วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม 2569

Login
Login

ทหาร เหยียบทุ่นระเบิด ช่องอานม้า ขาขาด ทบ.ชี้ พื้นที่อันตราย

ทหารเก็บกู้ เหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า ขาดขาด เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล นับเป็นขาขาดที่ 15 ส่วน ทบ.เผย พื้นที่อันตราย เหตุ กัมพูชา เคยรุกล้ำ ก่อนผลักดันออก

17 ส.ค. เวลา 11:50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุลราชธานี ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บกู้วัตถุระเบิด ปรากฏว่า จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัด ร.2 พัน 2 (กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2) ได้เหยียบทุ่นระเบิด ทำให้ขาขาด เจ้าหน้าที่รีบนำส่งโรงพยาบาล รายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ต่อมา ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีมีกำลังพล ได้รับบาดเจ็บจากการร่วมปฎิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ( TMAC ) บริเวณพื้นที่ ช่องอานม้า

 เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) กำลังปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด บริเวณใกล้ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้  ในอดีตฝ่ายกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาตั้งฐาน  ในช่วงที่มีสถานการณ์ฝ่ายไทยได้มีการผลักดันทหารกัมพูชาออกไป  หลังจากนั้นได้มีการควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ระบุเป็นพื้นที่อันตราย   เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทีมเก็บกู้จากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อทำให้พื้นที่มีความปลอดภัยต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าขวา มือขวา และมีบาดแผลตามร่างกาย  ขณะนี้กำลังพลรู้สึกตัวและอาการปลอดภัย อยู่ระหว่างนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์

กองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ในเบื้องต้นทางผู้บังคับบัญาได้กำชับทางต้นสังกัด  ดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด 

 

ด้าน กองทัพภาคที่2 (ทภ.2) เปิดเผยว่า หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร ได้เข้าปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติงาน ณ พื้นที่ที่สงสัยว่ามีอันตรายจากทุ่นระเบิด/วัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม (Suspected Hazardous Area : SHA) บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า บ้านน้ำยืน ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีขนาดพื้นที่ดำเนินการตามแผนงาน 151,920 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีการเตรียมการใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ โดยหน่วยได้ดำเนินการกวาดล้างทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 38,760 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 25.51 ของพื้นที่ดำเนินการตามแผนงาน ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ระหว่างการปฏิบัติภารกิจ จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัด หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร ได้ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวาท่อนล่าง รวมทั้งมีบาดแผลบริเวณขาซ้ายและมือขวา ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยได้สั่งยุติการปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวทันที พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมพื้นที่ เพื่อป้องกันมิให้กำลังพลและประชาชนเข้าใกล้บริเวณที่อาจมีทุ่นระเบิดหรือวัตถุระเบิดตกค้างเพิ่มเติม

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลน้ำยืน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยทีมแพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ห้ามเลือด และตกแต่งบาดแผลในเบื้องต้น ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บยังรู้สึกตัวและมีสัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ จากนั้นได้ประสานการส่งต่อเพื่อให้ได้รับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างเหมาะสม โดย เตรียมนำส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการรักษาต่อไปอย่างเร่งด่วน 

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลการรักษาพยาบาลและสิทธิของกำลังพลอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้การดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวของกำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง

 กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนให้ประชาชนทราบว่า ความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งที่กองทัพให้ความสำคัญสูงสุด เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงอันตรายจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างในบางพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด กองทัพภาคที่ 2 จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและสำรวจพื้นที่โดยละเอียด พร้อมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง กำหนดเขตพื้นที่อันตราย และแจ้งเตือนประชาชนอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติม สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับที่มาของทุ่นระเบิดและข้อเท็จจริงอื่นที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและช่องทางที่เป็นทางการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยกองทัพภาคที่ 2 ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรม ความปลอดภัย และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน เพื่อสร้างความมั่นคงและสันติสุขแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน