แม้จะเป็นรัฐบาลมาแล้ว 2 สมัย สำหรับ “ครม.อนุทิน” แต่ “ครม.อนุทิน 2” รอบนี้ ถือเป็นการครั้งแรกที่ “รัฐบาลสีน้ำเงิน" ได้มีโอกาสจัดทัพข้าราชการแบบเต็มไม้เต็มมือ เนื่องจาก “ครม.อนุทิน 1” เข้ามาทำงานในช่วงสั้นๆ แถมยังอยู่นอกฤดูกาลโยกย้าย จึงทำให้การปรับทัพทำได้เพียงตำแหน่งสำคัญไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น
ทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ “พรรคภูมิใจไทย” กุมบังเหียน หรืออยู่ในอำนาจของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะคัดสรรบุคคลแบบเน้น “เลือดแท้-สายตรง” สีน้ำเงิน ให้ได้มากที่สุด
ที่สำคัญ ยุทธศาสตร์การแต่งตั้งโยกย้ายในระยะหลัง ถูกดำเนินการแบบ “น้ำเงินสไตล์” นั่นคือ เลือกบุคคลที่มีอายุราชการเหลืออีกหลายปี หรือสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งยาวๆ มานั่ง
การ “วางโครงสร้าง” ระยะยาว ที่ไม่ได้หวังแค่อายุของรัฐบาลนี้ 4 ปี แต่เป็นการ “วางท่ออำนาจ” กรณีที่ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งในสมัยต่อๆ ไป
นี่เป็น “น้ำเงินสไตล์” ที่เกิดขึ้นบ่อย ไม่ว่า “พรรคภูมิใจไทย” จะอยู่ในฐานะ “พรรคร่วมรัฐบาล” หรือ “แกนนำรัฐบาล”
สำหรับตำแหน่งที่มีการแต่งตั้งไปแล้วในยุคของ “น้ำเงิน” บริหารประเทศคือ เก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ “เสี่ยหนู” และ “ครูใหญ่” เคาะไปที่ "พล.ต.อ.สำราญ นวลมา" ที่อาวุโสลำดับที่ 3 ในบรรดารอง ผบ.ตร. ที่เป็นแคนดิเดต
ที่สำคัญ “บิ๊กราญ” เหลืออายุราชการอีกถึง 7 ปี ถือได้ว่า จะได้นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. ในรัฐบาลชุดนี้ ต่อเนื่องไปถึงรัฐบาลชุดหน้ากันเลย
นอกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ในส่วนของข้าราชการพลเรือนที่มีการแต่งตั้งไปแล้วคือ เก้าอี้ “ปลัดกระทรวงยุติธรรม” ที่ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง “เลขาฯบอย” ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นปลัดกระทรวงตราชั่งคนใหม่
ปัจจุบัน “ว่าที่ปลัดบอย” อายุ 52 ปี ยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี ซึ่งหลายคนรู้กันว่า ลมใต้ปีกของเขามาจากคอนเนกชั่นอันแข็งแกร่ง เพราะเขาคือ น้องชายอดีตภรรยาของ “เสี่ยหนู”
อีกตำแหน่งต่อมาที่มีการแต่งตั้งไปหมาดๆ คือ ตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงคมนาคม” โดย “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เสนอชื่อ “ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล” อธิบดีกรมทางหลวง สร้างสถิติใหม่อีกครั้งเป็นปลัดกระทรวงราชรถที่อายุน้อยที่สุด
“ปิยพงษ์” มีอายุเพียง 50 ปี เหลืออายุราชการร่วม 10 ปี ได้ดิบได้ดีในสมัย “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม จากนั้นมาในยุคของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นเจ้ากระทรวง ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่อายุน้อยที่สุด เพราะทำงานเข้าตา ถูกใจผู้บังคับบัญชา
ในขณะเดียวกัน ยังมีรายงานอีกว่า บุคคลที่จะถูกเสนอชื่อเป็นอธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่แทน “ปิยพงษ์” ก็เป็น “สายตรงน้ำเงิน” ที่ล็อกตัวมาทำงานยาวๆ ไว้แล้ว
หากย้อนกลับไปสมัย “อนุทิน” เป็นรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ก็เคยแต่งตั้งบุคคลที่เหลืออายุราชการเยอะๆ มานั่งยาวๆ มาก่อนเช่นกัน นั่นคือ ในรายของ “ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ที่ได้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยในวัยเพียง 53 ปีเท่านั้น
เช่นเดียวกับตำแหน่งอื่นๆ ในกระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้านี้ก็มีการตั้ง “สยาม ศิริมงคล” เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตั้งแต่วัย 50 ปีต้นๆ
รวมไปถึงตำแหน่งที่มีข่าวว่า จะมีการเสนอโอนย้ายกระทรวงอย่างกรณีของ “ณัฐพล รังสิตพล” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ว่า จะถูกโยกไปเป็น “ปลัดกระทรวงพลังงาน”
“ณัฐพล” ได้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2565 ในวัย 52 ปีเท่านั้น ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 4 ปี และหากย้ายไปกระทรวงพลังงาน ก็ยังสามารถทำงานได้อีกหลายปี เพราะเหลืออายุราชการ 4 ปี
สำหรับคนที่จะถูกดันเป็น “ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม” คนใหม่ มีชื่อ “ภาสกร ชัยรัตน์” รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเหลืออายุราชการอีกถึง 6 ปี เรียกว่านั่งกันยาวๆ
ไม่เพียง “พรรคภูมิใจไทย” ที่ยึดสไตล์ใช้คนยาวๆ เพื่อ “วางโครงสร้าง” ในระดับล่างๆ ให้ฝังลึก ในส่วนของ “พรรคเพื่อไทย” เองระยะหลังก็นิยมใช้วิธีนี้
อย่างเช่นในรายของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เมื่อไม่นานมานี้ เสนอแต่งตั้ง “รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์” จากตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงคนใหม่ แทนคนเก่าที่เกษียณอายุราชการ
โดย “รพีภัทร์” ปัจจุบันเพิ่งจะอายุ 53 ปี ยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี สามารถนั่งทำงานได้ในอายุของรัฐบาลชุดนี้ ต่อเนื่องถึงรัฐบาลชุดหน้าได้เช่นกัน
เป็นการแต่งตั้งเพื่อทำงานระยะยาว ไม่ต้องปรับเปลี่ยนกันบ่อย เพื่อทำหน้าที่คอยซัปพอร์ตในหลายมิติ ทั้ง “ทุน” ทั้ง “อำนาจ”
เป็นการหยั่งอำนาจในแบบ “น้ำเงินสไตล์” เดินเกมตามยุทธศาสตร์ 4 ปี พลัสอีก 4 ปี จำเป็นต้องฝังรากให้ลึกมากที่สุด



