วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘น้ำเงิน’ ติดหล่ม 3 ปมหลอน ปักหมุด ‘5 จังหวัดใต้’ พลิกเกม?

จับตาการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ “ครม.สัญจร” นัดแรกของ “รัฐบาลอนุทิน 2” ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย.นี้ กับการปักหมุดวาระสำคัญ ทั้งโครงการเรือธง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังกลบจุดอ่อน “กระแสนิยมรัฐบาล” ที่ยังไม่ฟื้นจากขาลง

ที่น่าสนใจคือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มอบหมาย “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะ “แม่ทัพภาคใต้” ของพรรคภูมิใจไทย เป็นหัวเรือใหญ่เตรียมวาระการประชุม

ประเด็นหลักประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ 2.การยกระดับมาตรฐานท่องเที่ยว และบริการ 3.การแปรรูปสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการส่งออก และ 4.การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเมืองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

ทั้งหมดสะท้อนการวางหมากของ “พรรคสีน้ำเงิน” ที่ต้องเร่งพลิกเกม หลังรัฐบาลกำลังติดหล่ม ขณะที่นโยบายเรือธงหลายโครงการกลับเจอแรงต้าน โดยเฉพาะ “แลนด์บริดจ์” มูลค่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนสะท้อนข้อกังวลมาอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ผลศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 133/2569 ซึ่งมี “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธาน ยังชี้ถึงประเด็น “ความไม่คุ้มค่า” ของโครงการ

ในทางการเมืองจึงกลายเป็นช่องให้ “พรรคประชาธิปัตย์” คู่แข่งสำคัญในภาคใต้ หยิบประเด็นดังกล่าวมาขยี้แผล หวังดึงคะแนนนิยม 

‘น้ำเงิน’ ติดหล่ม 3 ปมหลอน ปักหมุด ‘5 จังหวัดใต้’ พลิกเกม?

 ดันฟื้น 5 จังหวัดใต้ สยบ “3 ปมหลอน”

อีกปมคือ การแก้ปัญหาพลังงานช่วงต้นรัฐบาล ท่ามกลางข้อครหาเรื่อง “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน ซึ่งพบการกระจุกตัวในพื้นที่ภาคใต้ ฐานที่มั่นของเจ้าสัวบางราย ทิ้งข้อสงสัยไว้ไม่น้อย

เช่นเดียวกับเหตุ “มหาอุทกภัยหาดใหญ่” จ.สงขลา และจังหวัดภาคใต้รวม 9 จังหวัดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในช่วง “รัฐบาลอนุทิน 1” ซึ่งยังเป็นบาดแผลของคนใต้

ปมเหล่านี้ยังคงตามหลอกหลอน และอาจกลายเป็นพายุลูกใหม่ที่กระทบคะแนนนิยมรัฐบาล ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองในภาคใต้ที่พร้อมบดขยี้รัฐบาล และช่วงชิงความได้เปรียบทุกจังหวะ

ท่ามกลางปัจจัยรุมเร้า จึงต้องจับตา “หมุดหมายใหม่” ของพรรคสีน้ำเงินว่าจะงัดอะไรออกมากอบกู้สถานการณ์

‘น้ำเงิน’ ติดหล่ม 3 ปมหลอน ปักหมุด ‘5 จังหวัดใต้’ พลิกเกม?

 

ย้อนกลับไปการประชุมเตรียมความพร้อม ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมี “พิพัฒน์” เป็นประธาน และมีทั้งหน่วยงานรัฐ และภาคเอกชนเข้าร่วม ได้วางกรอบ “5 จังหวัดภาคใต้” ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

พิพัฒน์ ระบุว่า ได้มอบการบ้านให้ทั้ง 5 จังหวัดเสนอ “โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ” รวมถึงสิ่งที่ต้องการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะผังเมือง และโซนนิ่งที่ใช้มาระยะหนึ่งแล้ว จุดใดควรปรับให้ภาคเอกชน และผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอ ก่อนประชุมสรุปอีกครั้งวันที่ 25 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล

