วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

มท.ทลายเครือข่าย'ย้ายชื่อต่างด้าว'ขยายผล 'พ่อทิพย์' ฟันจนท.เอี่ยว

มท.4 แถลงผลปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายชื่อต่างด้าวเข้าแฟลตดินแดง สั่งฟันวินัย-อาญาเจ้าหน้าที่เอี่ยว ยาแรง ออกจากราชการทันที พร้อมขยายผล “พ่อทิพย์”

ที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงผลปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายที่อยู่คนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดง เพื่อทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผล

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นตัวแทนรัฐบาลในการนำแถลงผลการปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายที่อยู่คนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดงเพื่อทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านนายกได้สั่งการเน้นย้ำให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญในการปราบปรามกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการกระทำผิดนี้ถือว่าได้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

โดยการกระทำในลักษณะดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การแย่งชิงสิทธิหรือว่าสวัสดิการของคนไทย แต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงเรื่องของความมั่นคงด้วย ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างยิ่ง

“รัฐบาลปัจจุบันจึงเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบ และนำไปสู่การบูรณาการร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงาน ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการดังกล่าว โดยได้ขยายผลมาจากกรณีการทุจริตทางทะเบียนราษฎรในพื้นที่อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งพบพฤติการณ์ทุจริตปลอมแปลงเอกสารเพื่อจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ณ สำนักงานเขตดินแดงอย่างผิดปกติ โดยมีการนำรายชื่อบุตรแรงงานต่างด้าวเข้ามาแจ้งย้ายเข้าพักอาศัยในแฟลตดินแดงในลักษณะการฝากชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ซึ่งจากการสุ่มตรวจเพียง 3 ห้อง พบมีผู้มีรายชื่อพักอาศัยสูงถึงห้องละ 35–64 คน รวมกว่า 140 คน และจากการตรวจสอบแฟลตดินแดงเพิ่มเติม 5,700 ห้อง ยังพบห้องที่มีต่างด้าวอาศัยเกิน 16 คน อีกจำนวน 44 ห้อง (รวม 1,300 คน)“ นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า จากพฤติการณ์ดังกล่าว พบการกระทำเป็นขบวนการเชื่อมโยงตั้งแต่นายหน้าชาวเมียนมารวบรวมเอกสารและรายชื่อ ส่งต่อให้นายหน้าสัญชาติไทยเพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐประจำสำนักงานเขตดินแดง ในการออกบัตรประจำตัวโดยมิชอบ เป็นการละเมิดกฎหมาย กระทบต่อความมั่นคงของระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร และอาจนำไปสู่การสวมสิทธิรับสวัสดิการของรัฐ การขออนุญาตทำงาน หรือการขอสัญชาติไทยในอนาคต ต้องทำการดำเนินคดีปราบปรามดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งในส่วนของประชาชนผู้กระทำผิดและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต

โดยกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันที ควบคู่ไปกับการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมาย รวมถึงเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบออกจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรทั้งหมด และเดินหน้าขยายผลตรวจสอบพื้นที่อื่นต่อไป

“สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในปฏิบัติการครั้งนี้  ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสืบสวนและปราบปรามขบวนการทุจริตทางทะเบียน ซึ่งพบว่ามีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในอีกหลายพื้นที่ โดยการกระทำดังกล่าวมิได้เป็นเพียงการปลอมแปลงเอกสารหรือแจ้งข้อมูลเท็จทางทะเบียนราษฎรเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นช่องทางนำไปสู่การเบียดบังทรัพยากรของประชาชนชาวไทยโดยมิชอบ โดยตนขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้มั่นใจว่าทางเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและขยายผลอย่างเคร่งครัดตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง รวมถึงกรณีการสวมสิทธิ์ความเป็นบิดาหรือ “พ่อทิพย์” โดยไม่ละเว้น

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า แม้จะมีการปราบปรามผู้กระทำความผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างเข้มข้น แต่ประเทศไทยยังพร้อมต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน หากพบว่าผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการที่ผิดกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียม โดยยึดพฤติการณ์การกระทำความผิดเป็นสำคัญ