ศาลรัฐธรรมนูญ การันตี นัดเหมือนเดิม 26 ส.ค.นี้ กำหนดไต่สวนพยาน 5 ปาก คดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง 69
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือคดีที่น่าสนใจ เรื่องพิจารณาที่ ต. 30/2569 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ (ผู้ถูกร้อง) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (OR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224
ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณากำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลในวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 เวลา 10.30 น. ตามกำหนดนัดเดิม
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่ข้อมูลว่า ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนพยาน จำนวน 5 ปาก ได้แก่ นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ นายภาคภูมิ ภูอุดม นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
ส่วนพยานบุคคลอีกจำนวน 2 ปาก ที่ศาลกำหนดไว้เดิมได้แก่ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี และจ่าสิบตรี สมพงษ์ ตันดี ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นที่พยานบุคคลดังกล่าวได้ยื่นต่อศาลเป็นไปตามประเด็นที่ศาลกำหนดแล้ว จึงมีคำสั่งให้ไม่ต้องมาศาลเพื่อทำการไต่สวนตามวันและเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 65
ศาลอนุญาตให้คู่กรณีตรวจดูและสำเนาพยานหลักฐานทุกรายการในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่พยานหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารที่มีการกำหนดชั้นความลับ และไม่อนุญาตให้คัดสำเนาพยานเอกสาร แต่อนุญาตให้ตรวจพยานหลักฐานดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ ตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 30 และข้อ 36
อนึ่ง การไต่สวนในวันและเวลาดังกล่าว ให้งดการถ่ายทอดสุดทั้งภาพและเสียงการไต่สวนพยานของศาล อนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควรเข้าร่วมรับฟังการไต่สวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง



