ชื่อของ “ชัยชนะ เดชเดโช” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ตกเป็นข่าวอื้อฉาวอีกครั้ง กรณี “อดีตรัฐมนตรี” บ้านใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ตบ “รอง ผกก.ทุ่งใหญ่” จ.นครศรีธรรมราช
แม้เจ้าตัวจะชิงปฏิเสธว่า เป็นเรื่องดิสเครดิตการเมือง "ผมและรองผู้กำกับฯ ที่เป็นข่าว มีความเคารพนับถือกันมายาวนาน ไม่มีเหตุอะไรที่ไม่สบายใจกัน และภรรยาของรองผู้กำกับนายดังกล่าว ก็เป็นญาติกับผม"
ทว่า จากผลการสอบสวน ของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตํารวจภูธรภาค 8 ที่ชี้ชัด ไล่เรียงไทม์ไลน์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค. บ้านหัวควน หมู่ 2 ตําบลปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่าง พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ และญาติ ได้ร่วมพิธีบําเพ็ญกุศลมารดานายกเทศบาลตําบลปริก
โดยหลังจากสวดอภิธรรมเสร็จ ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 23.30 น. รองผกก.ได้นั่งดื่มสุรากับชัยชนะ จนกระทั่งเกิดเหตุทําร้ายกัน
กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด "ชัยชนะ" ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อให้ปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย
ท่ามกลางกระแสสังคมพุ่งเป้าไปที่ต้นสังกัดคือ “พรรคประชาธิปัตย์” ว่าจะมีมาตรการใดๆต่อกรณีที่เกิดขึ้น เมื่อผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นถึง “กรรมการบริหารพรรค” และก่อเหตุเป็นรอบที่สองในรอบ1ปี
ท่าที “คีย์แมนพรรคประชาธิปัตย์” ทั้ง "อภิสิทธิ์ เวชชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดถึงกรณีที่เกิดขึ้น ว่า พรรคกำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด เบื้องต้นได้พูดคุยกับนายชัยชนะแล้ว แต่ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เมื่อมีรายละเอียดแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ขณะที่ "สกลธี ภัททิยกุล" สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตอาจจะมีประเด็นการเมืองอยู่เบื้องหลัง
แต่อย่างที่รู้กันหากย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2568 อดีตรัฐมนตรีช่วยสาธารณะสุขผู้นี้ เวลานั้นดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนรษฎร เคยปรากฎเป็นข่าวอื้อฉาว พร้อม “พิชิตชัย เดชเดโช” ส.อบจ.นครศรีธรรมราช เขตร่อนพิบูลย์ น้องชาย ยกพวกอีกราว 10 คน บุกทำร้าย นักธุรกิจท้องถิ่นกลางงานบวชที่ อบต.ควนพัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2568
ทว่า ในเวลาต่อมา นักธุรกิจที่เป็นผู้เสียหาย ได้ถอนแจ้งความ หลังจากแจ้งความร้องทุกข์ไม่ทันข้ามวัน ท่ามกลางกระแสข่าว ถูกกดดันจากบางฝ่าย ที่พยายามเจรจาขอเคลียร์คดี
ที่น่าจับตา คือ “เกมการเมือง” ในค่ายสีฟ้า ที่แบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ทำให้ต่อมา "เชาว์ มีขวด" ทนายความ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยทนายความผู้เสียหาย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ขอให้สอบสวนพฤติกรรม "ชัยชนะ" ในประเด็นฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามมาตรา 234(1) และตรวจสอบว่า พฤติกรรมดังกล่าว เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงตามข้อ 12 และ 17 หรือไม่
