วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ส้ม-ฟ้า’ รอถล่ม ‘น้ำเงิน’ ถึงคิววัดใจ ‘เขียว’ ค้านหรือคอย

พรรคประชาชนโหมโรง เก็บทุกบิล เชือดทุกเม็ด ล็อกคิวปลายเดือนสิงหาคม นี้ เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แน่นอนแล้ว

นอกจาก “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกซักฟอกในฐานะผู้นำรัฐบาล และควบเก้าอี้ มท.1 แล้ว อีกคนที่หนีไม่พ้น ถูกฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงคือ "ไชยชนก ชิดชอบ" รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกเปิดแผลไว้หลายจุด โดยเฉพาะ “โครงการ TH-AI Passport” ของกระทรวงดีอี มูลค่า 1,621 ล้านบาท

โครงการนี้ถูก “พรรคประชาชน” และ “พรรคประชาธิปัตย์” 2 แกนหลักฝ่ายค้าน กัดไม่ปล่อย ทุกวันนี้ยังถูกตามจิกอย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่ “ไชยชนก” ยืนยันเดินหน้า แต่ไม่ยอมไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการของสภาฯ ไม่ว่าคณะใด จึงมีโอกาสสูงที่จะถูกทบต้นทบดอกบนเวทีซักฟอก

ยิ่งในฐานะ “ไข่ในหิน” ของพรรคภูมิใจไทย ดีเอ็นเอครูใหญ่บุรีรัมย์ ไชยชนกยังเป็นจุดที่ฝ่ายค้านสามารถขยายผลจากตัวรัฐมนตรีไปสู่ภาพใหญ่ กระทบชิ่งถึง “เนวิน ชิดชอบ” ผู้เป็นพ่อ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และโครงสร้างอำนาจของ “ระบอบสีน้ำเงิน” เรียกว่า ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว สำหรับ “ส้ม-ฟ้า” รอบนี้จึงเตรียมใส่เต็ม โชว์สเต็ปตรวจสอบแบบถึงพริกถึงขิง 

ขณะที่อีกพรรคฝ่ายค้านที่ถูกจับตาไม่แพ้กันคือ “พรรคกล้าธรรม” เพราะศึกซักฟอกครั้งนี้อาจเป็นเวทีพิสูจน์ว่า สรุปแล้วเป็น “ฝ่ายค้าน” หรือ “ฝ่ายคอย”

ก่อนหน้านี้ ในเวทีพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ก็เกิดข้อคลางแคลงมาแล้ว เมื่อ สส.บางส่วนอ้างประโยชน์ส่วนรวม ก่อนกดปุ่ม “งดออกเสียง” ขณะที่บางส่วน “หายจากห้องประชุม”

แต่ศึกซักฟอกครั้งนี้จะต่างออกไป เพราะท่าทีของ “พรรคสีเขียว” อาจสะท้อนจุดยืนทางการเมืองได้ชัดกว่าเดิมว่า ข้อครหาเรื่อง “พรรคฝ่ายคอย” เป็นเพียงคำค่อนแคะ หรือมีมูลจริง

หลัง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ประกาศชัดว่าจะเดินหน้า ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ปฏิเสธ และเตรียมข้อมูลไว้ไม่น้อย จึงเหลือเพียงพรรคกล้าธรรมของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.พะเยา และหัวหน้าพรรค ว่าจะเทกแอกชันอย่างไร

ก่อนหน้านี้ เมื่อถูกถามถึงจุดยืนต่อการซักฟอกรัฐบาล “ผู้กอง” ตอบแบบกั๊กๆ ว่า ขอพิจารณารายละเอียดก่อน แต่เมื่อคราวนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมใจกันเดินหน้า ผู้กองยังจะตอบแบบเดิมหรือไม่

หากต้อง “ตามน้ำ” จะตามอย่างไร จะล็อกเป้ารัฐมนตรีคนใดเป็นพิเศษหรือไม่ นี่คือ สิ่งที่ทั้งกองเชียร์ และกองแช่งรอชม