ข้อเสนอเบื้องต้นเน้นส่งเสริมอาชีพ และฟื้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุดของประเทศ พิพัฒน์ในฐานะผู้กำกับดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จึงเตรียมนำประเด็น 5 จังหวัดเข้าสู่ ครม.สัญจร เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และปากท้องประชาชน

ส่วนโครงการ “Missing Link” ซึ่งจะเข้ามาแทนแลนด์บริดจ์ที่ยกเลิกไป กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างศึกษาเพิ่มเติมว่า ท่าเรือระนองเหมาะสมต่อการพัฒนา และลงทุนโดยภาครัฐหรือไม่ หากไม่เหมาะสมจะสำรวจพื้นที่อื่นต่อไป

‘น้ำเงิน’ ติดหล่ม 3 ปมหลอน ปักหมุด ‘5 จังหวัดใต้’ พลิกเกม?

 โหนนโยบาย “ลุง” ดึงแต้มอนุรักษนิยม

อีกโครงการที่ต้องจับตาคือ การ “รื้อฟื้น” นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งถูกยกเลิกในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยพิพัฒน์ยืนยันว่าไม่ได้ล้มโครงการ แต่ให้สภาพัฒน์ศึกษาใหม่ และต่อยอดจากการลงพื้นที่สำรวจเรื่อง SCA

ประเด็นที่ยังเห็นต่างคือ การสร้างท่าเรือน้ำลึก เนื่องจากสงขลามีท่าเรือน้ำลึกอยู่แล้ว แต่กำลังประสบปัญหาความแออัด ผู้ประกอบการส่งออกกังวลว่าท่าเรือไม่เพียงพอรองรับเรือขนส่งสินค้า

ในมิติการเมือง การวางหมากดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่ภูมิใจไทยกำลังถูกกดดันจากทั้งประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในสนามใต้ จึงไม่แปลกที่ “สีน้ำเงิน” จะปัดฝุ่นนโยบายยุค พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีภาพเป็น “บิ๊กลีดเดอร์” ฝั่งอนุรักษนิยม เพื่อดึงคะแนนจากฐานเสียงเดียวกัน

จึงต้องจับตา “ประชานิยมสีน้ำเงิน” ใน 5 จังหวัดที่จะถูกปล่อยออกมาในการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกของรัฐบาลอนุทิน 2 เพื่อชิงแต้มในสมรภูมิใต้ที่กำลังขับเคี่ยวระหว่างภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ กล้าธรรม และประชาชาติ

ปัจจุบัน ภูมิใจไทยครองที่นั่ง สส.ภาคใต้สูงสุด 31 ที่นั่ง ตามด้วยกล้าธรรม 12 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 9 ที่นั่ง ประชาชาติ 4 ที่นั่ง พรรคประชาชน 2 ที่นั่ง และไทรวมพลัง 1 ที่นั่ง

เฉพาะ 5 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ สงขลา มี สส.9 คน แบ่งเป็นภูมิใจไทย 4 คน รวม “รมต.เพชร” สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม กล้าธรรม 3 คน และประชาธิปัตย์ 2 คน

สตูล มี สส.2 คน ภูมิใจไทยครองทั้ง 2 เขต ได้แก่ พีรพัฒน์ รัชกิจประการ หลานชายพิพัฒน์ และ “โกแพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย

ปัตตานี มี สส.5 คน เป็นภูมิใจไทย 4 คน และกล้าธรรม 1 คน ยะลา มี สส.3 คน เป็นพรรคประชาชาติทั้งหมด นราธิวาส มี สส.5 คน แบ่งเป็นกล้าธรรม 3 คน ภูมิใจไทย 1 คน และประชาชาติ 1 คน

ภายใต้ปัจจัยรุมเร้ารัฐบาล และภูมิใจไทย ซึ่งกำลังเข้าสู่ภาวะขาลง เกมการเมืองจึงกลายเป็นการบดขยี้ และตีขนาบรอบทิศ เพื่อ “เจาะไข่แดง” ดึงคะแนนจากพรรคน้ำเงิน

สุดท้ายต้องจับตาว่า “หมุดหมายใหม่” จาก ครม.สัญจรนัดแรกของรัฐบาลอนุทิน 2 จะมีพลังพอพลิกเกมที่กำลังติดหล่มได้หรือไม่ 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์