ฝ่ายกฎหมายBWG บุกร้องประธานสภาฯ ขอให้ตรวจสอบธรรมาภิบาล-จริยธรรม พูนศักดิ์ สส.ปชน. พฤติกรรมส่อเอื้อบริษัทคู่แข่งธุรกิจที่ภรรยานั่งบริหาร ใช้อำนาจ รองปธ.กมธ.โผล่ส่วนตัว ร่วมตรวจสอบกับจนท. โดยไร้เอกสารยืนยัน ข้องใจหลักเกณฑ์-อำนาจ
ที่อาคารรัฐสภา ตัวแทนฝ่ายกฎหมายบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สภาผู้แทนราษฎร ถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังมีพฤติกรรมส่อจะขัดต่อจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและขัดต่อหลักธรรมาภิบาล หลังพยายามใช้ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เข้าไปแทรกแซงการทำงานของคณะกมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ในการลงพื้นที่รับทราบความจริง พร้อมสร้างผลสรุปแบบจินตนาการขาดน้ำหนักหลักฐานที่สมบูรณ์ เพื่อพุ่งเป้าไปสู่บริษัทคู่แข่งในธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นคู่แข่งธุรกิจโดยตรงกับที่ภรรยานายพูนศักดิ์ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่ และยังเป็นบริษัทที่ตัวนายพูนศักดิ์เองก็เคยเป็นถึงกรรมการบริษัทมาก่อนจะลาออกมาเล่นการเมือง ในคำร้องขอความเป็นธรรรมต่อประธานรัฐสภา
โดยรายละเอียดในเอกสารคำร้อง ระบุว่า ต้องการขอความชัดเจนด้านธรรมาภิบาลและแนวปฏิบัติตามจริยธรรมของสส.และกรรมาธิการต่อกระบวนการตรวจสอบภาคเอกชนในกรณีปัญหาสิ่งแวดล้อม แนวทางที่ถูกต้องและเป็นธรรม ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อนในการตรวจสอบการดำเนินงานของ BWG ในจังหวัดสระบุรี โดยหัวใจของคำร้องอยู่ที่หลัก Governance ของกระบวนการตรวจสอบ ทั้งความชัดเจนของสถานะและอำนาจผู้เข้าร่วม ความเป็นกลาง การใช้ข้อมูลต่อสาธารณะ และการป้องกันความขัดกันแห่งผลประโยชน์ โดยบริษัทดังกล่าวยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ต้องการให้การตรวจสอบดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จาก Environmental Issue สู่ Governance Issue ซึ่งกรณีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากปัญหาน้ำเสียใน จ.สระบุรี โดยหน่วยงานรัฐหลายแห่งเข้าตรวจสอบสถานประกอบการหลายรายเพื่อหาแหล่งกำเนิดมลพิษที่ผ่านมาBWG ได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงที่จัดทำคำร้องยังไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานรัฐแจ้งข้อหาว่าบริษัทเป็นผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสีย
ทั้งนี้ เหตุการณ์วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เป็นกรณีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่านายพูนศักดิ์ส่อที่จะเสี่ยงต่อการขาดธรรมาภิบาลและจริยกรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรีและกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ประสานขอเข้าตรวจสอบ BWG ซึ่งบริษัทฯได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แต่ระหว่างการเข้าตรวจสอบนายพูนศักดิ์ก็เดินทางมายังบริษัทฯเป็นการส่วนตัว โดยไม่ได้มีเอกสารแสดงการมอบหมายจากหน่วยงานใดให้เข้าร่วมตรวจสอบภายในพื้นที่ บริษทฯจึงไม่สามารถอนุญาตให้เข้าพื้นที่ BWG จึงร้องขอให้ประธานรัฐสภาพิจารณาถึงความไม่เหมาะสมในพฤติกรรม และร้องขอทราบแนวทางการเข้าร่วมตรวจสอบโดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าควรมีหลักเกณฑ์เรื่องฐานะ อำนาจ และการมอบหมายอย่างไร เพื่อให้ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน เกิดความเข้าใจ ความสบายใจ และสามารถตรวจสอบกระบวนการทำงานได้ อีกทั้งนายพูนศักดิ์เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจจัดการกากอุตสาหกรรมเช่นเดียวกับ BWG จึงถือเป็นคู่แข่งโดยตรง ปัจจุบันมีข้อมูลว่าคู่สมรสของนายพูนศักดิ์ ยังเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทดังกล่าว ซึ่งการตรวจสอบความเป็นกลางโดยหน่วยงานที่มีอำนาจจะช่วยสร้างความชัดเจนแก่ทุกฝ่าย
เอกสารคำร้องยังระบุอีกว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายพูนศักดิ์ มีประวัติความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการเมือง ซึ่งเห็นว่าควรถูกพิจารณาร่วมกันในภาพรวม จึงขอรัฐสภาวางมาตรฐานผู้ตรวจสอบต้องตรวจสอบได้ ยืนยันว่า เป้าหมายการร้องไม่ได้อยู่ที่การหยุดยั้งกระบวนการตรวจสอบ เพียงแต่ร้องขอให้กระบวนการตรวจสอบภาคเอกชนมีหลักธรรมาภิบาลที่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ตรวจสอบต้องมีอำนาจหน้าที่ชัดเจน ใช้ข้อมูลอย่างรอบด้าน แยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐาน และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะตัวบุคคลที่จะเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงความเป็นจริง ไม่ควรเป็นบุคคลที่อาจทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยได้ถึงประเด็นความโปร่งใส หากมีบุคคลนั้นก็ควรถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบ ดังนั้น หากกระบวนการตรวจสอบเป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชน หน่วยงานรัฐ และภาคธุรกิจ รวมถึงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลไกกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม



