"โฆษก กมธ.งบฯ" เผยพิจารณารายละเอียดเสร็จแล้ว ยอดปรับลด 1.1 หมื่นล้าน แปรเพิ่ม9หน่วยงาน จ่อคุย ข้อเสนอตัดงบกลาง กู้วิกฤติพลังงาน หลังซ้ำซ้อน พ.ร.ก.กู้เงินสัปดาห์หน้า
ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะโฆษกคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาฯ แถลงผลการพิจารณาว่ากมธ. ได้พิจารณารายละเอียด การปรับลดงบประมาณและการแปรเพิ่มแล้วเสร็จแล้ว โดยมีผลการปรับลดจากอนุกมธ. 7 คณะ ยอดรวม 1.1หมื่นล้านบาท ซึ่งได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และมติกมธ. ได้แปรเพิ่มตามจำนวนที่ปรับลดดังกล่าวให้กับหน่วยงานใน 9 รายการ ได้แก่
1.งบกลาง เพื่อสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน จำนวน 6,044 ล้านบาท
2.กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 148ล้านบาท
3.สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา เป็นค่าวัสดุการศึกษา จำนวน 96 ล้านบาท
4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในโครงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อสนองงานตามพระราชดำริ จำนวน 96 ล้านบาท
5. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม จำนวน 4.2 ล้านบาท
6.กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 35 รายการ จำนวน 500 ล้านบาท
7.กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จำนวน 4,000 ล้านบาท
8.สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ส่วนการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน จำนวน 24 ล้านบาท
9.สำนักงานอัยการสูงสุด จำนวน 247 ล้านบาท
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่าส่วนกรณีที่กมธ. ได้ตัดงบประมาณกรมควบคุมมลพิษ จำนวน 3,000 ล้านบาทสำหรับเพื่อชดใช้ในคดีคลองด่าน ในงวดที่สอง หลังจากที่พิจารณาถี่ถ้วน แล้วเห็นว่ามีประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการฟ้องคดีอายัดสิทธิเรียกร้อง ซึ่งคดีไม่ถึงที่สุด และไม่ชัดว่าคำสั่ง หรือผลคดีจะสิ้นสุดเมื่อใด ดังนั้น กมธ.มองว่าหากจดสรรงบให้ แต่สุดท้ายคดีอาจไม่จบ อาจทำให้เงินดังกล่าวเสียโอกาสที่จะสร้างประโยชน์ กับประชาชนจึงปรับลด แต่เพื่อไม่ปฏิเสธความรับผิชดอบ เงินที่ปรับลด ได้คืนไว้ที่งบกลาง พร้อมกับมีข้อสังเกตว่าให้เป็นเงินที่กันไว้ในกรณีที่กรมควบคมมลพิษต้องจ่ายตามคำสั่งของศาล หากมีคำสั่งเป็นที่สิ้นสุด
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ในปีงบประมาณ 2570 กมธ. ได้เพิ่มงบประมาณให้ เป็น 9,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี2568 แล้วเพิ่มขึ้นเท่าตัว ดังนั้นขอให้สบายใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งและให้ความสำคัญกับประชาชน และเมื่อพิจารณาประสิทธิภาพของการบริหารกองทุนกยศ. พบว่ามีตัวเลขยอดเงินที่ครบกำหนดชำระ จำนวน 2.2แสนล้านบาท มียอดเงินคงค้างชำระสะสม 1.1แสนล้านบาท หากตามเก็บเงินจากผู้กู้ที่เรียนจบแล้ว จะมีเงินคืน และกองทุนมีเงินหมุมเวียนไม่เป็นภาระรัฐบาล
“สัปดาห์หน้า วันที่ 27-28 สิงหาคม กมธ. จะสรุปรายมาตรา และทำรายงานเพื่อส่งให้ ประธานสภาบรรจุวาระเพื่อพิจารณาวาระสองและวาระสาม วันที่ 7-9 กันยายน ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาของการพิจารณางบประมาณ ที่สามารถเริ่มใช้งบประมาณ ปี2570 ได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้” นายกรวีร์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวเมื่อถามถึงแนวทางการพิจารณาส่วนของงบกลาง เพื่อรองรับผลวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงาน 1.2 หมื่นล้านบาทที่อาจซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน นายกรวีร์ กล่าวว่า กมธ.ได้ยกมาหารือกัน และจะพิจารณารายละเอียดในสัปดาห์หน้า ในช่วงการพิจารณาลงรายมาตรา ทั้งนี้ต้องรอดูมติของกมธ.ว่าจะพิจารณาอย่างไร ส่วนที่มีผู้เสนอให้ตัดออกนั้น ต้องดูเหตุผลความซ้ำซ้อนว่าเป็นจริงหรือไม่ ทับซ้อนกับ พ.ร.ก.หรือไม่ หรือมีบางส่วนจำเป็น ดังนั้นต้องคุยกันอีกครั้ง ทั้งนี้หาก มติกมธ.ไม่เห็นด้วย กมธ.สามารถสงวนความเห็นเพื่อไปอภิปรายในวาระสองของที่ประชุมสภาฯ ได้อีกครั้ง



