วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'วิชา' ชี้วิกฤติองค์กรอิสระ เป็นปัญหาประเทศ หนุนแก้รธน.

"วิชา" ชี้้ วิกฤติโกง สว.-องค์กรอิสระ เป็นปัญหาประเทศ หนุนแก้รธน. ท้วง “องค์กรอิสระ” อย่าอิสระจากประชาชน มองทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่ถึงนักการเมือง

KEY POINTS

  • วิชา มหาคุณ ชี้ว่าองค์กรอิสระกำลังเผชิญวิกฤตศรัทธา เนื่องจากยอมตามผู้มีอำนาจและขาดความโปร่งใส ซึ่งถือเป็นปัญหาระดับประเทศ
  • พร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปฏิรูปที่มาขององค์กรอิสระและจำกัดอำนาจการใช้ดุลยพินิจ
  • เน้นย้ำว่าองค์กรอิสระต้องทำงานเพื่อประชาชนและตรวจสอบได้ โดยทางออกของวิกฤติอยู่ที่พลังของประชาชน
  • ด้าน วัส ติงสมิตร ประเมินหาก กกต. ไม่ส่งฟ้องฮั้ว สว. จะถึงทางตันของกฎหมาย แต่หากส่งศาลต้องส่งขั้นต่ำ 120 คน

ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีสัมมนา วิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ ที่มาและทางออก

วิชา ชี้ ไอลอว์ คือ นวัตกรรมใหม่เปิดข้อมูล ตรวจทุจริต

โดย นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่าเหตุที่องค์กรอิสระมีปัญหาในปัจจุบัน ตนประเมินได้ว่าเพราะยอมตามผู้มีอำนาจอย่างไม่ขัดขืน และไม่ยอมขัดขืนต่ออำนาจรัฐ ทั้งนี้ที่ผ่านมาการตรวจสอบมีปัญหาเพราะไม่ยอมเปิดเผย อ้างกฎหมายกำหนด แต่กรณีของไอลอว์ โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารและจะเป็นตัวอย่างต่อความเพียรพยายามของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีใครปิดหู ปิดตาประชาชนได้ ทั้งนี้การตรวจสอบทุจริตเป็นหน้าที่ของพลเมือง ปัจจุบันมีกฎหมายห้ามฟ้องร้องปิดปาก คือส่วนช่วยที่ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะได้

จี้ "สส." ไล่บี้ "องค์กรอิสระ" วัดผลต่อ แทนจำนวนประชุม-คดี

นายวิชา กล่าวต่อว่า องค์กรอิสระอย่าสำคัญตัวผิดว่าเป็นอิสระ แต่ต้องเป็นองค์กรของประชาชน ทำงานให้ประชาชน เพื่อประชาชน ตนเชื่อว่าหากออกนอกลู่นอกทาง ให้องค์กรที่ไม่ยึดโยงต่อประชาชน และปกปิดข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนควรรู้ ถือว่าทำลายหลักการขององค์กรอิสระ ที่เป็นองค์กรธรรมาภิบาล โปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ ส่วนข้อกำหนดให้องค์กรรายงานต่อรัฐสภา ต้องถูกเอาใจใส่  สมาชิกรัฐสภาต้องทำหน้าที่ ไล่บี้ ไล่เบี้ย ว่าเกิดผลอย่างไรกับประชาชน ต้องเอาผลลัพธ์ ไม่ใช่งานนับครั้งหรือนับคดีเท่านั้น

“องค์กรอิสระถูกทำให้ขยายตัวใหญ่ขึ้น ที่ทำผิดหลายเรื่อง เช่น ในสิ่งที่เห็นอยู่และยอมรับว่าผมไม่ได้แก้ไขจนออกมา คือ การตรวจสอบทรัพย์สินของข้าราชการ ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน หากไม่ยื่นถือว่าผิดจริยธรรม ลงโทษให้ออกจากราชการ ซึ่งระบบดังกล่าวไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก เหมือนอย่างที่ประเทศสิงคโปร์ใช้ และทำให้เกิดวัฒนธรรมที่ดีของราชการ” นายวิชา กล่าว

ประเมิน สอบโกงท้องถิ่น นักการเมืองรอด

นายวิชา กล่าวต่อว่า ตอนที่เกิดทุจริตสอบท้องถิ่น ประธาน ป.ป.ช.โทรศัพท์หาตนเพื่อขอให้เป็นที่ปรึกษา ตนตอบไปว่าไม่ไป เพราะหากให้เป็นที่ปรึกษา ไม่มั่นใจจะปรึกษาหรือไม่ หากเขาต้องการว่าไปถึงใคร ตนนึกในใจว่าจะจบลงแค่ข้าราชการประจำ ไม่ไปถึงนักการเมือง

หนุนแก้รัฐธรรมนูญ จำกัดอำนนาจ "องค์กรอิสระ"

นายวิชา กล่าวต่อว่าสำหรับปัญหาขององค์กรอิสระ ตนสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ เช่น ที่มาขององค์กรอิสระ พร้อมกับจำกัดอำนาจที่มีให้น้อยลง รวมถึงการใช้ดุลยพินิจ ทั้งนี้ตอนที่พิจารณาได้ตระหนักว่า สว. เป็นกรอบทำงานให้ แต่ใครจะนึกว่ามีการโกงตั้งแต่ตอนตั้ง กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของการตั้งวุฒิสภา เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นต้องยอมรับว่าเป็นวิกฤติประเทศ ทั้งนี้ตนมองว่าทางออกของวิกฤติอยู่ที่ประชาชนต้องออกมา และตนไม่ไว้วางใจใครนอกจากประชาชน 

'วิชา' ชี้วิกฤติองค์กรอิสระ เป็นปัญหาประเทศ หนุนแก้รธน.

วัส ชี้ช่อง ฟ้อง กกต. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ รอ1ตุลา

ขณะที่ นายวัส ติงสมิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า ปัญหาขององค์กรอิสระขึ้นอยู่กับการเห็นชอบของสว. รวมถึง กกต. ที่มี 4 ใน 7 คน คำวินิจฉัยของ กกต. คาดว่าต้นเดือนกันยายนจะออกมา หลายคนเห็นว่าต้องส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา หากยุติเรื่อง เท่ากับหนีปัญหา ทั้งนี้ตนมองว่าปัญหาขององค์กรอิสระมีมากขึ้น ตามกฎหมายกำหนดว่าเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย ไม่ใช่หลักฐานอันควรเชื่อ หากเหตุสงสัยลากยาว 3 เดือนไม่ควรมีข้อสงสัยใด เพราะเวลานานเกินไป ดังนั้นหากละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบจะฟ้องที่ศาลใด

"ก่อนหน้านี้ปี 2562 ศาลอุทธรณ์ ระบุว่าการฟ้องกกต. เป็นอำนาจของศาลอาญาทุจริต และในปีเดียวกันศาลฎีกาประชุมใหญ่คดีที่ฟ้องกรรมการ ป.ป.ช. คดีขึ้นสู่ศาลฎีกา โดยวินิจฉัยว่าอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริต  หลังจากนั้นผ่านมา 7 ปี พบการฟ้อง กกต. เพราะเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาทุจริต ซึ่งขัดแย้งกับ 2562 เหตุผลในคำวินิจฉัยในปี 2569 บอกว่า องค์กรอิสระของรัฐธรรมนูญต้องผ่านป.ป.ช. ถึงจะผ่านศาลได้ แต่ไม่ได้ให้เหตุผลหักล้างในคำวินิจฉัยปี 2562 แต่กลับแนวเดิม ซึ่งคดีอาญาที่จะฟ้ององค์กรอิสระที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อศาลอาญาทุจริต จะมีปัญหากับคำวินิจฉัยปี 2569 แต่ผมเชื่อว่าจะดำเนินคดีไปในแนวเดิมได้ หาก 1 ตุลาคม มีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายข้าราชการในศาล แต่หากไม่รับฟ้อง สามารถอุทธรณ์ได้ไปจนถึงศาลฎีกา” นายวัส กล่าว

จี้ กกต. ส่งศาลฟันฮั้วสว. รับได้อย่างน้อยต้อง 120 คน

นายวัส กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2560 มีปัญหาโดยเฉพาะที่มา ของ สว.ถือว่าวิปริตที่ให้เลือกกันเองและฮั้วกันได้  ดังนั้นกระบบการเลือกสว.ดังกล่าวควรเปลี่ยนแปลง เพราะไปต่อไม่ได้  ทั้งนี้หาก กกต. ไม่ส่งเรื่องไปศาลฎีกา สั่งฟ้อง คดีฮั้ว สว. 229 ราย จะถึงทางตันในข้อกฎหมาย  หากกกต.ส่งคดีไปศาล ตนมองว่าต้องส่งไปขั้นต่ำ 120 คน เพราะ 6 คนแรกของทุกกลุ่มมาจากการฮั้ว  ตนเป็นตอบคนที่มาถามตนก่อนสมัคร สว. ปี2567 หากไม่รวมหัวกันจะไปตั้งแต่รอบแรก ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง และการพิจารณาของศาลอาจใช้เวลานาน จนสว.ปัจจุบันหมดวาระ