“อาสพลธ์” เผย พบเส้นเงิน โกงสอบ ท้องถิ่น พุ่ง 9,000 ล้าน หนุน หน่วยงานบูรณาการสอบสวน ชงนายกฯ ยุบ กสถ. - ขึ้นบัญชีคนโกงสอบ ตัดสิทธิรับราชการตลอดชีวิต
ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ แถลงผลพิจารณาการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังเชิญผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้ข้อมูลและความคืบหน้าสอบข้อเท็จจริง ว่า การตรวจสอบพบว่าในปี2564 มีการทุจริตที่มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้จัดสอบและผู้ผ่านสอบในครั้งนั้นเป็นผู้ชักชวนเข้ากระบวนการทุจริตสอบในรอบปี 2568 รวมถึงอดีตนายกเทศมนตรีตำบลควนกาหลง จ.สตูล เป็น ก.สถ. ถูกจับได้คดีเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกรณีเทศบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสอดคล้องกับการหลบหนีของนายกควนกาหลง ถูกจับที่จ.นครราชสีมา ทำให้ได้ข้อสังเกตว่าทีโออาร์ที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้นำรูปแบบกระบวนการทุจริตที่แท้จริงมาประกอบการพิจารณา
"ป.ป.ท. ยังอยู่ระหว่างการขยายผลสืบสวนเส้นทางการเงินร่วมกับ ปปง.และ สตช. ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้มีความคืบหน้าจากการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 500 คน พบเส้นเงินรวมกว่า 9,000 ล้านบาท ทำเป็นขบวนการ ทั้งรวบรวมผู้สมัครซึ่งเป็นสายเรียกเก็บเงินล่วงหน้า และเก็บเงินเพิ่มเมื่อมีการประกาศบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น โดย ป.ป.ช.คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในส่วนการตรวจสอบของ ก.สถ. ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยจะพิจารณาย้อนหลังไปถึงการสอบ ปี2564" นายอาสพลธ์ กล่าว
นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่ากรณีของเส้นเงิน 9,000 ล้านบาท ได้สอบถามกับ ป.ป.ช. แล้วพบว่าเป็นระดับข้าราชการ ระดับ 10 และพบบว่ามีมีนักการเมืองเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ได้ชี้แจงหรือไม่ กรณีเชิญบุคคลไปสอบ เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกฯ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ไม่ได้สอบถาม แต่มีกรณีของมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ปฏิเสธ แต่คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่มหาวิทยาลัยบูรพาไม่ไปชี้แจง จึงตั้งเป็นข้อสังเกตเช่นกันเพราะว่าทุกคนไปหมด จึงเป็นที่มาที่มาชี้แจงในที่ประชุม กมธ.ทำให้พบว่ามีการทุจริตการสอบแข่งขันปี 2564 เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่ากมธ.กฎหมายฯ ตั้งข้อสังเกตุว่า มหาวิทยาลัยบูรพา ทำให้เกิดการทุจริตในการสอบ แต่สุดท้ายไม่มีการดำเนินการอะไรให้เป็นรูปธรรม นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ กมธ.ฯได้สอบถามเช่นกัน ถือว่าเป็นความบอกพร่องของกรรมการ ก.สถ.และสถ.ในขณะนั้น ต้องดำเนินคดีอาญาเช่นเดียวกัน รวมถึงบุคคลที่อยู่ในช่วงร่างทีโออาร์ในรายงานระบุว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน
นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่าจากการตรวจสอบ กมธ. ได้ทำหนังสือไปยังนายกฯ 6 ประเด็น คือ
1.ให้กระทรวงมหาดไทย และ สถ. ดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตอย่างเฉียบขาดทั้งทางอาญา แพ่ง และทางปกครอง พร้อมทั้งให้กระทรวงมหาดไทยและ สถ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเนื่องจากยังไม่ครอบคลุมการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และควรเรียกร้องค่าเสียหายจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
2.ให้ สถ.พัฒนาปรับปรุงระบบการบริหารบุคคลท้องถิ่น และให้พิจารณาว่าในอนาคตสมควรมอบหมาย ก.สถ. เป็นผู้จัดสอบแข่งขัน หรือควรยุบ เพราะหน่วยงานดังกล่าวได้ทำผิดพลาดร้ายแรง หมดความน่าเชื่อถือ
3.ให้สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำฐานข้อมูลผู้กระทำการทุจริตการสอบ เพื่อให้ปรากฎชื่อในฐานทะเบียนกลาง ตรวจสอบเพื่อตัดสิทธิ์รับราชการได้ตลอดชีวิต
4.ให้ ป.ป.ท. สตง. ป.ป.ง.บูรณาการขยายผลการสืบสวนเบื้องต้นเนื่องจากพบเครือข่ายกระทำความผิดหลายเครือข่าย และเป็นการสนับสนุนการสอบของป.ป.ช. เพราะเป็นกระบวนการใหญ่ มีกลุ่มที่เข้าข่ายทุจริต สมัครแทนกัน 100 พวงจ่ายเงินค่าสมัครแทนกันจาก ซึ่ง ปปง.พบเส้นเงินระดับหลัก 1 แสนบาท -1 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการไปสมัครสอบ
5.ให้กรมบัญชีกลางจัดทำขอบเขตงานเป็นมาตรฐานกลางสำหรับการจัดสอบแข่งขันเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต
6. ให้สำนักงาน ก.พ. ป.ป.ท. สตง. กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมศึกษาจัดทำร่างกฎหมาย กำหนดคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ฐานความผิดและโทษของการทุจริตสอบแข่งขัน ในการเข้ารับราชการเพื่อให้มีความชัดเจนและเหมาะสม



