เริ่มแล้ว! ศาล รธน.ไต่สวนทางลับ พยาน 5 ปาก 'คดีบัตรบาร์โค้ด' เลือกตั้ง 69 สั่งงดถ่ายทอดภาพ-เสียงตามคำขอ กกต. ห้ามเผยแพร่ข้อมูลเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ ไต่สวนพยานจำนวน 5 ปากในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป เมื่อ 8 ก.พ. 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด และรหัส QR code ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยรับเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไต่สวนวันนี้ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ประธาน กกต.ได้มาร่วมสังเกตการณ์ไต่สวนด้วย
โดยพยานจำนวน 5 ปากเป็นพยานที่ศาลเรียก ได้แก่ 1. นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมชำนาญการ สำนักงาน กกต. 2. นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. 3. นายภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโล ยี จำกัด (มหาชน) 4. นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และ 5. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
ขณะเดียวกัน ยังอนุญาตให้สำนักงาน กกต.โดยว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการการ กกต. สาธิตกระบวนการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง และก่อนเริ่มการไต่สวนนายวิรุฬห์ แสงเทียน ตุลาการซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ไต่สวน แจ้งคู่กรณีว่า เนื่องจากได้รับการร้องขอจากประธาน กกต.และบริษัทผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.ขอไม่ให้พิจารณาคดีโดยเปิดเผย
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า บัตรเลือกตั้งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเลือกตั้ง สส. ในบัตรเลือกตั้งส.สทั้ง 2 แบบประกอบด้วยมาตรการป้องกันปลอมแปลงการทุจริตบัตรเลือกตั้งมีอยู่หลายวิธี หากเปิดเผยต่อสาธารณะ อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการความปลอดภัยในการจัดทำบัตรเลือกตั้ง ที่จะต้องป้องกันการปลอมแปลง และทำให้มาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งเสื่อมประสิทธิภาพ อันกระทบต่อความมั่นคงเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้การเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ฉะนั้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ จึงเห็นสมควรให้งดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงในการไต่สวนพยานในวันนี้
และเห็นควรกำหนดให้บุคคลที่อยู่ในห้องพิจารณาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง และให้ผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาเป็นบุคคลที่ศาลอนุญาตเท่านั้น รวมทั้งขอให้ผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ได้จากการไต่สวนวันนี้สู่บุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด



