วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

ป.ป.ช.แบ่ง 4 กลุ่มสาวลึกโกงสอบท้องถิ่น ปูดชื่อ 2 อธิบดี สถ.พัวพัน

ป.ป.ช.เผยตั้งไต่สวนคดีโกงสอบท้องถิ่นปี 64-68 กว่า 6 พันคน แบ่ง 4 กลุ่มหลัก เบื้องต้น 2 อดีตอธิบดีเกี่ยวข้อง ประสานแบงก์-ปปง.สาวเส้นเงินเชิงลึก ลุยตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนใบ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์สื่อถึงความคืบหน้าในการไต่สวนคดีโกงสอบท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 ที่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงการจัดสอบท้องถิ่นเมืองพัทยาปี 2564 

รองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ตอบคำถามถึงกรณีมีการแจ้งข้อกล่าวหาใครอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอยู่ ในการแจ้งข้อกล่าวหา ป.ป.ช.ไม่ค่อยแจ้งหลายครั้ง ต้องเห็นภาพใหญ่ก่อนว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง หลังจากนั้นค่อยแจ้งข้อกล่าวหาเป็นลำดับไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ถูกกล่าวหากว่า 6 พันคน มีการโฟกัสตัวหลัก ๆ กี่คน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า จริง ๆ ผู้เกี่ยวข้องทุกคน เราแบ่งออกเป็น 3-4 กลุ่มหลัก ๆ กลุ่มแรก ระดับนโยบายมีหรือไม่ กลุ่มสองคือ ผู้บริหารระดับสูง เจ้าหน้าที่ กลุ่มสามคือ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการทำระบบ การประเมินผล กลุ่มสุดท้าย กลุ่มคนกลาง คนเรียกรับเงิน รวมถึงคนเกี่ยวข้องคือ คนได้รับการบรรจุด้วย หลัก ๆ กลุ่มที่เราไต่สวน จะมีลักษณะเป็นแบบนี้

เมื่อถามถึงเรื่องเส้นทางการเงิน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า รอสักนิด เพราะว่าเรายังไม่ได้ข้อมูลจาก ปปง.อย่างเป็นทางการว่า เขาตรวจพบเส้นทางการเงินอะไร ต้องเรียนว่า เรื่องเส้นทางการเงิน ลำพังยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิดใครถูก ต้องประกอบหลักฐานอย่างอื่นด้วย ตัวเลขพวกนี้ ผิดจริงเท่าไหร่อย่างไร ต้องสังเคราะห์วิเคราะห์กันอีกที

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวถึงกรณีเส้นทางการเงินกว่า 9 พันล้านบาทเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ ว่า ได้ยินตามข่าว แต่ไม่ได้ยืนยันในเรื่องของสำนวนการไต่สวน ส่วนจะขยายผลไปถึงข้าราชการระดับสูง เช่น ระดับอธิบดี หรือกลุ่มการเมืองหรือไม่นั้น ขณะนี้ยัง เส้นทางการเงินยังไม่ถึงบทสรุป ยังตอบไม่ได้ อย่างที่บอกว่า เส้นเงินถึงใคร ไม่ได้มีแค่ตัวเงินอย่างเดียว เรากำลังรวบรวม แต่นำเรียนว่า ในคดีนี้หลักฐานไปถึงใคร สุดที่คนนั้น เพราะว่ามันไม่สามารถดำเนินการเป็นอย่างอื่นได้ อันนี้ยืนยันได้

ส่วนที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องทั้งหมดคนที่โดนมีแค่ระดับข้าราชการ เป็นข่าว แต่คนเบื้องหลังจะไม่โดน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า อดใจรอนิดหนึ่ง เพราะว่าถ้าเมื่อกี้ฟังที่พูดภาพกว้าง ๆ จะเห็นว่า แต่ละคนแต่ละส่วน ต้องระบุได้ว่าเขาผิดส่วนไหน อย่างไร เรื่องตัดตอนไม่มีแน่นอนของ ป.ป.ช. ไม่ใช่ว่าไม่มีเส้นเงินแล้วจะไม่ผิด ยังมีเรื่องพฤติการณ์ต่าง ๆ อีก แต่ให้ถึงจุดนั้นก่อน ถึงมาดูได้

เมื่อถามถึง กรอบระยะเวลาไทม์ไลน์คดีนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียน คดีนี้ตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ท่านประธาน ป.ป.ช.ลงมากำกับเอง เราวางกรอบไว้ 6 เดือน เราประชุมเกือบทุกสัปดาห์ มอบหมายหน้าที่ไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยดำเนินการในส่วนอื่น ๆ รวมทั้งการไต่สวนพยานหลักฐานต่าง ๆ ทุกเดือน ท่านประธาน ป.ป.ช.ให้นโยบายว่า เรื่องนี้กระทบคนจำนวนมาก โอกาสได้รับข้อมูลข่าวสารไม่ถูกต้อง มีสูง จึงวางไลน์ไว้ว่า เราจะแถลงความคืบหน้าให้ทราบทุกเดือน แต่กรอบที่วางไว้คือไม่เกิน 6 เดือน

