ถอดรหัส “เกมส้ม” ปลุกแนวร่วมนอกสภาฯ ขยี้มหากาพย์ “โกงสว.” เขย่าความเชื่อมั่น “รัฐบาลภูมิใจไทย” ต่อระบบนิติธรรม ฉายภาพความเชื่อมโยง “ทุนการเมือง!”
กรณีโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (ซอยรางน้ำ) ประกาศแจ้งยกเลิกการให้เช่าพื้นที่จัดงานเสวนา “เปิดหลักฐานเจาะลึกคดีทุจริตเลือกตั้งสว.”ของ “วิปฝ่ายค้าน” นำโดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน
แม้จะมีการหยิบยกเหตุในเรื่อง “ความมั่นคงและความปลอดภัยของแขกผู้เข้าพัก”
ทว่าในความเป็นจริงแล้วการออกประกาศดังกล่าวถือว่า ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไร แน่นอนว่า “ฝ่ายค้าน” ที่นำโดยพรรคประชาชน เวลานี้กำลังเดินเกม “ขยี้สีน้ำเงิน” หวังเรียกน้ำย่อยก่อนถึงศึกซักฟอก ย่อมรู้ดีมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่า เวทีดังกล่าวจะต้องถูกสกัดขัดขวางอย่างแน่นอน
ฉะนั้นการเลือกสถานที่ดังกล่าวเพื่อจัดเวที “ชำแหละโกงสว.” ลึกๆแล้ว “ฝ่ายส้ม” และ “แนวร่วม” จึงหวังแค่ต้องการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง เพื่อฉายภาพ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่คุมเกมบนกระดานอำนาจแบบเบ็ดเสร็จในเวลานี้เท่านั้น
ในความเป็นจริงใครๆต่างก็รู้กันโดยทั่วว่า โรงแรมพูลแมนฯแห่งนี้ ถือเป็น“เซฟเฮ้าส์การเมือง” ที่“พรรคสีน้ำเงิน” ใช้เป็นฐานบัญชาการ ในการวางเกมภายใต้ “หมุดหมายการเมือง” ที่สำคัญ หลายช่วงหลายตอน
ย้อนฉาก“พูลแมนฯ”ฐานที่มั่น“สีน้ำเงิน” หากยังจำกันได้ในช่วงปลาย “รัฐบาลพรรคเพื่อไทย” มี “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกฯ สถานการณ์ระหว่าง “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเวลานั้น เห็นชัดถึงรอยร้าวที่กำลัง “เคาท์ดาวน์” สู่ “จุดแตกหัก” โดยมีชนวนเหตุทั้งกระแสข่าวการยึดคืนกระทรวงมหาดไทย กลับไปอยู่ในความดูแลของพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำ
ไหนจะกรณีที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ที่มี “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานบอร์ด รวมทั้งมี “ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม ฝ่ายแค้นพรรคภูมิใจไทย เป็นกรรมการ มีมติเอาผิดกลุ่มบุคคล รวม “229คน” ที่เกี่ยวข้องในมหากาพย์โกงสว. จำนวนนี้รวมไปถึงบรรดา “ซูเปอร์คีย์แมน” พรรคสีน้ำเงิน
ทำให้เวลาต่อมาปรากฎภาพ “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่สีน้ำเงิน พร้อมแกนนำและสส.พรรค ที่โรงแรมพูลแมนฯ เมื่อวันที่24ก.พ.2568 ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า “เนวิน” นัดหมาย “ทักษิณ ชินวัตร” นายใหญ่พรรคเพื่อไทย เพื่อเคลียร์สารพัดปัญหาเพื่อสางรอยร้าว
ทว่าถึงเวลาจริงกลับไม่ปรากฎภาพ “ทักษิณ” หรือแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไปที่โรงแรมดังกล่าว โดยแกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาชี้แจงว่า เป็นเพียงการร่วมรับประทานอาหารร่วมกับกลุ่มสส.พรรคภูมิใจไทยตามปกติเท่านั้น
เวลานั้นมีกระแสข่าวออกมาอีกว่า “นายใหญ่” พรรคเพื่อไทยไม่รับดีลฝั่งสีน้ำเงิน ตามมาด้วยเกมแตกหัก“พรรคเพื่อไทย” ผลัก “ภูมิใจไทย” ไปเป็นฝ่ายค้านในท้ายที่สุด
ต่อมาภายหลังเกิดเกม “พลิกขั้ว” เมื่อ “แพทองธาร” ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกฯ จากคดีคลิปเสียงอังเคิล กระทั่ง“ภูมิใจไทย” พลิกสถานการณ์รวบรวมเสียงจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน1” สานฝัน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สู่ “เบอร์หนึ่ง” ตึกไทยคู่ฟ้าได้สำเร็จ
ในช่วงปลายปี2568 ยังปรากฎภาพ “เกรียง กัลป์ตินันท์”อดีตรมช.มหาดไทย รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ปรากฏตัวบริเวณด้านหน้าล็อบบี้ โรงแรมพลูแมนฯ ในวันที่ 8 ต.ค.2568 โดยเป็นวันเดียวกันกับที่ “นายกฯอนุทิน” เป็นประธานเปิดงานสัมมนาใหญ่เศรษฐกิจไทย ประจำปี 2568 “เมื่อโลกเปลี่ยน..ประเทศไทยไปทางไหน?” และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Reset โครงสร้างประเทศ Recover เศรษฐกิจไทย” ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ ถนนรางน้ำ ซึ่งอยู่ข้างกับโรงแรมพูลแมน
ต่อมา “เกรียง” ออกมายอมรับว่า เดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าวจริง แต่ยืนยันว่า ตนและกลุ่มสส.อุบลราชธานี ไม่ได้จะย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด เป็นเพียงการมาพบกับ “เนวิน” เพื่อพูดคุยธุระกัน คบกับ“เนวิน” มานานแล้ว คุยกันอยู่เรื่อย ไม่ใช่คบกันวันนี้แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการลงเลือกตั้งแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่า กลุ่มสส.ของตนยังอยู่ที่เดิม
หรือแม้แต่การหาเสียงเลือกตั้งในช่วงปลายปี2568 “พรรคภูมิใจไทย” ก็ยังเลือกใช้พื้นที่ โรงละครอักษรา ซึ่งอยู่ติดกับโรงแรมพูลแมนฯเป็นสถานที่เปิด “บิ๊กอีเวนต์” โหมโรงนโยบายหาเสียงพรรคสีน้ำเงิน พร้อมเปิดตัว “3ขุนพล” ทั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ก่อนจะมีการเปิดตัว “สีหศักดิ์” เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทยในคืนวันเดียวกัน
ขณะที่ใน “เชิงลึก” ใครๆต่างก็รู้กันโดยทั่วว่า ทุกครั้งที่ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” เดินทางจากบุรีรัมย์เข้าเมืองกรุง จุดนัดหมายในการเรียกบรรดาสมาชิกพรรค บุคคลในแวดวงการเมือง รวมถึงแวดวงต่างๆ พูดคุยหารือแต่ละวาระ เป้าหมายปลายทาง คือ โรงแรมพูลแมนฯ ซอยรางน้ำแห่งนี้
ฉะนั้นจากปรากฎการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น “พรรคส้ม” หรือ “บุคคล” แวดวงการเมือง ย่อมรู้ดีว่า ชื่อของ“โรงแรมพูลแมนฯ” แห่งนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริหารงานโดย “กลุ่มทุน” พรรคการเมืองแต่เพียงเท่านั้น
แต่ในมิติการเมือง ยังเป็น“เซฟเฮ้าส์” รวมถึง “ฐานบัญชาการ” สำคัญที่“ฝ่ายสีน้ำเงิน”ใช้เป็นสถานที่“เปิดดีลการเมือง” ในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย



