วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2569

Login
Login

กอ.รมน.ภาค 4 สน.สรุปเหตุป่วน ชายแดนใต้ 51 จุด ใน 21 อำเภอ 

"กอ.รมน.ภาค 4 สน." สรุปเหตุป่วน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 51 จุด ใน 21 อำเภอ  พบผู้บาดเจ็บ2ราย "แม่ทัพภาค4" สั่งคลี่คลายสถานการณ์-ดูแลปชช.

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้สรุปเหตุการณ์สร้างสถานการณ์ก่อกวนทั้ง วางระเบิด วางเพลิง และทำลายทรัพย์สินของทางราชการและประชาชน หลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงเวลา 20.00 น. วันที่ 22 ส.ค.69 เกิดเหตุรวมทั้งสิ้น 51 เหตุการณ์ แยกเป็นรายจังหวัดได้ดังนี้ 

จังหวัดนราธิวาส เกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ 12 อำเภอ รวมทั้งหมด 22 เหตุการณ์ แยกเป็น 

- อำเภอจะแนะ จำนวน 4 เหตุการณ์
- อำเภอศรีสาคร จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอแว้ง จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอบาเจาะ จำนวน 3 เหตุการณ์
- อำเภอเมืองนราธิวาส จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอระแงะ จำนวน 5 เหตุการณ์
- อำเภอสุไหงโก-ลก จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอตากใบ จำนวน 2 เหตุการณ์
- อำเภอยี่งอ จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอรือเสาะ จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอสุไหงปาดี จำนวน 1 เหตุการณ์

เบื้องต้น มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

จังหวัดปัตตานี เกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ 6 อำเภอ รวมทั้งหมด 11 เหตุการณ์ แยกเป็น 

- อำเภอยะรัง จำนวน 3 เหตุการณ์
- อำเภอยะหริ่ง จำนวน 2 เหตุการณ์
- อำเภอหนองจิก จำนวน 3 เหตุการณ์
- อำเภอสายบุรี จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอทุ่งยางแดง จำนวน 1 เหตุการณ์
- อำเภอโคกโพธิ์ จำนวน 1 เหตุการณ์

เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

จังหวัดยะลา เกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ 3 อำเภอ รวมทั้งหมด 18 เหตุการณ์ แยกเป็น 

- อำเภอธารโต จำนวน 8 เหตุการณ์
- อำเภอบันนังสตา จำนวน 6 เหตุการณ์
- อำเภอรามัน จำนวน 2 เหตุการณ์

เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เผยว่า จากภาพรวมดังกล่าว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในแต่ละจุด พร้อมควบคุมพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและดูแลประชาชน ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม และเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ ดูแลประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