เมื่อถามถึงในส่วนของภาครัฐ มีคณะกรรมการฯขึ้นมาหลายชุด ป.ป.ช.มีคณะทำงาน และคณะกรรมการฯตรวจสอบ ข้อมูลจะตีกันหรือไม่ และยึดอะไรเป็นหลักในการส่งสำนวนต่าง เพื่อดำเนินคดีคนผิด นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรียนทำความเข้าใจก่อนว่า ถ้าเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต จะอยู่อำนาจหน้าที่ ป.ป.ช.ทั้งสิ้น ถ้าไม่เกี่ยวกับการทุจริต เช่น ข้อหาฉ้อโกงต่าง ๆ จะไม่ได้อยู่อำนาจ ป.ป.ช. หน่วยงานอื่นดำเนินการได้ แต่ถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องทุจริต ต้องส่งมารวมที่ ป.ป.ช.ทุกเรื่อง ต้องมาดูว่า สำนวนพยานหลักฐานเหล่านี้ เราทำไปแล้วหรือยัง เหมือนดูซ้ำซ้อน แต่ต่างคนต่างทำหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจ

ส่วนข้อครหาฝ่ายการเมืองจะโยนข้อกล่าวหา หรือในสำนวนคดีใช้คนเยอะ โดยเฉพาะอย่างการปิดจบหรือตัดจบ 5,000 กว่าคน เป็นปัญหากับ ป.ป.ช. หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรียนอย่างนี้ว่า โจทย์ที่ ป.ป.ช. ตั้งไต่สวนมี 2 ประเด็นหลัก 1.ผู้เกี่ยวข้องคือ คณะกรรมการฯต่าง ๆ ที่ไปดำเนินการล็อคสเปก เพื่อให้คนที่เข้ามาเป็นผู้ดำเนินงานจัดสอบ 2.กลุ่มที่มีการเรียกรับผลประโยชน์ เรียกเงินแล้วทำให้คะแนนตัวเองถึงที่จะบรรจุ ถ้าดูจากการตั้งข้อกล่าวหา เราตั้งไว้ครอบคลุมหมดแล้ว

ถามย้ำว่าจะเป็นการยื้อคดีให้ยาวนานที่สุดหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ไม่หรอก ถ้าเป็นคดีอื่นของ ป.ป.ช. จะไม่เห็นว่า ป.ป.ช. มาการันตีหรือคอนเฟิร์มว่า 6 เดือน แต่อย่างที่บอกคดีนี้กระทบคนเยอะ ป.ป.ช. ทุ่มสรรพกำลังในการทำคดีนี้ให้เร็วที่สุด กรอบเบื้องต้น 3-5 เดือนต้องเห็นผลเป็นรูปเป็นร่างแล้ว รอดูอีกทีคือตอนพิจารณาหลักฐานเสร็จ แล้วจะแจ้งข้อกล่าวหาใครบ้าง

“หลัก ๆ ตอนนี้ทางข้อกล่าวหาคือการเอื้อประโยชน์ในการแก้ไข TOR การจัดสอบ แต่ถ้านโยบายมากไปกว่านี้ ต้องดูว่าหลักฐานไปถึงในรูปแบบไหน แต่ตัวคณะกรรมการฯที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำ TOR จัดสอบ มีกลุ่มหนึ่งที่เราตั้งไว้แล้ว กำลังรวบรวมอยู่ว่าถึงใครบ้าง” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกระบวนการตรวจสอบกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่น เสร็จแล้วหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า “ยังครับ ใช้เวลาประมาณ 10 วัน แต่ตอนนี้กำลังหาเครื่องตรวจมีคุณภาพอยู่ คาดว่า 10 วันเสร็จนับแต่ได้เครื่อง”

ถามย้ำว่า ป.ป.ช.จะขยายผลการไต่สวนเพิ่มเติมหรือไม่ นอกจากการสอบท้องถิ่นปี 64 แล้ว ยังมีการสอบครั้งไหน เชื่อมไปถึงอีก นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ ในรูปแบบพฤติกรรมของการกระทำความผิดอาจมากกว่าปี 64 แต่ตอนนี้ปี 64 เราตั้งไต่สวนแล้ว ก่อนหน้านี้เราดูพยานหลักฐานว่า มีพอตั้งไต่สวนหรือไม่ เราไม่ได้ละเลย กลุ่มผู้กระทำผิด และสิ่งที่เรายึดได้ค่อนข้างสำคัญ