อีกประเด็นคือ หากร่วมซักฟอก พรรคกล้าธรรมจะเป็น “เจ้าภาพร่วม” ในกฐินครั้งนี้แค่ไหน สมาชิกพรรคสีเขียวจะอภิปรายในระดับใด

หากตรวจสอบแบบเอาเป็นเอาตายเช่นเดียวกับอีก 2 พรรค ก็ถือเป็นบทบาทปกติของฝ่ายค้าน แต่ถ้าลุกขึ้นอภิปรายเพียงเชิง “เสนอแนะ” ก็ย่อมเปิดช่องให้ข้อครหา “ฝ่ายคอย” กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง

อีกสเต็ปที่ต้องจ้องตาไม่กะพริบคือ การลงมติของพรรคสีเขียว เพราะนี่จะเป็นจุดชี้ชัดกว่าคำอภิปรายทั้งหมด

ธรรมเนียมของฝ่ายค้านคือ การลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” ไม่ว่ารัฐมนตรีจะชี้แจงได้มากน้อยเพียงใด เพราะเวทีซักฟอกเป็นกลไกฝ่ายนิติบัญญัติสำหรับตรวจสอบ และลงมติชี้ขาดความไว้วางใจรัฐบาล

แต่หากพรรคกล้าธรรมเลือก “งดออกเสียง” ไว้วางใจ หรือแม้แต่โดดร่ม ไม่ร่วมลงคะแนน ก็อาจถูกตีความว่าเลี่ยงการปะทะกับรัฐบาล และยิ่งตอกย้ำภาพ “พรรคฝ่ายคอย”

ศึกซักฟอก ครม.อนุทิน 2 ครั้งแรก จึงเป็นบททดสอบสำคัญของพรรคสีเขียว แม้รัฐบาลจะมีเสียงในสภาฯ เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องพึ่ง “งูเห่า” แต่คะแนนของกล้าธรรมยังมีนัยทางการเมืองในฐานะพรรคฝ่ายค้าน

หากกด “งดออกเสียง” หรือโดดร่ม ก็อาจสะท้อนว่า ยังรักษาช่องทาง และไมตรีกับฝ่ายสีน้ำเงิน ขณะที่การกด “ไม่ไว้วางใจ” เช่นเดียวกับฝ่ายค้านอื่น ย่อมถูกมองว่าเป็นการปิดประตูความร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคต

เพราะในสนามการเมือง “ครูใหญ่” และคีย์แมนสีน้ำเงินขึ้นชื่อเรื่องจดจำรายละเอียดทางการเมือง การกระทำของพรรคกล้าธรรมรอบนี้จึงมีโอกาสถูกบันทึกไว้ทุกคะแนน

ศึกซักฟอกครั้งนี้จึงไม่ได้มีแค่ “ส้ม-ฟ้า” รุมถล่ม “น้ำเงิน” แต่มี “เขียว” เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด

คำอภิปรายอาจบอกว่าอยู่ฝ่ายไหน แต่ “ปุ่มโหวต” จะบอกว่าเลือกใคร

หากกล้าธรรมกด “ไม่ไว้วางใจ” ก็เท่ากับประกาศสถานะฝ่ายค้านเต็มตัว แต่หาก “งดออกเสียง-ไว้วางใจ-โดดร่ม” ก็อาจถูกตีความว่า ยังเหลือประตูไว้รอวันกลับบ้าน

ท้ายที่สุด ศึกนี้จึงไม่ใช่แค่การล้มรัฐบาลอนุทิน แต่คือ การวัดใจว่า “พรรคสีเขียว” จะยืนอยู่ฝั่งตรวจสอบ หรือยืนรอจังหวะกลับเข้าสู่อำนาจกับ “สีน้ำเงิน” กันแน่

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์