‘ฝ่ายค้าน’ จี้ ‘โสภณ’ เปิดข้อมูล คกก.กลั่นกรองคำร้องศาลฎีกา ปม ป.ป.ช.ยกคำร้องคดีหุ้น ‘ศักดิ์สยาม’ ชี้ อาจเตะถ่วง นัดคุยพรรคร่วมฝ่ายค้านเร็ว ๆ นี้ ถกยื่นซักฟอก
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังการประชุม "ครม.เงา" ว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 7-9 ก.ย.นี้ ซึ่งเราได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่มีความเสี่ยงทุจริต เสี่ยงใช้งบประมาณไม่คุ้มค่าหรือว่ามีปัญหาอื่นๆ ที่พบจากการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งจะได้มีการนำเสนอที่สภาในลำดับถัดไป
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนวาระที่ 3 ที่จะผลักดันอย่างเต็มที่ในสมัยการประชุมนี้คือการเสนอกฎหมายต่างๆ กลุ่มแรกเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมระบบการเมือง หรือกระบวนการประชาธิปไตยที่ดีในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และยังมีกฎหมายเกี่ยวกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม กฎหมาย PRTR ต่างๆ รวมทั้งพ.ร.บ.ขนส่งทางบกที่กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นออกแบบระบบขนส่งสาธารณะได้เอง
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายส่งเสริมสวัสดิการประชาชนที่จะเป็นการผลักดันการปฏิรูปเงินกองทุนประกันสังคม ส่วนสุดท้ายคือการปฏิรูปรัฐและส่งเสริมภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ หรือการปฏิรูประบบงบประมาณซึ่งขณะนี้ถูกบรรจุในวาระการประชุมเรียบร้อยแล้ว
นายณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ตนมีข้อเรียกร้องหนึ่งอย่างที่อยากส่งตรงไปถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยตรงคือ อยากให้นายโสภณทำตามที่เคยแถลงไว้ตอนแสดงวิสัยทัศน์ตอนเข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ ว่าพร้อมจัดสรรวันประชุมสภาสำหรับการพิจารณากฎหมายที่เสนอโดย สส.หรือภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ ดังนั้น ตนจึงอยากให้ประธานสภาฯ จัดสรรเวลาเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการพิจารณากฎหมายอย่างเต็มที่ที่สุด
ส่วนที่ 4 จะติดตามการส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ซึ่งตอนนี้เรามีการตั้งข้อสังเกตว่าประธานสภาฯ กำลังพยายามเตะถ่วง ไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่
เราเชื่อว่าประธานสภาฯ สามารถทำได้ภายใต้อำนาจหน้าที่ของตัวเอง มี 4 ข้อคือ
1.ขอให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการ พร้อมกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลั่นกรองคำร้องที่ตั้งขึ้นมา
2.ความชัดเจนของกรอบระยะเวลา เพราะเราไม่อยากให้กระบวนการนี้กลายเป็นกระบวนการเตะถ่วง อีกทั้ง ประชาชนก็ติดตามอยู่เช่นเดียวกัน
3.ขอให้เชิญตัวแทนผู้ยื่นคำร้องไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการกลั่นกรองด้วย กระบวนการนี้ไม่ควรเป็นกระบวนการที่มีการตั้งเอง สอบเอง มีมติเอง โดยไม่ได้รับฟังเสียงครบจากทุกฝ่าย
4.ขอให้เปิดเผยบันทึกการประชุมและผลการพิจารณาอย่างโปร่งใส
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า วาระที่ 5 คือการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้นัดประชุมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการหารือเป็นการภายในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ หากมีความคืบหน้าอย่างไร ก็พร้อมให้ข้อมูลในกรอบที่สามารถสื่อสารได้



