วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ครูใหญ่’จัดทัพ ขยับ‘บิ๊กล็อต' วางหมาก‘น้ำเงิน’ ประคอง‘อนุทิน’

ปรากฎการณ์ “รีเซต” ดุลอำนาจในกระทรวงมหาดไทย ในยุคที่ “สีน้ำเงิน” ครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ เป็นการตอกย้ำว่า ท่ามกลาง สารพัดวิกฤติที่กำลังเซาะกร่อนเสถียรภาพ และความเชื่อมั่นของ“รัฐบาลอนุทิน” จนลุกลามเป็น “สภาวะฝีแตก”

ไล่เรียงมาตั้งแต่ กรณีแชตไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” การบุกรุกพื้นที่ของกลุ่มนายทุน และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภูเก็ต การกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็น“นอมินี” ถือหุ้นหรือประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ ไปจนถึงปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ และการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่คดีมหากาพย์ “โกงสอบ” ข้าราชการส่วนท้องถิ่น จนถึงเวลานี้ มีสารพัดข้อครหา เรื่องนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิกถอนบัญชี 5,925 รายชื่อที่ทุจริต แล้วจบ แต่ยังถูกจับตาและขยายผลไปยังเบื้องลึกอีกว่า “ใครสั่ง ใครจ่าย และใครอยู่เบื้องหลัง” 

ที่สำคัญ กระบวนการตรวจสอบ จะสาวขึ้นไปถึงระดับคีย์แมนได้จริงดังที่ “นายกฯอนุทิน”เคยลั่นวาจา“ฟันไม่เลี้ยง” หากพบใครเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือท้ายที่สุด จะถูก“ตัดตอน” เอาผิดเพียงระดับปลายแถว

ล่าสุด เมื่อส่องโผ การรีเซตบุคลากรมหาดไทย “บิ๊กล็อต” ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 25 ส.ค.2569 มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง 20 ตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับรองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัด

แยกเป็นระดับรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 4 ราย ได้แก่ จำเริญ แหวนเพ็ชร จาก ผวจ.สุรินทร์ ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นัฐพล นราดิศร จาก ผวจ.เชียงใหม่ ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ จาก ผวจ.นครราชสีมา ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อโรชา นันทมนตรี จาก ผวจ.นครปฐม ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

ระดับอธิบดี และผู้ตรวจราชการกระทรวง 5 ราย ได้แก่ ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล จากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย สมชาย ลีหล้าน้อย จากผวจ.นครศรีธรรมราช ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน

ในส่วนของ “ผู้ว่าฯสมชาย” ที่ผงาดจากผู้ว่าฯเมืองคอน สู่ “อธิบดีกรมที่ดิน”  น่าสนใจตรงที่อธิบดีผู้นี้เป็น “สิงห์ไม่มีสี”  เนื่องจากจบนิติศาสตรบัณฑิต และ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการงานสาธารณะ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เติบโตในสายงานปกครองเข้าศึกษาหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 75 วิทยาลัยมหาดไทย และหลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 75

เหนือไปกว่านั้น ในช่วงแรกๆที่ “คดีโกงสอบ” เป็นข่าวครึกโครม “ผู้ว่าฯนครศรี” ผู้นี้ยังเคยตกเป็นข่าวถูกเชื่อมโยงบัญชีผู้สอบแข่งขันตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ ภาคใต้ เขต 1 โดยพบผู้สอบแข่งขันได้ 2 ราย ใช้นามสกุลเดียวกัน และอ้างว่าเป็นเครือญาติของ ผวจ.นครศรีธรรมราช

โดยครั้งนั้น“สมชาย” ไม่ได้ชี้แจงในประเด็นความเชื่อมโยงหรือสายสัมพันธ์กับ “2บุคคล” ดังกล่าว โดยระบุเพียงกล่าวสั้น ๆ ว่า “ไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และให้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายก็แล้วกัน”

แน่นอนว่า ภายใต้ความเป็น “สิงห์ไม่มีสี” ของอดีตผู้ว่าฯเมืองคอนผู้นี้ มุมหนึ่งอาจตีความจากที่ “นายกฯอนุทิน” เคยให้โจทย์ก้าวข้ามความเป็น “สิงห์ดำ-สิงห์แดง” รวมถึงทุกกลุ่มทุกสีภายในกระทรวง พร้อมสลายระบบแบ่งสี แบ่งก๊วน และสายการเมือง 

ทว่าอีกมุมก็ปฏิเสธคำถามที่ตามมาไม่ได้เช่นกันว่า หรือลึกๆแล้วการอัปเกรดจากผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช คุมกรมสำคัญอย่างกรมที่ดิน ของ “อดีตผู้ว่าฯสมชาย” ผู้นี้ เป็นเพราะได้รับการสนับสนุนจาก“คีย์แมนสีน้ำเงิน” บางคนหรือไม่ อย่างไร

อีกคนที่น่าสนใจคือ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร หรือ“ผู้ว่าฯเซมเบ้” จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ จากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

ขณะที่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ “ปิยะ ปิจนำ” ที่ถูกโยกจากผวจ.บุรีรัมย์ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) 

พลิกปูม “ผู้ว่าฯปิยะ”ถือเป็นสายตรงบุรีรัมย์ จบคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็น“สิงห์แดงรุ่นที่ 42” เริ่มต้นชีวิตราชการที่ตำแหน่งนายอำเภอนาหว้า จ.นครพนม ก่อนเติบโตในพื้นที่อีสานใต้ นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ จนขยับขึ้นดำรงตำแหน่งรองผวจ.บุรีรัมย์ และผวจ.บุรีรัมย์ เป็นตำแหน่งล่าสุด

ขณะที่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด 11 ราย ประกอบด้วย มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ จาก ผวจ.จันทบุรี ย้ายไปเป็น ผวจ.ฉะเชิงเทรา ทศพล เผื่อนอุดม จากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.เชียงใหม่

ฉัตรประอร นิยม จาก ผวจ.ฉะเชิงเทรา ย้ายไปเป็น ผวจ.ตราด ภาสกร บุญญลักษม์ จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ตาก ณัฐพงษ์ สงวนจิตร จาก ผวจ.สุพรรณบุรี ย้ายไปเป็น ผวจ.นครราชสีมา

ชุมพิชญ์ เดชะรัฐ จาก ผวจ.มหาสารคาม ย้ายไปเป็นผวจ.นครสวรรค์ เอกวิทย์ มีเพียร จาก ผวจ.ปทุมธานี ย้ายไปเป็น ผวจ.บุรีรัมย์ ธนียา นัยพินิจ จาก ผวจ.พิจิตร ย้ายไปเป็น ผวจ.ปทุมธานี ชาธิป รุจนเสรี จาก ผวจ.กำแพงเพชร ย้ายไปเป็น ผวจ.สระแก้ว

พิริยะ ฉันทดิลก จาก ผวจ.ตราด ย้ายไปเป็น ผวจ.สุพรรณบุรี ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.อุดรธานี

แน่นอนว่า ท่ามกลางสารพัดปมร้อนที่กำลังกัดกร่อนเสถียรภาพรัฐบาลในเวลานี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าบัญชีโยกย้ายมหาดไทย“บิ๊กล็อต”ในรอบนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการโยกย้ายสลับสับเปลี่ยนข้าราชการตามฤดูกาล แต่เป็นการตอกย้ำ“สัญญาณรีเซต”กระดานอำนาจ เพื่อประคับประคอง“รัฐบาลสีน้ำเงิน” และบัลลังก์“นายกฯหนู”ที่คุมเบ็ดเสร็จกระทรวงคลองหลอด โดยมีเงา“ครูใหญ่”ในฐานะผู้มากบารมีสีน้ำเงินตัวจริง ครอบอยู่อีกชั้น

ฉะนั้นภายใต้โจทย์ “นายกฯหนู” ก่อนหน้านี้ให้นโยบายต้องก้าวข้ามความเป็น “สิงห์ดำ-สิงห์แดง” รวมถึงทุกกลุ่มทุกสีภายในกระทรวง ถึงเวลานี้อาจถูกขมวดเหลือสีเดียวคือ “สีน้ำเงิน” นั่นเอง!!