วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

'เท้ง' นำฝ่ายค้าน ชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล. ชี้กระทบวินัยคลัง

‘ณัฐพงษ์’ นำทัพฝ่ายค้าน ชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ล็อตหลัง 2 แสนล้าน หวั่นงบกระจายเข้าผู้รับเหมา เสี่ยงเพิ่มภาระลูกหลาน กระทบวินัยคลัง ยันสภาฯมีอำนาจเต็มซักฟอก

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและ สร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ว่า โดยประเด็นแรกจะพูดถึงความคุ้มค่าของโครงการ และแผนการใช้เงินของคณะรัฐมนตรีว่าจะนำเงินไปใช้ในโครงการใดบ้าง ส่วนอีกประเด็นสำคัญ คือการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งรัฐสภายังมีอำนาจเต็มในการพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งในส่วนที่ว่าการตรา พ.ร.ก.เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ และมีเหตุการณ์จำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม จะเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นไว้อย่างชัดเจนว่า อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยอยู่ในส่วนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น เมื่อ พ.ร.ก.กู้เงินกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา จึงอยากให้สมาชิกทุกคนใช้อำนาจของรัฐสภาพิจารณาทั้ง 2 ส่วน และไม่อยากให้มีการตีความว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะทำให้รัฐสภาไม่สามารถอภิปรายได้อย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า สภายังมีอำนาจพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจำเป็นหรือไม่ โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทในเรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการอภิปรายแล้วหากรัฐบาลยังเดินหน้าต่อ และจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องดูความเป็นไปได้ทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภา และ พ.ร.ก.ฉบับนี้ก็น่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาอยู่แล้ว แต่ในฐานะฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นก้อนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงาน เพราะการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานต้องใช้เวลาหลายปี และแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเงินจากภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ 3 การไฟฟ้า รวมถึงกองทุนต่าง ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยลงทุนได้

“เงินกู้ทุกบาทที่รัฐบาลกู้ สุดท้ายจะเป็นภาระของลูกหลานในอนาคต จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของแหล่งเงินว่า รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร และมีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมาออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อสังเกตจากการแถลงของ ครม.เงา ว่าจะมีโครงการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาบางราย มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้ติดตามการอภิปรายของสมาชิกในวันนี้ เพราะได้เห็นเนื้อหาบางส่วนแล้ว และจะมีการตรวจสอบว่าโครงการที่เตรียมใช้งบ 2 แสนล้านบาท จะสามารถเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการนำโครงการต่าง ๆ เช่น โซลาร์เซลล์ตามพื้นที่ข้างทาง หรือโซลาร์เซลล์ในภาคการเกษตร มารวมไว้ในโครงการ ทั้งนี้ ยอมรับว่าโซลาร์เซลล์ภาคการเกษตรเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการลดค่าไฟ แต่ยังมีเงินกองทุนและช่องทางงบประมาณอื่นที่สามารถนำมาใช้ได้ จึงอาจไม่จำเป็นต้องตราเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน

เมื่อถามว่า การอภิปรายในวันนี้จะเป็นการจัดหนักหรือเป็นการซ้อมย่อยอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจขอให้รอวันจริง ส่วนวันนี้เป็นการเตรียมอภิปรายในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศมีเรื่องวินัยการเงินการคลัง และพรรคต้องการเห็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ จึงพักการให้สัมภาษณ์เป็นเวลาสั้น ๆ ระหว่างที่นายกฯ เดินทางมาถึง และทำความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จากนั้นจึงได้มีการสวัสดี และทักทายกัน

  • ชี้แต่งตั้งบิ๊ก มท. หวังช่วย "ระบอบน้ำเงิน" ย้ำฝ่ายค้านจับตา ขู่ใช้เวทีซักฟอก 

นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย ว่า อาจจะมีการวิเคราะห์ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงเวลานี้อาจจะเกี่ยวข้องกับบริบทการมือง เช่น กำลังจะเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนพูดชัดว่าจะอยู่ในช่วงสมัยประชุมนี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนให้ความเห็นแทนรัฐบาลไม่ได้ 

เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าเป็นการวางอำนาจทางการเมือง และต้องการจะเคลียร์คดี เช่น คดีเขากระโดง และโกงสอบท้องถิ่น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกการแต่งตั้งโยกย้ายต้องเป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้อง และคัดเลือกคนที่มีความสามารถมาดำรงตำแหน่ง หากเทียบเคียงกรณีเคยมีแชทข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือช่วงที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยช่วงก่อนการเลือกตั้ง ก็จะเห็นว่า การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญต่างๆ นำมาซึ่งการช่วยเหลือรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน ดังนั้นเรื่องนี้ฝ่ายค้านจับตาดูอยู่ หากมีการทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราก็ยังมีเวทีใหญ่เช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

  • ซัดดีเอสไอ ฟ้องปิดปากคนเปิดข้อมูลโกง สว. เตือน กกต.ใช้อำนาจให้ถูกต้อง

นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าจะมีการฟ้องร้องผู้นำเอกสารผลการสอบสวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาเปิดเผย ถือเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ ว่า สังคมอยากรับรู้ความจริง ไม่ว่าแหล่งข้อมูลนั้นจะได้มาจากที่ใด หากเป็นความจริง สังคมก็ควรได้รับรู้อย่างตรงกัน หากมองกลับกัน การแสดงความเห็นแบบนี้ รัฐบาลอาจอ้างเรื่องชั้นความลับ หรืออำนาจทางกฎหมาย เพื่อพยายามปิดปากคนที่ตีแผ่ความจริงหรือไม่ ดังนั้นหากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจ พร้อมที่จะเปิดเผยความจริงเรื่องนี้เอง ก็ไม่ควรแสดงความเห็นแบบนี้ ทำให้พวกเราไม่กล้าส่งเสียงเรียกร้อง 

เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังไม่มีท่าทีจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งที่ใกล้ถึงเวลาต้องสรุปว่าจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันที่ 28 ส.ค.นี้ก็น่าจะทราบว่า มติของกกต.จะเป็นอย่างไร 

เมื่อถามว่า มีสัญญาณว่า จะมีการสังเวยสว.บางคน แต่ไม่ไปถึงระดับตัวการใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง หรือรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ให้กำลังใจ กกต.อย่างเต็มที่ เพราะหลักฐานที่เปิดมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ควรเชื่อได้ว่ามีการโกงเลือก สว.เกิดขึ้นจริง และกฎหมายก็ให้อำนาจ กกต.ว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อก็ต้องส่งเรื่องให้ศาล  กกต.ไม่ได้มีอำนาจชี้ถูกชี้ผิดจนสิ้นข้อสงสัย ดังนั้นขอเป็นกำลังใจให้ กกต.ทำหน้าที่ตามกฎหมาย หาก กกต.ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง คนได้รับผลกระทบที่ตามมาอาจจะเป็นกกต.เอง และเราก็จับตาดูเรื่องนี้อยู่ หากเกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบก็คงมีคนเตรียมยื่นเรื่องดำเนินคดีกับ กกต. แต่ย้ำว่า รอดูความชัดเจนในวันที่ 28 ส.ค.นี้