นับถอยหลังอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ “คดีโกง สว.” เข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ ตามนัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาภายในสิ้นเดือน นี้ กำหนดหมุดหมายจันทร์ 31 ส.ค. 2569 ท่ามกลางกระแสสะพัด กกต.เตรียมเปลี่ยนมาลงมติในวันศุกร์ 28 ส.ค.นี้
อย่างไรก็ดี (25 ส.ค.) สำนักงาน กกต.ชี้แจงยืนยันว่า กระแสข่าวเปลี่ยนมาลงมติ 28 ส.ค.นั้น ไม่เป็นความจริง กกต. อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน สว. และลงมติสำนวนดังกล่าวต่อไป ขอให้ประชาชนมันใจว่าการพิจารณาสำนวน สว.ดังกล่าว ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักกฎหมาย เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง และคุ้มครองเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างสูงสุด
ท่ามกลางจังหวะชุลมุน ตัวละครสำคัญต่าง ๆ ถูก “ไอลอว์” ผนึกกำลังร่วมพรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ และ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ประธานวิปฝ่ายค้าน จัดเวที-โพสต์ผ่านโซเชียล เปิดโปงเปิดชื่อกันแทบครบทุกคน-หลายจังหวัด ในห้วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะบรรดา “รัฐมนตรีสีน้ำเงิน-เครือข่ายบ้านใหญ่” ถูกขึงพืดผ่านสาธารณะจนแทบหมดเปลือก
การเปิดตัวละครหน้าใหม่ ๆ ระดับ “ผู้ช่วย สว.-นายหน้า-คนสนิทบ้านใหญ่-คนใกล้ชิดนักการเมือง” รวมถึงเส้นทางการเงินพัวพันไปถึง เจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ร้อนถึง “เครือข่ายสีน้ำเงิน” ต้องเร่งแก้เกมนี้โดยด่วน
ที่ผ่านมา “ฟากสีน้ำเงิน-สว.” ล้วนปฏิเสธข้อเท็จจริง-ข้อมูลที่ “ไอลอว์-พรรคส้ม” นำมาเปิดเผย พร้อม ๆ กับเดินเกม “แจ้งความ” ข้อหา “หมิ่นประมาท” ไปยัง “เป๋า ยิ่งชีพ-ไอติม พริษฐ์” ไปแล้วหลายสำนวน ตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน จรดภาคใต้ หลายจังหวัด
ท่ามกลางการตั้งคำถามถึงประเด็นว่า “ไอลอว์-พรรคส้ม” ไปนำข้อมูลระดับ “เอ็กซ์คลูซีฟ” มาจากไหน เพราะข้อมูลอินไซด์ระดับนี้ น่าจะหลุดมาจากหน่วยงานของรัฐแน่ ๆ
ขณะนั้นมี 2 หน่วยงานหลักที่ดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่ 1.กกต. โดยคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 และ 2.กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ขยายผลเรื่อง “อั้งยี่-ฟอกเงิน” จากการโกง สว.
ล่าสุด 25 ส.ค. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีไอลอว์เปิดข้อมูลในสำนวนคดี โกง สว. เป็นเอกสารจริง และได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ว่า เท่าที่ติดตามข่าว เอกสารดังกล่าวเป็นสำนวนของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะทางในสังกัดดีเอสไอ โดยตนมีข้อสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวได้มาอย่างไร
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขณะนี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า บุคคลใดทำให้เอกสารหลุดออกไป หรือมีใครเกี่ยวข้องบ้าง เมื่อการตรวจสอบแล้วเสร็จ จะให้อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงต่อตนว่า ข้อมูลหลุดไปยังบุคคลภายนอกได้อย่างไร และยังทราบว่าอธิบดีดีเอสไอ จะเข้าแจ้งความที่กองบังคับการกองปราบปราม เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องหมายถึงผู้ที่นำเอกสารและสำนวนไปใช้ในการตรวจสอบ ซึ่งอาจมีความผิดทั้งในคดีอาญาและตามกฎหมายพิเศษ
ส่วนการแจ้งความกองปราบปราม จะเอาผิดเจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลหรือไม่นั้น รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้พิจารณาตามพยานหลักฐานว่า ผู้ที่นำเอกสารไปและนำมาเผยแพร่จะมีความผิดอย่างไร เอกสารที่หลุดออกมาเกิดขึ้นจากการตรวจสอบในสมัย รมว.ยุติธรรม คนก่อน เป็นช่วงก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม
เท่ากับว่าข้อมูลข้อเท็จจริงที่ “ไอลอว์-พรรคส้ม” นำมาเปิดเผยนั้น นับเป็น “ข้อมูลทางราชการ” ที่ถูกดำเนินการสอบสวนมาตั้งแต่ภายหลังการเลือก สว.ปี 2567 ที่ขณะนั้น “รัฐบาลสีแดง” ดำเนินการอย่างเข้มข้น ในการสอบสวนหา “ตัวบงการ” เบื้องหลังในเรื่องการ “โกง สว.”
โดยเฉพาะในสำนวนดีเอสไอ ดำเนินการสอบสวน “คดีฟอกเงิน-อั้งยี่” จากการกระทำผิดในการ “โกง สว.” จากการตรวจสอบร่องรอยทางการเงินพบว่า มีความเชื่อมโยงกัน 1,200 คน จากข้อมูลการสืบสวนพบว่ามีผู้ช่วย สว.และ สว.เกี่ยวข้องในพื้นที่ 45 จังหวัด มีการสอบพยานไปแล้วนับร้อยปาก จากผู้สมัคร สว.กว่า 1,200 คน
ขณะเดียวกันในคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 ของสำนักงาน กกต.นั้น มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ระดับ “รองอธิบดี” เข้าไปเป็นกรรมการด้วย โดยผลการสอบสวนของคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 นั้น พบข้อเท็จจริงว่า แนวคิดมาจากบรรดา “ลูกท่านหลานเธอ” ในฝ่าย “สีน้ำเงิน” คิดสูตรผ่านกลไกคณิตศาสตร์ซับซ้อน พร้อมกับการหว่านเงินว่าจ้าง จนได้ได้ สว.สีน้ำเงินไม่ต่ำกว่า 140 ที่นั่ง ซึ่งคณะกรรมการฯชุดที่ 26 นั้น มีมติเห็นควรลงดาบ 229 คนที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น สว.จำนวน 138 คน และเครือข่ายบ้านใหญ่-บิ๊กเนมการเมือง-รัฐมนตรีสีน้ำเงิน อีก 91 คน
ท่ามกลางกระแสสะพัดว่า อาจมีการ “ตัดจบ” คดีนี้ โดยน่าจะมีการ “ลงดาบ” กับผู้เกี่ยวข้องบางกลุ่ม ถึงแค่ระดับ “คนจ่ายเงิน” เท่านั้น แต่อาจสาวไม่ถึง “ตัวบงการ-บ้านใหญ่เบื้องหลัง” และอาจมี สว.ถูกลงดาบแค่ประมาณ 15 คน เนื่องจากเป็นระดับ “สีน้ำเงินอ่อน” เท่านั้น
แม้เรื่องนี้บรรดา “รัฐมนตรีลูกเทพ” หลายคน ออกมาปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ฝ่าย “ไอลอว์-พรรคส้ม” เปิดโปง กระทั่งมาถึงคิวของ “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” บ้านใหญ่อ่างทอง ประธานวิปรัฐบาล ที่ถูกเปิดเผยเรื่อง “ข้อมูลโทรศัพท์” นั้น เจ้าตัวปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโกง สว. ส่วนเรื่องการนำข้อมูลโทรศัพท์มาเปิดเผยนั้น ตั้งคำถามว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และการได้มาซึ่งข้อมูลนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ส่วนที่มีข้อกล่าวหาจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง “กรวีร์” ยืนยันว่า ได้เข้าไปชี้แจงแล้ว ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการโทรศัพท์ ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ ดังนั้นไม่เคยชี้แจงเกี่ยวกับการโทรศัพท์เข้า-โทรออกใด ๆ แม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งไม่เคยถูก กกต. ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องนี้มาก่อน ข้อมูลที่เปิดเผยเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ไม่แน่ใจว่าการทำแบบนี้ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ล่าสุด “พริษฐ์ วัชรสินธุ” นัดหมายใหญ่ เปิด “เวทีผู้นำฝ่ายค้าน” ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ แบ่งเป็น 5 ช่วงกิจกรรม ไฮไลต์อยู่ที่ ช่วง 3 ชื่อกิจกรรม “เจาะลึกหลักฐานคดี โกง สว. และความจริงที่(ยัง)ไม่ได้คำตอบ?” นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทปราการ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. และชยพล สท้อนดี สส.กทม.
ดังนั้นคงต้องรอดูว่า “ฝ่ายค้าน” จะงัด “ไม้ตาย-ไม้เด็ด” อะไรออกมาอีก ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนถึงจุดไคลแม็กซ์ ที่ กกต.นัดประชุมคดีโกง สว.นัดสุดท้าย 31 ส.ค.นี้ จับตาบทสรุปจะออกมาอย่างไร งานนี้จะมี “มวยต้มล้มคนดู” หรือไม่ ต้องติดตาม



