“สีหศักดิ์” เผย หารือนายกฯ วันนี้ หลังไฟใต้ปะทุหนัก ชี้ น่าเป็นห่วง ต้องรับความจริงการข่าวรู้ล่วงหน้า ต่อไปต้องดำเนินการให้ทันท่วงที ระบุ เตรียมไล่ดูผู้ก่อเหตุเป็นใคร หนีไปทางไหน “ผอ.ข่าวกรอง” ชี้ 3เหตุผล ปราบเข้มของเถื่อนมีส่วน เขารู้กันฝีมือใคร ขอความร่วมมือมาเลย์ คุมชายแดนสกัดทางหนี
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันนี้จะการหารือกับ นายกฯ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทางเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประเมินสถานการณ์ เพื่อดูเรื่องการดำเนินการในขั้นต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าเป็นห่วง เราต้องยอมรับความจริง เรื่องของการข่าว ทราบว่า เราก็รู้ล่วงหน้าในเรื่องของการปฏิบัติการที่เกิดขึ้นนี้ ต่อไปเราต้องมาดูว่า เราจะดำเนินการให้ทันท่วงทีอย่างไร คิดว่า เราต้องมาประเมินสถานการณ์ว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นใคร และต้องมาดูว่า การเตรียมพร้อมของเราให้รัดกุมยิ่งขึ้นในทุกจุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้การข่าวจะรู้ล่วงหน้า แต่ยังคงมีการก่อเหตุถึง 50 กว่าจุด นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การข่าวอาจจะรู้ล่วงหน้า แต่การจะรู้ว่าปฏิบัติการเมื่อไหร่เราอาจจะยังคาดการณ์ไม่ดีพอ บางครั้งการปฏิบัติการอย่างนี้มันก็กระจายไป ดังนั้น การที่จะคาดการณ์มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องมานั่งดูกันในเรื่องของการข่าว และในเรื่องของการเตรียมความพร้อมที่จะสกัดกั้น ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ไม่ให้กระทบต่อประชาชน ล่าสุดที่นายกฯสั่งไปคือ ให้มีการเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ได้มีการประสานกับทางมาเลเซียหรือไม่ เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุข้ามแดนกลับไป นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องนี้ต้องดูกัน เพราะทางมาเลเซียก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือถ้าเราแจ้งไป ความจริงมีการพูดคุยกันตั้งแต่นายกฯไปเยือน เดี๋ยวมาดูกันว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใครและหลบหลีกไปที่ใดบ้าง
เมื่อถามว่า ล่าสุดมีการข่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะมีการปราบปรามการค้าของเถื่อน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงจะมีสาเหตุหลายปัจจัยด้วยกัน ขอคุยกันก่อนกับทุกฝ่ายว่า สาเหตุนั้นมันมาจากอะไรบ้าง มีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้องบ้าง ตนยังไม่อยากสรุปในตอนนี้ ขอหารือกันก่อน โดยวันนี้ (24 ส.ค.) จะมีการหารือกันภายหลังประชุมเตรียมการเรื่องการเยือนประเทศไทยของนายกฯสิงคโปร์เสร็จสิ้น
เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่า ทำไมช่วงหลังจึงเกิดเหตุการณ์ถี่ขึ้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ใช่ เราต้องไปดูว่า มันมีเหตุผลอะไรบ้าง สถานการณ์อะไรบ้าง มีแรงจูงใจจากอะไรหรือไม่ ผู้ก่อเหตุ ใครทำอะไร มีอะไรแทรกซ้อนหรือไม่ ต้องมาพูดคุยกันอีกที
เมื่อถามว่า ต้องทบทวนกลไกที่มีอยู่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องทบทวนตลอดถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เราต้องมานั่งดูกันว่า ในทุกส่วน โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง และดูความพร้อมของเรารัดกุมเพียงพอหรือไม่ เมื่อถามว่า การที่มีการก่อเหตุถี่มากขนาดนี้ ประเมินหรือไม่ว่า มีเจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อันนี้เดี๋ยวขอคุยกันก่อน
ขณะที่นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า มีการประเมินถึง 3 สาเหตุหลัก คือ
1.) การพูดคุยสันติสุขกำลังจะเดินหน้า คาดว่าเป็นช่วงปลายเดือน ต.ค. ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา และถ้าเรารีบวิ่งไปเจรจาก็จะเสียเปรียบ และรีบยอมรับข้อเสนอของเขา เพื่อส่งผลให้เราเสีย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนต่อไปว่าจะต้องเตรียมการพูดคุยอย่างไร
2.) ขณะนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร และการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลา และมีหลากหลายมิติในการก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เห็นได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเป้ามากกว่าเห็นได้จากการเผาสถานที่และรถของทางราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยข่าวจะต้องมาประเมิน และมาชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง
และ 3.) ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมอาจจะเสียหาย ซึ่งช่วงนี้ก็ได้จังหวะพอดี มีคำถามเสมอว่า ทำไมรัฐไม่รู้ว่ามีผู้ก่อเหตุเยอะกันขนาดนี้ ผมอยากจะบอกว่าบางครั้ง พวกเขาก็ไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุก็จะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่าวางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ฝ่ายทหารอ้างหรือว่าเกิดเกิดจากการเสียผลประโยชน์จากที่รัฐบาลปราบสิ่งผิดกฎหมาย นายฐนัตถ์ กล่าวว่า ก็มีส่วน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นเหตุก่อกวนส่วนใหญ่ และในพื้นที่ก็ไม่มีเหตุการณ์การจับสิ่งกฎหมาย แต่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีการจับสิ่งผิดกฎหมาย เช่นการจับยาบ้าจำนวนมาก รวมถึงในจังหวัดปัตตานี ฉะนั้นจึงต้องมาจำแนกแยกว่าเป็นกลุ่มของใครและเชื่อมโยงไปกลุ่มใด พื้นที่ไหน ซึ่งหากนำมาจัดหมวดหมู่ก็จะเห็นภาพ แต่ถ้าถามระบุให้ชัดตอนนี้ว่าเป็นกลุ่มใดขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจน
เมื่อถามย้ำว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เขารู้กันแหละ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง เช่นหากเป็นเรื่องอาชญากรรมก็จะรู้ว่าซุ้มมือปืนไหนเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะจะรู้กันว่าแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีการปฏิบัติการแบบไหนก็จะเป็นซิกเนเจอร์ซึ่งรู้กัน
เมื่อถามว่า การข่าวในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องหรือ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการให้ข่าว
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีมาตรการรับมืออย่างไร เมื่อเกิดสถานการณ์ถี่ขึ้น นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มองได้ 2 อย่าง ซึ่งทหารจะต้องมีการจัดเตรียมกำลังกันใหม่และจะต้องออกแนวทางแก้ปัญหาใหม่หรือไม่ รวมถึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่โต๊ะการพูดคุยและประเมินกันอีกที เช่นควรจะมีพื้นที่ปลอดภัยหรือไม่ และคณะผู้แทนพิเศษก็จะต้องมีการคุยกับทหารในพื้นที่ว่าจะดำเนินการกันอย่างไร
นายฐนัตถ์ กล่าวอีกว่า มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องมีความร่วมมือจากมาเลเซียในการควบคุมดูแลชายแดนด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุข้ามไปข้ามมา และช่วงนี้อาจจะต้องขอความเข้มข้นในเรื่องการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนด้วย



