กมธ.งบเผยคืบหน้าพิจารณาร่างพ.ร.บ.96.46% คาดสภาฯโหวตวาระ2-3 ก.ย. ด้านสส.สุพรรณบุรี เผยกมธ.ตั้งข้อสังเกตปมบริหารจัดการ งบสปสช.2แสนล้าน สธ.แจงตัวเลขติดลบกว่า 14,000 ล้านบาท บริหารจัดการโดยใช้งบปี 2569 ควบคู่งบกลาง
ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 แถลงความคืบหน้าผลการประชุม กมธ.ฯ ว่า กมธ.มีการพิจารณาความคืบหน้าไปแล้วคิดเป็นร้อยละ 96.46 โดยมีกระทรวงที่ผ่านการพิจารณาแล้ว 22 กระทรวง งบกลาง 12 รายการ หน่วยรับงบประมาณ 3,168 หน่วยงาน 32 กองทุน โดยในวันที่ 19 สิงหาคม นี้ จะมีการเปิดให้อนุกรรมาธิการคณะต่างๆ เข้ามารายงานในห้องกรรมาธิการใหญ่
ซึ่งเชื่อว่าการประชุมยังอยู่ในกรอบเวลา และคาดว่าจะสามารถเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 - 3 ในสภาผู้แทนราษฎรได้ช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้
ขณะที่นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส.สุพรรณบุรี พรรคกล้าธรรม ในฐานะกมธ .กล่าวว่า งบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขได้รับการจัดสรรทั้งสิ้นกว่า 396,000 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณกว่า 200,000 ล้านบาทที่จัดสรรให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 20,000 ล้านบาท
โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุน โดยเฉพาะปัญหาโรงพยาบาลชุมชนที่มีภาระขาดทุนสะสม เนื่องจากงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวไม่สอดคล้องกับต้นทุนการรักษาที่แท้จริง รวมทั้งมีความแตกต่างในการเบิกจ่ายเมื่อเทียบกับสิทธิสวัสดิการข้าราชการและประกันสังคม ทั้งนี้ สปสช. รับข้อสังเกตเพื่อนำไปทบทวนโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่เหมาะสม
นอกจากนี้ สปสช. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า งบประมาณที่เพิ่มขึ้นจะนำไปใช้สานต่อนโยบายสำคัญอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ โครงการ “30 บาทรักษาทุกที่” “มะเร็งรักษาทุกที่” และการฟอกไตสำหรับผู้ป่วยไตวาย โดยมุ่งไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
ส่วนกรณีกองทุนมีตัวเลขติดลบกว่า 14,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 สปสช. จะบริหารจัดการโดยใช้งบประมาณปี 2569 ควบคู่กับการขอรับการจัดสรรงบกลาง จำนวน 6,702 ล้านบาท
พร้อมทั้งกำหนดมาตรการบริหารจัดการ 5 ด้าน ได้แก่
1. การจัดลำดับความสำคัญของโรคและบริการที่จำเป็น
2. การกระจายอำนาจการตัดสินใจสู่พื้นที่
3. การดูแลค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับภาระงาน
4. การบริหารจัดการระบบยาภายในประเทศ
5. การตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างเคร่งครัด