หากย้อนกลับไป ในช่วงต้นปี 2569 “ชัยชนะ” เคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับคนนามสกุลเดียวกัน คือ “จักกฤษณ์ เดชเดโช” หรือ “ซัน ทุ่งจีน" ซึ่งถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมพร้อมของกลาง ยาไอซ์ 2 กก. มูลค่า 2 ล้านบาท และอาวุธปืนสั้น 9 มม. 1 กระบอก กระสุน 8 นัด
ต่อมาเจ้าตัวออกมาปฏิเสธ กรณีถูกตำรวจค้นบ้าน โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ไม่รู้จัก หรือเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกัน ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด
เวลานั้น “ชัยชนะ” ย้ำว่า “นามสกุลเดชเดโช มีคนใช้มากมาย ผมก็ไม่ทราบว่า คนที่ใช้นามสกุลนี้ ประกอบอาชีพอะไร ที่ไหนบ้าง ส่วนหนึ่งอาจจะรู้จัก ส่วนหนึ่งอาจจะไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ขอเรียนว่า เดิมทีคุณพ่อผม นายวิฑูรย์ นามสกุล “แซ่ด่าน” ส่วนคุณแม่นามสกุล “แซ่ลิ้ม” คุณพ่อผมได้ขอใช้นามสกุล “เดชเดโช” จาก พ.ต.อ.ยอง เดชเดโช หลังใช้มา 50-60 ปี เมื่อมีงานการกุศล ก็มีการไปมาหาสู่กันตลอด ส่วน พ.ต.อ.ยอง ท่านเสียชีวิตไปแล้วที่กรุงเทพฯ”
ขณะที่ในมิติการเมือง เป็นที่รู้กันว่า ตระกูลเดชเดโช ถือเป็นบ้านใหญ่นครศรีธรรมราช ที่ผูกขาดการเมืองมาอย่างยาวนาน โดย “แทน ชัยชนะ” เป็นบุตรชายของ “วิฑูรย์” และ “กนกพร เดชเดโช” อดีตนายกอบจ.นครศรีธรรมราช
หลังสิ้น “วิฑูรย์” ในปี 2552 “ชัยชนะ” รับไม้ต่อจากบิดา โดยมีมารดาคอยเป็นพี่เลี้ยง โดยเขาเข้าสู่สนามการเมืองครั้งแรกปี 2556 ในฐานะส.อบจ.นครศรีธรรมราช ต่อเนื่องจนถึงปี 2561
ก่อนเบนเข็มสู่การเมืองสนามใหญ่ เป็น สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สมัยแรกในปี 2562 ต่อเนื่องสมัยที่สอง ในการเลือกตั้งปี 2566
ภายใต้การเมืองสนามเมืองคอน ที่ต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง ต่อเนื่องมาถึง “ศึกชิงนายกอบจ.” เมื่อต้นปี 2567 ได้เกิดปรากฎการณ์ “น้ำเงิน” ล้มบ้านใหญ่ฟ้า เมื่อ “วาริน ชิณวงศ์” จากทีมนครเข้มแข็ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ล้ม “นายกต้อย”กนกพร จากกลุ่มพลังเมืองนคร แชมป์เก่า
เป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การเลือกตั้งสส.ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 “ทัพเมืองคอน” ค่ายสีฟ้า ที่มี “แทน ชัยชนะ” เป็นแม่ทัพ ต้องปรับกระบวนทัพใหม่ โดย“แทน”ขยับขึ้น สส.บัญชีรายชื่อ และส่ง“นายกต้อย” มารดาลงชิง สส.เขต 4 ประกอบด้วย อ.ชะอวด จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ (ยกเว้นเสาธง หินตก) ซึ่งเป็นเขตเดิมของตนเอง
ขณะที่ “พิทักษ์เดช เดชเดโช” น้องชาย ลงชิงสส.เขต 3 ประกอบด้วย เชียรใหญ่ หัวไทร เฉลิมพระเกียรติ ปากพนัง (เฉพาะขนาบนาก ท่าพยา บางตะพง บางพระ บางศาลา บ้านเพิง ปากแพรก หูล่อง)
ผลการเลือกตั้ง “3 แม่ลูก เดชเดโช” ได้ตีตั๋วผู้แทนเข้าสภาฯ ทั้ง 3 คน
แน่นอนว่า “ตระกูลเดชเดโช” ที่ผูกขาดการเมืองมาอย่างยาวนาน จนถูกจัดอยู่ในฐานะ “ผู้มากบารมี”เมืองคอน อีกทั้งเวลานี้ “แทน ชัยชนะ” ยังสวมหมวก “แม่ทัพภาคใต้” ค่ายสีฟ้า
ย่อมถูกจับตาอย่างหนักถึง “มาตรฐานจริยธรรม” ของการเป็น “นักการเมือง” ที่สำคัญยังถูกตั้งคำถามไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ ต้นสังกัด จะมีมาตรการจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นสถาบันการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของไทย



