“นภินทร” ตั้งโต๊ะแถลง “คดีโกง สว.” ยัน ปฏิเสธช่วยผู้สมัคร ที่มาขอถึง ก.พาณิชย์ ชี้ สัญญาณโทรศัพท์ คีย์แมน ภท. โผล่ รร.พูลแมน มีหลักฐานหรือไม่อยู่ในห้องกับ สว. ซัด อนุฯชุด26 กล่าวหาแบบสุ่ม เชื่อมั่น7กกต. ฟาดไอติม-iLaw เล่นการเมืองสกปรก เปิดหลักฐานฝ่ายเดียว ลุยฟ้องทุกคดี
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งโต๊ะแถลงถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาพาดพิงผ่านการตั้งกระทู้ในสภา ถึงความเกี่ยวข้องกับคดีโกง สว. ว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.67 นายเอ ซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. ได้เข้าพบตนในห้องทำงาน ขณะที่ตนดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และในวันที่ 25 มิ.ย. ได้ถูกเรียกมาพบอีกครั้ง รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่าให้เซ็นใบลาออกจากการเป็น สว.ล่วงหน้า จึงมีการตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่
จุดเริ่มต้นของการเข้าพบเกิดจากการประสานงานของประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ในช่วงกลาง มิ.ย.67 ขอเข้าพบ เนื่องจากมีปัญหาไก่งวง จึงมีการนัดหมายเข้าพบในวันที่ 24 มิ.ย.ที่กระทรวงพาณิชย์ มีผู้แทนจากสภาเกษตรแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาเกษตรแห่งชาติ รวมถึงผู้อำนวยการและประธานสภาเกษตรจังหวัดราชบุรี และนายเอ เข้าร่วมการหารือ ตนจึงได้เชิญข้าราชการระดับสูงจากกรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเข้ามาร่วมพูดคุยด้วย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา
นายนภินทร กล่าวว่า ระหว่างการพูดคุย นายเอ ได้กล่าวขึ้นมาว่า ตนเป็นผู้สมัคร สว. และขอให้ช่วยสนับสนุน แต่ตนตอบปฏิเสธทันที
โดยระบุว่าไม่สามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุนได้ เนื่องจากกฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีคำสั่งภายในพรรคอย่างชัดเจน ห้ามสมาชิกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.
หลังจากปฏิเสธเรื่องดังกล่าวแล้ว การหารือจึงกลับเข้าสู่ประเด็นปัญหาการเกษตร และมีการนัดหารืออีกครั้งในวันที่ 25 มิ.ย. และนายเอ มาพร้อมกับคณะ และได้ขอให้ตนช่วยสนับสนุนเรื่องการสมัคร สว. อีกครั้ง ตนปฏิเสธอีกทันที และเชิญนายเอ ออกจากห้อง ตนยังได้ตำหนิผู้ที่พานายเอมาด้วยว่า เหตุใดจึงนำมาพูดเรื่องนี้อีก ทั้งที่ได้ปฏิเสธไปแล้ว
ข้อกล่าวหาตนเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน และไม่มีหนังสือหรือเอกสารยืนยันตามข้อกล่าวหา ขณะที่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 คน ต่างให้การสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ตนชี้แจงทั้งหมด ผมเป็นมนุษย์กินข้าวคนหนึ่ง ไม่โง่ที่จะทำผิดกฎหมายต่อหน้าคน 8-9 คน ถ้าบอกว่าจะช่วยอะไร ให้เซ็นใบลาออก ไม่ร้อง จะทำต่อหน้าคน 8-9 คนได้อย่างไร นี่คือข้อเท็จจริงที่นำเสนอคณะไต่สวน ชุดที่ 26 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw และนายพริษฐ์ ได้นำข้อเท็จจริงเหล่านี้มาเปิดเผยหรือไม่ รวมถึงได้ระบุหรือไม่ว่ามีพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องให้การในลักษณะนี้
กรณีที่ระบุว่าวันที่ 4-5 ก.ค.67 ซึ่งเป็นช่วงการปฐมนิเทศ สว. ที่โรงแรมพูลแมน มีการนำข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยมาเชื่อมโยงกับสถานที่ดังกล่าว ซึ่งโรงแรมพูลแมน เปรียบเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ทั้งบริเวณชั้นล่าง ร้านกาแฟ ล็อบบี้ และห้องอาหาร และช่วงนั้น ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ยังสร้างไม่เสร็จ ก็ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์และพูดคุยกัน และหากมีเรื่องสำคัญก็สามารถใช้ห้องประชุมขนาดเล็กที่รองรับคนได้ไม่เกิน 10 คน
ส่วนกรณีที่อ้างว่า สว. รวมตัวกันเป็นจำนวนมากถึงประมาณ 100 คน หากเกิดขึ้นจริงก็ต้องใช้ห้องประชุมใหญ่ ดังนั้น การมีสัญญาณโทรศัพท์ของ สส.พรรคภูมิใจไทย อยู่ที่โรงแรมพูลแมน ถามว่ามีหลักฐานหรือไม่ว่าอยู่ในห้องประชุมตรงนั้น และในวันดังกล่าว ตนไม่ได้อยู่ที่โรงแรมพูลแมน เนื่องจากเดินทางไปราชการที่ประเทศเยอรมนี มีหลักฐานทั้งหมด ตนเดินทางออกจากประเทศไทย 28 มิ.ย.67 และเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 8 ก.ค.67 ซึ่งได้นำหลักฐานส่งให้คณะอนุฯ ชุดที่ 26 แล้ว ถามว่าตั้งข้อกล่าวหาได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าคณะไต่สวนชุดที่ 26 ใช้วิธีการตั้งข้อหาแบบสุ่ม
ตนเชื่อว่าผู้ถูกร้องทั้ง 229 คน มีหลักฐานที่สามารถนำมาใช้ชี้แจงข้อกล่าวหาได้อย่างชัดเจน แต่ขณะนี้มีกระแสกดดันให้ กกต.ส่งฟ้องทั้ง 229 คน จึงถามว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการส่งฟ้องที่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะมีการเปิดหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว อาจส่งผลร้ายต่อผู้ถูกร้อง ขณะที่หลักฐานที่ใช้ต่อสู้และเป็นคุณต่อผู้ถูกร้องกลับไม่ได้ถูกเปิดเผย การที่ กกต. ดำเนินการพิจารณาคดีมากกว่า 400 คดีอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล ถือเป็นการกระทำที่ชอบและถูกต้อง แต่การกดดันให้ส่งฟ้อง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงด้านเดียวและกดดันการทำงานของ กกต. นั้น หากมองในทางการเมืองถือว่าเป็น การทำงานการเมืองที่สกปรก เป็นการกดดันที่ไม่ชอบธรรม เพราะคุณเปิดหลักฐานเพียงฝั่งเดียว ส่วนคนถูกร้องคุณไม่เปิด คุณเปิดเฉพาะหลักฐานที่เป็นผลร้ายต่อผู้ถูกร้อง แต่หลักฐานที่เขาใช้ต่อสู้และเป็นคุณ คุณกลับไม่เปิดออกมาเลย
การกดดันให้ส่งฟ้องทั้ง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงข้างเดียวเพื่อกดดันการทำงานของ กกต. ตนเชื่อว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หากในทางการเมือง ตนถือว่าเป็นการทำงานทางการเมืองที่สกปรก ขอยืนยันว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระ เวลามีกรณีใช้คำว่ามีเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่า ผู้นั้นกระทำความผิด จึงใช้พยานหลักฐานเพียง 60% กกต.จึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจตรงนี้ คุณจะมาจินตนาการว่า สว. เลือก กกต. มา 3-4 คนแล้วจะลำเอียง คุณกำลังจินตนาการให้ร้ายกับสังคม คุณต้องให้โอกาสการทำงาน ฝ่ายการเมืองซีกไหนก็ตามที่พยายามเปิดเรื่องเหล่านี้มาเพื่อบีบกดดัน กกต. ตนถือว่าไม่ดี ไม่เหมาะสม เป็นการเมืองที่สกปรก
สำนวนถือเป็นความลับ เมื่อคุณมาเปิดเฉพาะประเด็นที่เป็นผลร้าย กกต. ก็ไม่สามารถเอาสำนวนมาชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาเหล่านั้นได้ เพราะเขาพูดไม่ได้ ออกมาโต้ตอบไม่ได้ คุณจึงไม่ควรทำแบบนี้ เปิดข้อเท็จจริงเพียงซีกเดียวในสิ่งที่ กกต. พูดไม่ได้ ส่วนตนมีข้อมูล ตนพูดได้ แต่ที่พยายามไม่พูดเพราะต้องการให้ กกต. มีอิสระในการทำงาน ถ้าพูดว่าตนบริสุทธิ์ ก็เหมือนไปกดดัน กกต. ว่าต้องสั่งไม่ฟ้องตน
อีกประเด็นคือเมื่อวันที่ 21-27 ก.ค.67 มี สว. ไปรวมกันที่โรงแรมพูลแมน และมีคนเห็นนายกรัฐมนตรีไปที่นั่น มีสัญญาณโทรศัพท์ ขอถามว่า แค่นั้นพอหรือ นายกฯ ไปโรงแรมพูลแมนเป็นประจำ ท่านจำไม่ได้หรอกว่าไปวันไหน การที่ท่านอยู่โรงแรมพูลแมนแล้ว สว.จะไปจริงหรือไม่จริง ตนไม่ทราบ แต่มาสันนิษฐานเชิงลบว่าท่านอยู่ในห้องประชุมกับ สว. ด้วยนั้น เป็นการจินตนาการให้ร้ายและนำสิ่งนี้มาแสดงต่อสังคม อยากฝากสังคมให้พิจารณาอย่างรอบด้าน ให้โอกาสคนที่ทำงาน ให้โอกาส กกต. และให้โอกาสผู้ถูกร้องได้พูดบ้าง
นายพริษฐ์บอกว่ามีผู้สมัคร สว. ไปที่กระทรวงพาณิชย์ 4-5 คน มีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วถามว่าเจอตนหรือไม่ ขอบอกว่า ตนไม่เจอ แล้วตนก็ถามกลับว่า นายพริษฐ์เอาเรื่องแบบนี้มาถามตนหรือ เป็นถึง สส. ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีคน 4-5 พันคน มีผู้สมัคร สว. หรือ สว. ไปที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วมาถามแบบนี้ เป็นการพยายามเชื่อมโยงแบบจินตนาการไร้เหตุผล ส่วนที่ระบุว่ามีเส้นทางการเงินนั้น คนที่จ่ายเงินอาจจะมีคำชี้แจงว่าจ่ายให้ใครอย่างไร แต่คนๆ นั้นเป็นเพียงคนรู้จักของนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยคนหนึ่ง หรือเคยเป็นตัวแทนของภูมิใจไทย เท่านี้เพียงพอแล้วหรือที่จะกล่าวหาว่านักการเมืองพรรคภูมิใจไทยคนนั้นว่าจ้างให้เขาทำ หลักฐานเชื่อถือได้แล้วหรือ อยากให้สังคมค่อยๆ คิดตรึกตรองเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
ตนพยายามเงียบที่สุด เพราะส่งข้อมูลทั้งหมดให้ กกต. หมดแล้ว แต่เมื่อคณะไต่สวนชุดที่ 26 ลงความเห็นว่าตนมีความผิด ก็ไม่เป็นไร ยังเชื่อใน กกต. ทั้ง 7 ท่านว่ามีเหตุและผลเพียงพอ และเชื่อในกระบวนการยุติธรรม แต่ไม่เชื่อคณะไต่สวนชุดที่ 26 จากหลักฐานที่ชี้แจง ไม่เชื่อว่าตนได้รับความเป็นธรรมจากคณะไต่สวน ชุดที่ 26
ขณะนี้ตนแจ้งความนายยิ่งชีพไว้แล้วที่ สน.ทองหล่อ
เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงอคติให้ร้ายตน แล้วพบกันที่ศาล ทุกคดีที่คุณพูดถึงตน แจ้งความหมด และบางเรื่องตนจะฟ้องด้วยตัวเอง




