วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต ปชน. 31 ส.ค.แจงครหานอมินีต่างชาติ

'ดีเอสไอ' ออกหมายเรียก 'สมชาติ' สส.ภูเก็ต ปชน.แจง 31 ส.ค.นี้ ปมครหานอมินีธุรกิจ-ถืออสังหาฯแทนต่างชาติ ยันให้ความเป็นธรรม เปิดพื้นที่ให้นำหลักฐานมาแย้ง

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 มีรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า กรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต เขต 1 พรรคประชาชน (ปชน.) ปรากฏพยานหลักฐานในชั้นการสืบสวน พบว่า นายสมชาติ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชน ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ ปัจจุบันนี้กองคดีความมั่นคง อยู่ระหว่างสืบสวนเรื่องดังกล่าว

ล่าสุดได้มีการออกหมายเรียกแก่นายสมชาติ ให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงในฐานะพยานกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 ถ้าหากนายสมชาติ มีความประสงค์จะเข้ามาชี้แจงก่อนกำหนดนัดหมาย สามารถเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ โดยทางพนักงานสืบสวนมีความพร้อมในการเปิดพื้นที่รับฟังข้อมูลและพยานหลักฐานของพยานอยู่แล้ว

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังเป็นเพียงเรื่องสืบสวน ยังไม่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษ และยังไม่ได้มีการกล่าวหาดำเนินคดีกับบุคคลใดทั้งสิ้น เพราะจำเป็นจะต้องสอบสวนปากคำพยาน และรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏข้อเท็จจริงให้เรียบร้อยก่อน

อนึ่ง ตามที่นายสมชาติ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ปฏิเสธกรณีเป็นนอมินีถือหุ้นในธุรกิจให้ชาวต่างชาติ และวันนี้จะเข้าชี้แจงกับดีเอสไอ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจนั้น พนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง มีความพร้อมในการรอสอบปากคำชี้แจงในฐานะพยาน แต่เบื้องต้นยังไม่มีการประสานเข้ามาพบแต่อย่างใด

สำหรับพยานหลักฐานเอกสารที่นายสมชาติ ประสงค์จะเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสืบสวนนั้น กรณีหากไปเกี่ยวข้องในเรื่องของการถูกระบุว่าเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท เจ้าตัวก็จะต้องนำเอาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โครงสร้างบอร์ดผู้บริหาร หน้าที่การทำงานภายในบริษัท และรายการเดินบัญชีทางการเงิน เพื่อชี้แจงได้ว่าเส้นทางการเงินที่รับโอนไปนั้น มาจากการทำธุรกรรมในเรื่องใด

โดยเฉพาะในกรณีของแหล่งที่มาของเงินทุนในการใช้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน ห้องชุดร่วมกับคนต่างชาติ ก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่านำเงินจากแหล่งทุนใดมาใช้ในการหมุนเวียนทำธุรกิจ และจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่ใช่เป็นการทำธุรกิจในรูปแบบนอมินี เพื่อไปถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติอย่างไร โดยจะต้องมีหลักฐานการประกอบกิจการ การทำงาน ผลประกอบการต่าง ๆ 

อย่างไรก็ดีในการสอบสวนปากคำพยาน จะไม่ได้เป็นการสรุปทันทีว่าบุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้กระทำความผิดในคดีตามที่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของดีเอสไอว่าในคดีดังกล่าวมีบุคคลใดมาเกี่ยวข้อง มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างไรบ้างในการบริหารกิจการธุรกิจการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน และห้องชุด

รายงานจากดีเอสไอ แจ้งอีกว่า ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอพบความเกี่ยวข้องเส้นทางการเงินในบริษัทนิติบุคคล ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นนอมินีเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสำนักงานกฎหมาย โดยมีลักษณะเข้าไปถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งยังพบอีกว่าได้มีการไปจดทะเบียนมากกว่า 30 บริษัท อีกทั้ง บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง แต่ทำหน้าที่เพียงถือครองที่ดิน หรืออาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ยังพบว่า นายสมชาติ สส.ภูเก็ต เขต 1 พรรค ปชน. มีการถือหุ้น 99.99% ในบริษัทที่ไม่มีการประกอบธุรกิจจริง แต่กลับมีลักษณะมุ่งเน้นการถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยเป็นการถือครองที่ดินและอาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ จึงกลายเป็นข้อสงสัยแหล่งที่มาของเงินทุน เกี่ยวโยงกับนิติบุคคลไทย รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออาคารชุด และมีการไปทำสัญญาเช่าที่ผิดปกติ 

ทว่าพฤติการณ์ดังกล่าว ยังไม่เข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่อาจเข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีการเป็นนอมินี โดยจะได้มีการออกหนังสือเชิญ นายสมชาติ มาสอบถามข้อมูลในฐานะพยาน