"กมธ.งบฯ" ถก งบสภาฯ ฝากปมตรวจบุคคล-อาวุธ ให้เข้มข้น "บุญจง" หวั่นมี สส.ถูกยิงตาย เปลืองงบเลือกตั้งซ่อม เสียภาพประเทศ
ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาฯ ที่มี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองประธาน กมธ. คนที่สาม ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาการของบประมาณหน่วยงานของรัฐสภา คือ สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภา และกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยมีผู้บริหารของทั้ง 3 หน่วยงานเข้าร่วมประชุมและชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพิจารณาของกมธ. ได้ซักถามถึงการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. พรรคประชาชน ฐานะกมธ.ซักถามต่องบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ โครงการพัฒนาเว็ปไซต์รัฐสภา จำนวน 8 ล้านบาท จากเอกสารพบว่ามีใบเสนอราคา 3 ราย มีวงเงิน 7.3ล้านบาท 8 ล้านบาท และ 10.48 ล้านบาท ทั้งที่อ้างอิงขอบเขตงานโครงการเดียวกัน ส่วนต่างราคาต่ำสุด ถึงสูงสุดต่างกัน 3 ล้านบาท ขณะที่ทีโออาร์ ระบุว่าขอบเขตงานเพื่อปรับปรุงเว็ปไซต์เดิมและเชื่อมฐานข้อมูลเดิม เชื่อมระบบเดิมของสำนักงานไม่ใช่สร้างระบบใหม่ทั้งงหมด ดังนั้นวงเงิน 8 ล้านบาท คำนวณจากต้นทุนอะไร มีค่าใช้จ่ายอื่น
น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าววต่อว่า ขณะที่งบอุดหนุนส่งเสริมประชาธิปไตย จำนวน 25 ล้านบาท เป็นโครงการส่งเสริมความเป็นพลเมืองเยาวชนเพื่อพัฒนาประชาธิไตย จำนวน 8 ล้านบาท ทำกิจกรรมอบบรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนทุกจังหวัด จำนวน 2 รุ่นๆ ละ 160 คน เท่ากับมีงบที่ใช้เฉลี่ยต่อคน 2.5หมื่นบาท ซึ่งเพิ่มจากปีงบ 69 ที่ได้งบ 6.5ล้านบาท ทั้งนี้ทราบว่าในชั้นอนุกมธ.ไม่ถูกปรับลด ดังนั้นงบที่ได้เพิ่มขึ้นนั้นมีกิจกรรมหรือรายการใดที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
ขณะที่ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายโดยฝากประเด็นให้กับสำนักงานเลขาธิการสภา ให้เข้มงวดเรื่องบุคคลผ่านเข้ามายังภายในพื้นที่รัฐสภา ว่า ตนเจอกับตัวเองในห้องประชุมสภา คือ ระหว่างที่ตนคุยธุระส่วนตัวผ่านโทรศัพท์ โดนถ่ายคลิประหว่างสนทนาไว้ และมีสื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ขึ้นลายน้ำ ยังดีที่เป็นตน นอกจากนั้นแล้วตนได้รับจดหมายเชิญให้ไปร่วมงานโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตย วันที่ 19 ส.ค. แต่ไม่มีหัวข้อ ทั้งนี้การเชิญผู้แทนไปร่วมงานควรกำหนดหัวข้อให้พูด ไม่ใช่เชิญไปแต่ไม่ได้พูด นอกจากนั้นการจัดกิจกรรมไม่ควรจัดที่โรงแรม แต่ควรไปจัดที่วัดหรือโรงเรียนแทน
นายบุญลือ กล่าวต่อว่า ตนป็นผู้แทนมาตั้งแต่ปี 2544 แต่มีช่วงที่ถูกตัดสิทธิไปพร้อมกับการยุบพรรคพลังประชาชน ตนไม่เคยใช้สวัสดิการของรัฐสภา ไม่เคยเบิกค่ารักษา เพราะมองว่ามีคนที่เดือดร้อนกว่า ทั้งนี้ความต้องการความช่วยเหลือของคนไม่เท่ากัน ซึ่งตนขอฝากว่า ตนหวงเม็ดเงินและอยากฝากให้กรรมการกองทุนพิจารณาว่าหลักเกณฑ์ ก่อนจะพิจารณาว่าให้อย่างเหมาะสม หรือควรคัดกรองมากกว่านี้หรือไม่ เพราะงบประมาณในอนาคตต้องถูกใช้อย่างจำกัด
โดยนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า โครงการจัดจ้างพัฒนาเว็ปไซต์ คือการพัฒนาระบบแบบบูรณาการ ฐานข้อมูลส่วนกลาง รวมถึงปรับปรุงระบบการรับฟังความเห็นร่างกฎหมายตามมาตรา 77 โดยจะพัฒนาระบบยืนยันตัวตน วิเคราะห์สรุปสาระสำคัญ รวมถึงปรับปรุงส่วนการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ทั้งนี้การพัฒนาเว็ปไซต์ได้สอบถามราคาจากผู้มีอาชีพรับจ้าง 3 ราย โดยรายละเอียดจะขอส่งเป็นเอกสาร
นายศิโรจน์ ชี้แจงต่อว่ากรณีที่มีข้อกังวลต่อการเข้าพื้นที่รัฐสภาของบุคคล ล่าสุดนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ กำชับให้มีมาตรการและใช้แนวปฏิบัติที่เข้มข้น ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรรัฐสภาปฏิบัติตามระเบียบเคร่งครัด ส่วนกรณีที่นายบุญลือ ระบุถึงจดหมายเชิญให้ร่วมกิจกรรม วันที่ 19 ส.ค. ที่ จ.ราชบุรี เป็นกิจกรรมของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งที่จัดกิจกรรมที่ราชบุรี ทั้งนี้ตนขอโทษที่ไม่ได้แจ้งก่อน มีเพียงการจัดส่งหนังสือ ดังนั้นต่อไปจะทำให้ถูกต้องครบถ้วนรอบคอบต่อไป ขณะที่สวัสดิการของอดีตสมาชิกรัฐสภาที่มีความกังวล ตนจะนำเรื่องแจ้งประธานสภาฯ เพื่อเข้าประชุมกรรมการกองทุน ในวันที่ 28 ส.ค. นี้
ขณะที่ นางจงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภา ชี้แจงต่อโครงการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นพลเมืองของเยาวชนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ที่ได้รับงบประมาณเพิ่ม เพราะได้เพิ่มจำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมและเพิ่มรอบอบรมเป็น 2 รุ่น โดยมี 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมยุวประชาธิปไตย 10 วัน 10 คืน มีการเรียนรู้ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ เปิดประสบการณ์จาก สส. สว. ที่ให้องค์ความรู้ รวมถึงมีการศึกษานอกสถานที่ ที่รัฐบาล ศาลฎีกา องค์กรระหว่างประเทศ สถานทูต ยูเอ็น รวมถึงมีกิจกรมรวมรุ่นยุวชน 4 ภูมิภาค 2 คืน 3 วัน ทั้งนี้ในการพิจารณาชั้นอนุกมธ. ได้พิจารณาค่าดำเนินการ ค่าใช้จ่าย ราคาต่อหัวต่อที่คำนึงถึงความคุ้มค่า
ทั้งนี้ในช่วงท้ายนายบุญจง กล่าวฝากในประเด็นความปลอดภัย ที่พบว่ามีมาตรการตรวจสอบอาวุธเข้มข้น ถือว่าดีมากแต่ขอให้ทำต่อเนื่อง เพราะหากมีเหตุยิงสส.ตาย ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อจัดเลือกตั้งซ่อม ดังนั้นขอให้ทำอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เสียภาพประเทศ



