“ตัวละคร” ในซีรีส์โกงสว. ที่ทยอยถูกเปิดออกมา จึงมีชื่อ“เจ้าสัว”ตลาดศรีเมือง แห่งเมืองโอ่งราชบุรี รวมอยู่ด้วย
KEY POINTS
- นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) และ "เจ้าสัว" ตลาดศรีเมืองในราชบุรี (เมืองโอ่ง) ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการทุจริตเลือกตั้ง สว.
- พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามในสภาฯ ว่า นภินทรได้เชิญผู้สมัคร สว. ไปพบที่กระทรวงพาณิชย์ 2 ครั้ง เพื่อขอผลประโยชน์ตอบแทนและให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า
- นภินทรถูกระบุว่าเป็น "สายนายทุน" และ "กระเป๋าเงิน" คนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งดูแล สส. ในภาคกลาง ทำให้มีตำแหน่งที่มั่นคงในคณะรัฐมนตรี แม้จะถูกเรียกว่า "รัฐมนตรีโลกลืม"
- ขุมกำลังของพรรคภูมิใจไทยในราชบุรีแบ่งออกเป็นหลายสาย โดยนภินทรเป็นหนึ่งในสาย "เลือดน้ำเงินดั้งเดิม" ร่วมกับสายของ บุญลือ ประเสริฐโสภา และสาย "เลือดใหม่" อื่นๆ
- การเปิดโปงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นเกมของ "พรรคส้ม" ที่ต้องการโจมตี "ระดับหัวจ่าย" ของพรรคสีน้ำเงิน เพื่อเขย่าเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของรัฐบาล
“ตัวละครลับ” ซีรีส์โกงสว.ถูกเปิดหลังฉากรายวัน ในขณะที่สภาฯ เปิดสมัยประชุม ยังเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ “เกมส้ม” กำลังไล่ต้อน “พลพรรคสีน้ำเงิน” หวังเรียกน้ำย่อย ชวนติดตามตอนสำคัญ ก่อนเปิดศึกซักฟอกที่กำลังจะมาถึง
ล่าสุด“พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้สดถามกลางสภาฯ ถึง “นภินทร ศรีสรรพางค์” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ต่อความเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงกระบวนการฮั้วสว.
“พริษฐ์” เปิดข้อมูลไล่เรียงไทม์ไลน์ก่อนการเลือกสว. เมื่อ 26 มิ.ย.2567 ระบุว่า ผู้สมัครสว.รายนี้ ถูกเชิญไปพบ“นภินทร” ขณะที่เป็น รมช.พาณิชย์ ที่ห้องทำงาน ในกระทรวงพาณิชย์ถึง 2 ครั้ง
โดยครั้งแรก คือวันที่ 24 มิ.ย.2567 เป็นการขอดูตัว เมื่อบุคคลนี้ได้พบกับ รมช.พาณิชย์ ในห้องทำงาน นภินทรพูดว่า "ถ้าได้เป็น สว.แล้ว ขอสัก 2-3 อย่าง"
ต่อมาครั้งที่สอง วันที่ 25 มิ.ย.2567 บุคคลนี้ถูกเชิญไปยังห้องทำงานห้องเดิม และให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า จากนั้นได้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อใช้ใบลาออกนั้นคุมทิศทาง หากนายเอได้เป็น สว.
สิ่งที่“พริษฐ์” ตั้งคำถามต่อเรื่องนี้คือ เหตุการณ์นี้เป็นจริงหรือไม่ และเชื่อว่าหากรัฐมนตรีนภินทรมาตอบ จะไม่กล้าปฏิเสธ พร้อมกับยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง แต่จะอ้างว่าไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. แต่เป็นหารือปัญหาไก่งวงล้นตลาดที่ จ.ราชบุรี และพบว่ามีการแสดงหนังสือร้องเรียนจากสภาเกษตรกรราชบุรี
"สิ่งที่ขอถามคือ เอกสารที่ยื่นมีจริงหรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบของระบบราชการกระทรวงพาณิชย์แล้ว ไม่พบการลงเลขรับในระบบ ในห้องทำงานของรัฐมนตรีทั้ง 2 ครั้ง มีคนอยู่เกือบ 10 คน หากบอกว่าจะให้คนมายืนยัน จะเชื่อได้มากแค่ไหน เพราะกลุ่มคนดังกล่าวมี 3 คนที่กล่าวหาว่าอยู่ในขบวนการโกง สว. อีกส่วนเป็นข้าราชการประจำ และเป็นคณะทำงานรัฐมนตรี"
พร้อมตั้งข้อสังเกต เพื่อฝากถึง รมว.พาณิชย์ คนปัจจุบันว่า ต้องไม่ปกป้อง และไม่ให้มีใครสร้างเอกสารเท็จเพื่อปกปิดข้อกล่าวหาย้อนหลัง และฝากถึง กกต. ให้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อย่ายกคำร้องให้ใครแม้หลักฐานชัด ไม่ปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน หรือตอบแทนใครที่มีส่วนเลือกเข้ามา
การเดินเกมของ“พรรคส้ม” ที่ทยอยเปิดตัวละครลับ เชื่อมโยงสีน้ำเงินรายวันในเวลานี้ เห็นชัดว่าเล็งเป้าไปที่ “ระดับหัวจ่าย” วางเกมยาวไปถึงการเขย่าความเชื่อมั่น “รัฐบาลที่สีน้ำเงิน”
อย่างที่รู้กันในส่วนของ “นภินทร” กอดเก้าอี้เหนียวแน่น มาตั้งแต่รัฐบาล"อนุทิน 1" สวนทางกับผลงานที่ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอด จนถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “รัฐมนตรีโลกลืม”
ก่อนหน้านี้ในช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 “นภินทร” เคยออกมาอธิบายถึงกรณีที่ติดกลุ่ม “รัฐมนตรีโลกลืม” จากสื่อมวลชนว่า ขอน้อมรับ แต่หากจะบอกว่ารัฐมนตรีโลกลืมแปลว่า เป็นรัฐมนตรีที่ไม่ทำงาน ไม่มีผลงาน ก็ขอชี้แจง เพราะที่ผ่านมาทำงานหลายส่วน ทั้งการแก้ปัญหาธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว หรือนอมินี ที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรข้ามชาติ ทำลายระบบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนที่ใกล้ตัวเราที่สุดคือ ปัญหาการเปิดบัญชีม้าของนิติบุคคล รวมถึงมาตรการบริหารจัดการสินค้าเกษตรพืชหลัก-พืชรอง แทนการประกันรายได้
“ถึงแม้ผลงานต่างๆ อาจไม่ได้อยู่ในกระแสข่าว ทำให้ได้ฉายารัฐมนตรีโลกลืม แต่ขอให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และเชื่อว่าประชาชนทุกคนจะรู้จักตนเอง” นั่นคือเหตุผลที่รัฐมนตรีนภินทรชี้แจงในเวลานั้น
ภายใต้การบริหารจัดการใน “พรรคภูมิใจไทย” ที่จัดสรรโควตา บาลานซ์อำนาจระหว่างสาย “บ้านใหญ่” ซุ้มต่าง ๆ รวมถึง “กลุ่มทุน”
ในส่วนของ“นภินทร” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหลัง จึงไม่แปลกที่ความมั่นคงของเก้าอี้ใน ครม.จะเหนียวแน่นมาตั้งแต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย กระทั่ง“พลิกขั้ว”เปลี่ยนผ่านดุลอำนาจสู่ “รัฐบาลอนุทิน 1” และ “รัฐบาลอนุทิน 2” ในปัจจุบัน
หากผ่าอาณาจักร“เมืองโอ่ง”ราชบุรี ซึ่งถูก“พริษฐ์” เชื่อมโยงว่า เป็นเส้นทางสำคัญในคดีโกง สว. จะเห็นได้ว่า สีน้ำเงินแบ่งเป็นสายต่าง ๆ
โดย 2 สายเป็น “เลือดน้ำเงินดั้งเดิม” หนึ่งในสายนี้คือ “นภินทร” เจ้าของตลาดศรีเมือง ซึ่งเป็นตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดราชบุรี เป็นตลาดกลางค้าส่ง และค้าปลีกสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตก เขาถูกจัดอยู่ใน “สายนายทุน” มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรค
ที่สำคัญยังเป็นกระเป๋าเงิน ดูแลรับผิดชอบดูแล สส.ในพื้นที่หลายจังหวัดภาคกลาง
ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่การจัดโผ“ครม.สีน้ำเงิน” แทบทุกครั้ง จะปรากฎชื่อ“เจ้าสัว”ตลาดศรีเมืองผู้นี้ อยู่ในรายชื่อลำดับต้นๆ ของพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด แม้จะถูกตั้งคำถามถึงเรื่องผลงาน จนถูกขนานนามว่าเป็น“รัฐมนตรีโลกลืม”ก็ตาม
อีกสายคือ “บุญลือ ประเสริฐโสภา” สส.ราชบุรี อดีตรมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช “บุญลือ” เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนที่ถูกยุบ และถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี รวมทั้งเป็นหนึ่งในสมาชิก “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ที่แยกตัวออกมาร่วมงานพรรคภูมิใจไทยจนถึงปัจจุบัน
ขณะที่อีก 2 สายเมืองโอ่ง เป็น “เลือดใหม่น้ำเงิน” นั่นคือ “สส.แคมป์” กุลวลี นพอมรบดี ทายาท “มานิต-กอบกุล นพอมรวดี” บ้านใหญ่ราชบุรี ซึ่งเป็นพันธมิตรอีกชั้นในสาย “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ “เสี่ยมุ่ง” อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก็เป็นพันธมิตรในสาย “รมต.ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เช่นกัน
ทั้งหมดทั้งมวลสะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้ “เกมส้ม” และแนวร่วมนอกสภาฯ จ้องล็อกเป้า เขย่าระดับ “หัวจ่ายสีน้ำเงิน” เพื่อสั่นคลอนไปถึงเสถียรภาพและความเชื่อมั่น “รัฐบาลภูมิใจไทย” ต่อระบบนิติธรรม
ดังนั้น“ตัวละคร” ในซีรีส์โกงสว. ที่ทยอยถูกเปิดออกมา จึงมีชื่อ“เจ้าสัว”ตลาดศรีเมือง แห่งเมืองโอ่งราชบุรี รวมอยู่ด้วย





