วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลลุยปราบอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เน้น 3 แนวทาง 'อุดช่องโหว่-จัดระเบียบธุรกิจ-อาวุธปืน'

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว “การปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ โดยพนักงานฝ่ายปกครองร่วมกับภาคีเครือข่าย” โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ภาคีเครือข่ายด้านยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล 25 ส.ค.2569 

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการแถลงข่าวการปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่มีความเชื่อมโยงกันทั้ง สแกมเมอร์ นอมินี ธุรกิจผิดกฎหมาย อาวุธปืน ยาเสพติด และการฟอกเงิน รวมทั้งสิ่งชั่วร้าย สิ่งเลวร้าย ความเสื่อมทรามของสังคมไทยทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลประกาศตัวเป็นศัตรูอย่างชัดเจนกับการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น ซึ่งแนวทางของรัฐบาลคือทำงานไม่แยกส่วนกัน แต่จะร่วมกันทำงานเชื่อมข้อมูล เชื่อมกำลัง ทำงานร่วมกัน ให้รวดเร็วกว่ากลุ่มอาชญากรเหล่านี้ 

รัฐบาลลุยปราบอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เน้น 3 แนวทาง 'อุดช่องโหว่-จัดระเบียบธุรกิจ-อาวุธปืน'

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาในฐานะนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้ติดตาม และให้ข้อสั่งการกับทุกหน่วยงานให้ร่วมกันทำงาน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ป.ป.ท. ปปง. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเน้น 3 เรื่องสำคัญ คือ 

1.การอุดช่องโหว่ของระบบทะเบียนไม่ให้มีการซื้อขายสัญชาติ สวมสิทธิ์ หรือใช้คนไทยเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการขยายผลเส้นทางทางการเงิน และผู้อยู่เบื้องหลัง

2.การจัดระเบียบธุรกิจ และการปราบปรามทุนนอมินีโดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งต้องทำสองด้านพร้อมกัน คือการดำเนินการต่อผู้ที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด และการแก้ปัญหาการอนุญาตล่าช้า เพื่อต้องการให้คนที่ต้องการทำธุรกิจในด้านนี้ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง สะดวก โปร่งใส และรวดเร็ว และ

3.การจัดการอาวุธปืนผิดกฎหมาย และยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางของการออกใบอนุญาต การตรวจสอบร้านค้า และสนามยิงปืน ไปถึงการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เพื่อสกัดอาวุธ และยาเสพติด ก่อนจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน 

รัฐบาลลุยปราบอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เน้น 3 แนวทาง 'อุดช่องโหว่-จัดระเบียบธุรกิจ-อาวุธปืน'

นายกฯ ระบุว่า ผลการทำงานในแต่ละด้านมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม มีการยึดอายัดทรัพย์สิน การจับกุมผู้กระทำผิด การยึดคืนกลับสู่รัฐ การยึดปืน และยาเสพติด สิ่งที่ตนให้ความสำคัญอย่างมากนอกจากประสิทธิภาพของการปราบปราม คือหากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรือยกเว้น เพราะคนที่มีหน้าที่รักษากฎหมายจะเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเสียเองไม่ได้ 

ตนขอย้ำว่า ให้ทุกหน่วยงานหลักยึดหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ที่ตนได้มอบไว้เป็นแนวทางในการปราบปรามธุรกิจอาชญากรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านี้มาโดยตลอด ไม่ว่าผู้กระทำผิดนั้นจะเป็นใคร มีความยิ่งใหญ่ มีบทบาทหรือมีอิทธิพลขนาดไหน ให้ดูที่พฤติการณ์ และพยานหลักฐาน พร้อมใช้เทคโนโลยีทั้งหลายที่มีเพื่อป้องกันให้การตรวจจับได้ผลเร็ว และมีการขยายผลให้ถึงต้นตอ รวมถึงดำเนินคดีให้รวดเร็ว และถึงที่สุด

รัฐบาลลุยปราบอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เน้น 3 แนวทาง 'อุดช่องโหว่-จัดระเบียบธุรกิจ-อาวุธปืน'

สำหรับเป้าหมายของรัฐบาล ไม่ใช่เพียงจับกุมให้มากขึ้น แต่ต้องไม่ให้ระบบของรัฐถูกใช้เป็นช่องทางของอาชญากรรม และต้องให้ผู้มีความสุจริตหากินได้อย่างเป็นธรรม ให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องจริงจัง โปร่งใส เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศต่อไป ทั้งนี้ ขอชื่นชม และขอบคุณเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทุกคน ที่ให้ความร่วมมือตอบสนองนโยบายการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบของรัฐบาลเป็นอย่างดี ทำให้รัฐบาลดำเนินคดีกับบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ จนมีผลงานความสำเร็จออกมาชัดเจนเป็นรูปธรรม 

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินการต่อไปด้วยความเอาจริงเอาจัง ทั้งการดำเนินคดี การติดตามขยายผลไปจนถึงสุดทางอย่างการยึดอายัดทรัพย์ โดยจะมีการนำไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาเฉลี่ยคืนให้ผู้ที่ถูกหลอกลวง ไม่ใช่เอามาเป็นของรัฐอย่างเดียว แต่ต้องเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายจากการกระทำมิชอบเหล่านี้ เมื่อเหลือเท่าไหร่จึงเป็นรายได้ของรัฐ ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของรัฐบาล และผู้ปฏิบัติทุกคน แนวทางการทำงานแบบปิดชื่อ ถือพฤติกรรม โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล

รัฐบาลลุยปราบอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เน้น 3 แนวทาง 'อุดช่องโหว่-จัดระเบียบธุรกิจ-อาวุธปืน'

นายกฯ กล่าวในตอนท้ายว่า กรอบการทำงานนี้ตนคิดว่าได้รับการซึมซับไปยังผู้ปฏิบัติงานทุกคน ซึ่งทุกคนมีขวัญกำลังใจ มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ และไม่มีความเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ โดยเฉพาะหัวหน้ารัฐบาล หัวหน้าส่วนราชการทุกคนมีความชัดเจน และมีความมั่นคงแน่วแน่ ที่ไม่ว่าจะไปถึงคนไหน รู้จัก สนิทหรือมีอิทธิพล สิ่งเหล่านั้นถือว่าเป็นเนื้อนาบุญ แต่หากเขาทำผิดกฎหมายเมื่อไหร่ก็ไม่มีสภาพแตกต่างไปจากอาชญากร โจร และบุคคลไม่พึงประสงค์ในสังคมไทย พวกเราอยู่ตรงนี้ให้เห็นหน้ากันไว้ ซึ่งจะทำหน้าที่ทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดความสงบสุขของสังคม และบ้านเมือง