วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

แกะรอย 3 เงื่อนไข ‘แสวง’ ส่องช่องรอด ‘รัฐมนตรี-สีน้ำเงิน’

กลายเป็นสิ่งที่พรรคประชาชน ในฐานะแกนนำฝ่ายค้านในสภาฯ ตั้งคำถามกลับ “แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ประเด็นกาง 3 หลักเกณฑ์ ที่จะเข้าขั้นส่งคดี “ฮั้วเลือก สว.” ไปถึงศาลฎีกาว่า เป็นการหาช่องช่วย “รัฐมนตรี-พรรคภูมิใจไทย” ที่ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนร่วมในขบวนการโกงเลือก สว.หรือไม่

เพราะใน 3 เงื่อนไข ที่อาจถูกใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ที่ต้อง “ครบองค์ประกอบความผิด” ก่อน กกต.จึงจะชี้ขาดว่าจะยกคำร้อง หรือส่งเรื่องสู่ศาลฎีกา ดังนี้ 1.เป็นการกระทำเฉพาะ “ผู้สมัครรับเลือกสว.” เท่านั้น 2.การทุจริตที่เข้าข่าย เช่น จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน และคะแนน หรือ ให้ประโยชน์อื่นใด เพื่อให้เลือกตนเอง และ 3.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม 

ทำให้แปลความได้ว่า พยานหลักฐานการฮั้ว ที่ฝ่ายค้านขนขึ้นเวทีเปิดโกง สว.หลายเวทีที่ผ่านมา อาจสาวไปไม่ถึงตัวบงการใหญ่ อาจไม่ถึงขั้นเอาผิดได้ตามกฎหมาย

ต่อเรื่องนี้ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้าน เจ้าพ่อเจาะขบวนการโกง สว.ประเมินคำพูดเลขาฯ “แสวง” ในมิติการเมือง พร้อมยกข้อกฎหมายขึ้นมาหักล้างว่า 

แกะรอย 3 เงื่อนไข ‘แสวง’  ส่องช่องรอด ‘รัฐมนตรี-สีน้ำเงิน’

ตามข้อกฎหมายแล้ว การทำทุจริตที่ทำให้การเลือกไม่โปร่งใส ไม่ถูกจำกัดเฉพาะ “ผู้สมัคร สว.” เท่านั้น เพราะกฎหมายว่าด้วยการเลือก สว.บัญญัติให้รวมถึง “ผู้ใดที่ทำทุจริตเลือก หรือรู้เห็นการกระทำของบุคคลอื่นที่ทำให้การเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม” ขณะเดียวกันยังมีบทบัญญัติอื่นของกฎหมายที่กำหนดข้อห้าม และความผิดที่รวมถึงกรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้สัญญาว่าจะให้เงิน

“ในเชิงกฎหมายถือว่าสิ้นกระแสความแล้วว่า ไม่ใช่เฉพาะเป็นผู้สมัคร สว.เท่านั้น และในอดีตที่ผ่านมา พบว่า กกต.สั่งฟ้องหลายกรณีไปที่ศาลฎีกา ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาไม่เป็นผู้สมัคร สว.ด้วยซ้ำ” พริษฐ์ ระบุ และเชื่อว่าประเด็นที่ “แสวง” พยายามยกข้อกฎหมายที่ไม่ครบถ้วนมาอธิบาย เพื่อปกป้องนักการเมือง รัฐมนตรี ผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย

“กกต. หรือบางส่วนของกกต. พยายามฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหาในคดี โดยเฉพาะเครือข่ายพรรค หรือนักการเมือง ระดับวางแผน บัญชาการ หรืออุดหนุนงบประมาณ จึงพยายามหาคำอธิบายเพื่อปกป้องนักการเมืองฝ่ายสีน้ำเงิน 

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าคดีฮั้ว สว. กกต.จะสั่งฟ้องบางคน ไม่ฟ้องบางคน ที่เป็นยุทธวิธีสังเวยน้ำเงินอ่อน ปกป้องน้ำเงินเข้ม คือ สั่งฟ้องผู้ที่ไม่อยู่ใกล้ชิดอำนาจ และหัวคะแนนระดับปฏิบัติการ แต่นักการเมือง รัฐมนตรี ผู้บริหารพรรค กกต.ต้องปกป้องเต็มที่ ดังนั้นจึงต้องหาช่องทางกฎหมายเพื่อให้หลักฐานที่ถูกนำเสนอต่อสังคม และอยู่ในสำนวน กกต.ไปไม่ถึงศาล  พริษฐ์ วิเคราะห์เกม

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน ที่พยายามเปิดเวทีเปิดข้อมูล “โกง เลือกสว.” โดยร่วมกับภาคประชาสังคมอย่าง “ไอลอว์” ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลักฐานที่ถูกแขวนต่อสาธารณะ ทั้งชื่อบุคคล เส้นเงิน ประวัติโอนเงิน สถานที่ประชุมทำโพย เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ที่คาดว่า นักการเมืองในพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ “หัวหน้า” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ถูก “เจ๊แมว" กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว.กล่าวอ้างว่า เป็นผู้ใหญ่ ที่ตนเองถูกพาเข้าพบ 

แกะรอย 3 เงื่อนไข ‘แสวง’  ส่องช่องรอด ‘รัฐมนตรี-สีน้ำเงิน’

ก่อนส่งต่อให้ “สุขสมรวย วันทนียกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ซึ่งดูแลเรื่องการ “รวมกลุ่มจัดตั้ง”เลือก สว. โดยมี ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.อ่างทอง กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล สส.อ่างทอง วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย อยู่เบื้องหลัง

แต่ข้อกล่าวหาของ “กุสุมาลวตี” ยังขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า รายชื่อที่กล่าวหานี้ มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าหรือครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายหรือไม่

จึงทำให้เป็นช่องที่พรรคภูมิใจไทย โดย “ศุภชัย ใจสมุทร” มือกฎหมาย ตอบโต้ว่า “กล่าวหาคนภูมิใจไทยต้องมีหลักฐาน ที่คิดว่าต้องมีมาตรฐานสูงกว่าแค่บอกว่าใครรู้จักใคร ใครสัมพันธ์กับใคร หรือใครในเครือข่ายเดียวกับใคร และขอให้ตอบเป็นรายบุคคลว่า บุคคลนั้น ทำอะไร ทำเมื่อใด ทำกับใคร มีเจตนาอย่างไร และฝ่าฝืนกฎหมายใด”

พร้อมกันนี้ “ศุภชัย” ยังท้าให้เปิดทุกหลักฐานที่มีอยู่ในมือให้ครบ ตั้งแต่วันนี้ และขอให้ยอมรับ หลักฐานที่ถูกตรวจสอบด้วยว่า เป็นหลักฐานที่พิสูจน์ถึงการกระทำผิดจริง หรือเป็นข้อมูลที่เรียงต่อกัน เพื่อสร้างภาพเชื่อมโยง

แกะรอย 3 เงื่อนไข ‘แสวง’  ส่องช่องรอด ‘รัฐมนตรี-สีน้ำเงิน’

ท่าทีของ “ศุภชัย” ถูกตีความว่า มั่นใจว่าสุดท้ายแล้วฝ่ายกล่าวหาไม่มีพยานหลักฐานใดที่ไปถึงตัวแกนนำพรรคภูมิใจไทย แม้ว่า "ฝ่ายค้าน-ไอลอว์” จะเปิดหลักฐานผลการสอบสวนของอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ที่มีรายละเอียดถึงขั้นเปิดรายชื่อทั้ง 229 คน โดยเชื่อว่าสิ่งที่นำมาแสดง อาจไม่ใช่ข้อมูลที่กกต.สืบสวน หรือขยายผล ไปสู่การยื่นศาลฎีกา

ด้วย 3 เงื่อนไขล่าสุดที่เลขาฯกกต. แสวง บุญมี ออกมาระบุ เหมือนเป็นสัญญาที่สอดรับกัน

การนำหลักฐานทั้งหมดที่มีของไอลอว์ ที่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ อ้างว่าเป็นสำนวนการสอบสวนคดีฮั้ว สว.จำนวนหลายหมื่นหน้า มาแสดงต่อสาธารณะเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศว่าเตรียมเปิดรายละเอียดทั้งหมด โดยมีเงื่อนไขคือ หลังจากรู้ว่า กกต.จะสั่งฟ้องคดีโกง สว.หรือไม่ 

แกะรอย 3 เงื่อนไข ‘แสวง’  ส่องช่องรอด ‘รัฐมนตรี-สีน้ำเงิน’

ยิ่งทำให้ภูมิใจไทยมั่นใจว่า หลักฐานของฝ่ายค้านและไอลอว์ที่ว่า เป็นหมัดน็อก-เบอร์ใหญ่ ที่จริงแล้วอาจไม่มีอย่างราคาคุย เพราะหากมีจริง ไม่ควรรอ หรือประวิงเวลา

ดังนั้นความเคลื่อนไหวที่จะเข้มข้นขึ้นคือ การทำสงครามจิตวิทยา ระหว่างแต่ละฝ่าย 

ทั้งการกดดัน กกต.ในฐานะองค์กร ที่มีหน้าที่ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา การกดดัน รัฐบาล-อนุทิน ที่ต้องเผชิญแรงเสียดทานทางการเมืองจากการถูกสังคมจับตาว่า อำนาจรัฐที่มีในมือจะมีส่วนทำให้การตัดสินขององค์กรอิสระบิดเบี้ยวหรือไม่

ขณะเดียวกัน ก็เป็นแรงกดดันต่อ ฝ่ายค้าน และภาคประชาสังคม ที่ถูกตั้งคำถามเช่นกันว่า ข้อมูลที่เปิดเผยมาแต่ละสัปดาห์นั้น เป็นของจริง หรือแค่ข้อมูลที่มีบางฝ่ายจงใจชี้นำ เพื่อยืมมือล้างกระดานทางการเมือง