นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ช่องอานม้า ให้กำลังใจกำลังพล-เยี่ยมทหาร ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตัวสูงสุด ยัน รัฐบาลหนุนทุกภารกิจปกป้องแผ่นดินไทย
ที่ จ.อุบลราชธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะ สส.จังหวัดอุบลราชธานี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาถึงท่าอากาศยานกองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนเดินทางต่อด้วยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ไปยังอำเภอน้ำยืน และเดินทางต่อไปยังบริเวณช่องอานม้า เพื่อรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานด้านยุทธวิธี พร้อมให้กำลังใจพลทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษา และปกป้องผืนแผ่นดินไทย
ทันทีที่เดินทางถึง นายกฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปโครงการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางลาดตระเวนและตรวจการเพื่อคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าเพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดนบริเวณพื้นที่อนุรักษ์อำเภอน้ำยืน และโครงการจัดกำลังพล รวมถึงรับฟังสถานการณ์ทุ่นระเบิด และการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมของประเทศไทย พร้อมทั้งดูภาพประกอบจุดกำลังพลเหยียบขึ้นระเบิดในวันที่ 17 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอนุทิน กล่าวกับกำลังพลว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจที่มีทหารต้องสูญเสียอวัยวะจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทำความเสียใจให้กับตนเป็นอย่างมาก โดยช่วงที่มีเหตุการณ์สู้รบทั้งสองระลอก ตนมีความใกล้ชิดผูกพันกับนายทหารทุกคน มีโอกาสได้มาติดตามสถานการณ์ และได้เห็นวีรกรรม ของพี่น้องทหาร ทั้งบาดเจ็บ และเสียชีวิต จึงบอกตัวเองว่าตราบใดที่ยังทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ จะปฏิบัติและใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีอยู่ สนับสนุนให้ทหาร ของชาติ มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสู้รบ และปลอดภัย
"รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และขอให้ได้ระมัดระวังตนเองในการปฏิบัติภารกิจทุกภารกิจให้ปลอดความเสี่ยงมากที่สุด และสิ่งที่ทำให้ผมสามารถตัดสินใจหรือเจรจากับนานาประเทศ เวลามาพูดถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา คือการมาพบกับนายทหารที่ชายแดน ทำให้ทุกครั้งที่มีการหารือ กับต่างประเทศ ตนมีความมั่นใจ ที่จะต้องปกป้องและยืนหยัดในจุดยืนของพวกเราโดยที่ไม่ยอมให้มีการเอารัดเอาเปรียบใดๆ ไม่ว่าจะใช้กลไกใดๆ ในการกดดันรัฐบาลไทย และกองทัพไทย สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเรามีความใกล้ชิดกัน มีความรู้สึกร่วมกัน ในการหวงแหนรักษาแผ่นดินของพวกเรา" นายอนุทิน กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ตนจะไปเยี่ยมเพื่อนของเราที่ได้รับบาดเจ็บ ขอให้เป็นคนสุดท้าย และขอให้เราทุกคนถอดบทเรียนเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยให้กับตัวเอง
จากนั้น นายอนุทิน พร้อมคณะ เดินทางไปที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมจ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ที่ประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่ เหยียบทุ่นระเบิดสังหาร และได้พูดคุยกับครอบครัวของนายทหาร ซึ่งมีทั้งลูกชาย และภรรยา โดยนายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลจะช่วยดูแล
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ถามไถ่อาการของจ่าสิบเอก ชาญณรงค์ ก่อนจะมอบสิ่งของเพื่อเป็นสินน้ำใจและให้กำลังใจกับครอบครัวของจ่าสิบเอก ชาญณรงค์
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมว่า อาการปลอดภัย โดยอีกประมาณ 2 สัปดาห์ จะสามารถส่งตัว จ่าสิบเอกชาญณรงค์ ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ เพื่อที่จะทำขาเทียม เพื่อให้ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น ขณะที่ส่วนอื่นๆ ยังต้องรักษาสะเก็ดบาดแผล ซึ่งจากการสอบถามแพทย์ ทราบว่าสามารถฟื้นฟูได้ อาการทางกายภาพไม่มีอะไรน่าห่วง



