั่ง ซึ่งนอกจากมีความสนิทชิดเชื้อกับ แม่ทัพใต้สีน้ำเงินอย่าง “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ รมว.คมนาคมแล้ว ยังเป็น “สายตรงบุรีรัมย์” อีกชั้น

ส่วนตำแหน่งผู้ว่าฯ จังหวัดใหญ่ๆ หลายคน ล้วนแล้วแต่เป็นอดีตหน้าห้อง และสายตรง "น้องชายครูใหญ่” เพียบ เรียกได้ว่า โผโยกย้ายมหาดไทยครั้งนี้ “น.หนู” กับ “น.เน” ต่างดันเด็กของตัวเองเข้ามามีอำนาจ

โดยระนาบ “ปลัด - อธิบดี” น.หนู ขอโควตาบางคน ขณะที่ระนาบ “อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด” สายตรงบุรีรัมย์เลือกเองเบ็ดเสร็จ

อย่างไรก็ดี แม้จะมีการแชร์การบริหารจัดการบุคคล แต่มีรายงานว่า การโอบอุ้ม “ปลัดป๊อบ” ของ “เสี่ยหนู” ในครั้งนี้ สร้างความไม่พอใจ และความผิดหวังให้กับ “พลพรรคสีน้ำเงิน” เป็นอย่างมาก

แต่ในอีกมุมหนึ่ง สาเหตุที่เสี่ยหนูต้องอุ้มปลัดป๊อบต่อ แม้จะทำให้หลายคนในพรรคไม่พอใจ เนื่องจากต้องการคุมดุลอำนาจในกระทรวงคลองหลอดไว้ให้ได้

อย่างที่รู้กันว่า ระดับอธิบดีลงมาจนถึงผู้ว่าฯ ถูกเลือกโดย “สายตรงสีน้ำเงิน” มีแค่ “ปลัดป๊อบ” และอีกไม่กี่คนเท่านั้น ที่อยู่กับ “มท.1” 

ไม่เว้นแม้แต่ รมช.มหาดไทย 3 คน ทั้ง พลพีร์ สุวรรณฉวี เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์  วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ก็ล้วนเป็น“สายครูใหญ่” ทั้งหมด

หาก “เสี่ยหนู” ยอมให้มีการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงมหาดไทยอีก ซึ่งแน่นอนว่า ผู้ที่จะขึ้นมาแทนย่อมเป็นสายตรง“ครูใหญ่” หรือ “น้องครูใหญ่” นั่นหมายความว่า ตัวเองจะเสียการปกครองในกระทรวงคลองหลอดไปแทบจะ 100% กลายเป็นเจ้ากระทรวงที่สั่งใครไม่ได้

ดังนั้นการให้ “ปลัดป๊อบ”อยู่ต่อ และเพิ่มอธิบดี “เซมเบ้” เข้ามาได้อีกคน อย่างน้อยก็ทำให้อำนาจในกระทรวงยังมีไม่น้อย เพราะหัวหน้าส่วนราชการสูงสุด คือสายตรงของตัวเอง สามารถ “ขวาง” หรือ “ขัด” เรื่องต่างๆ ที่สายตรงสีน้ำเงินจะดำเนินการตามใบสั่งนอกกระทรวงได้