เมื่อถามว่า จะปิดจบคดี ด้วยการชี้มูลความผิดหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า น่าจะถึงขั้นรู้แล้วว่าใครที่ต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหา เพราะการแจ้งข้อกล่าวหาใคร ยกตัวอย่าง สมมติผิด 6 พันคน แจ้งหลายวัน เขาก็จะมาตรวจหลักฐานว่าเอาอะไรไปแจ้งเขา แล้วเขาก็ต้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอีก ดังนั้น 6 เดือนนี้คือการรวบรวมพยานหลักฐานว่า แต่กลุ่มทำอะไรบ้าง

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการไต่สวนคดีโกงสอบท้องถิ่นปี 2564 นั้น มีการตั้งไต่สวนอย่างน้อย 10 คน โดยสูงสุดเป็นระดับอธิบดี ยืนยันว่า ป.ป.ช.ไปต่อ ไปสุดทางทุกเรื่อง เพราะเวลาเราตั้งเรื่องว่าใครกระทำผิด สมมติ ไม่มีตัวการ ไปบอกว่าคนอื่นทำผิดไม่ได้ เราต้องรู้ว่าใครเป็นตัวการก่อน เป้าคือตัวการแน่นอน ตอนนี้มีตัวการระดับหนึ่ง แต่จะไปถึงตัวการระดับที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่ ต้อรอดูหลักฐานก่อน

เมื่อถามว่า กลุ่มปี 64 ที่พบว่าเกี่ยวข้องนั้น กลุ่มนี้คือพฤติกรรมเป็นอย่างไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เหมือนกัน กลุ่มคนเดียวกัน เป็นข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ตัวพยานวัตถุที่เรายึดได้ และพบรายชื่อทะเบียน และเหมือนกับรายชื่อคนสอบ แล้วมาเช็คว่ามีการแก้ไขอย่างไร พฤติการณ์แก้คะแนนเหมือนกัน

เมื่อถามว่า ได้นำรายงานผลสรุปชุดของนายปกรณ์ นิลประพันธุ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย มาประกอบในสำนวน ป.ป.ช.แล้วหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ แต่ต้องขอมาเหมือนกัน เบื้องต้นเรายังไม่ได้ขอ แต่โดยหลัก ถ้าสอบแล้วเห็นว่า มีผู้ทุจริต โดยหลักจะต้องส่งมา ป.ป.ช. อยู่แล้ว

ถามย้ำถึงเส้นทางการเงินในคดีนี้ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องเส้นทางการเงินต้องรอคุยกันอีกรอบหนึ่ง ตัวเส้นทางการเงิน ยังไม่ได้รับจากหน่วยงานที่ขอไป เราขอไป 2 ที่คือ สถาบันการเงิน และ ปปง.ช่วยทำโครงข่ายให้ 

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวในช่วงท้ายถึงกรอบระยะเวลาดำเนินการของ ป.ป.ช.ว่า กรอบยังเหลืออีก 4 เดือน น่าจะทำตามกรอบเลย ตอนนี้พูดได้ก่อนว่า 3 เดือนมาคุยกันอีกที ตอนนี้ลงกันมือเป็นระวิง ตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนใบก่อนว่า มีการแก้กี่ใบ แก้แบบไหน สัมพันธ์กับหลักฐานที่เรามีหรือไม่ โดยหลักใช้เครื่องมือผู้เชี่ยวชาญ และเราต้องทำดับเบิ้ลเช็ค ป้องกันการผิดพลาดด้วย

ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงอธิบดีที่ถูก ป.ป.ช.ไต่สวน มีมากกว่า 2 คน นอกเหนือจากนายธีรุตม์ ใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีระดับอธิบดีแค่ 2 คน โดยมีคณะกรรมการฯจัดทำ TOR ในยุคสมัยนั้น ถ้าจำไม่ผิดชื่อ “ประยูร” แต่จำนามสกุลไม่ได้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตั้งคณะกรรมการไต่สวนก่อน ถึงใครว่ากันอีกที แต่ ณ ขณะเกิดเหตุคืออธิบดีท่านนี้ ส่วนอธิบดีท่านก่อนหน้านั้นทำอย่างไร เดี๋ยวว่ากันอีกที

มีรายงานแจ้งว่า ปัจจุบันมีอดีตอธิบดี สถ.อย่างน้อย 2 คน พัวพันในข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ยังไม่ได้มีแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ดังนั้นตามหลักการจึงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ได้แก่ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดี สถ.ระหว่างวันที่ 12 พ.ย. 2568-25 ส.ค. 2569 และนายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดี สถ.ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2562-30 ก.ย. 2565