วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม 2569

Login
Login

เช็ค ‘รมต.- บ้านใหญ่’ ถือครองปืน มท.ยกเครื่องรื้อ ‘กฎหมาย-ระบบ’

ประเด็นร้อนการปรับปรุงแก้ไข “กฎหมายอาวุธปืน” กำลังถูก “รัฐบาลอนุทิน” สั่งสางปัญหา ยกเครื่องบูรณาการครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุสลดซ้ำ ๆ หลายครั้ง ไล่เรียงมาตั้งแต่นักเรียนมัธยม พกปืนของครอบครัวไปก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน จนมาถึงนักเรียน ลูกชายนักเลือกตั้งดังภาคอีสาน ใช้ปืนตบหน้าเพื่อนนักเรียนด้วยกัน

กระทั่งถึงจุดพีคสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีตนักการเมืองดัง จ.นนทบุรี พกปืนบุกเข้าไปที่ทำการ อบจ.นนทบุรี ยิง “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” อดีตนายก อบจ.นนทบุรี 5 สมัย อดีตเพื่อนรักที่มีสายสัมพันธ์มายาวนานกว่า 30 ปี จนเสียชีวิต

ร้อนถึง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย สั่งการไปที่ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย เดินหน้ายกร่างกฎหมายอาวุธปืนฉบับใหม่ พร้อมสั่งกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตพกปืน ไม่ว่าจะเป็นใบ ป.3 ป.4 และ ป.12 อย่างเข้มงวด 

ระหว่างรอแนวทางใหม่ เน้นเพิ่มบทลงโทษทั้งการครอบครอง และพกพกในที่สาธารณะ รวมถึงควบคุมอาวุธที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ล่าสุด “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามหนังสือด่วนที่สุดถึง ปลัดจังหวัดทั่วประเทศ กำชับให้นายทะเบียนท้องที่ทุกแห่งเตรียมความพร้อมและดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง ไปจนถึงการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย

โดยมาตรการระยะเร่งด่วน ให้ระงับการอนุมัติโครงการปืนสวัสดิการใหม่ และระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) เป็นการชั่วคราว จนกว่าครม.จะมีมติเป็นอย่างอื่น พร้อมให้นายทะเบียนทั่วประเทศตรวจสอบจำนวนใบอนุญาตแบบ ป.3 ที่ยังค้างอยู่ และยังไม่มีการซื้อขายปืน และรายงานผลให้มหาดไทยทราบภายใน 30 วัน

ขณะเดียวกัน ผู้ได้รับใบอนุญาตแบบ ป.3 และซื้อปืนไปแล้ว จะต้องขอใบอนุญาตให้มี และใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ครม.มีมติ มิฉะนั้นจะเข้าข่ายมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดย “กรมการปกครอง” จะเร่งตรวจสอบยอดขายอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนของผู้ค้าอาวุธปืนทุกราย ให้สอดคล้องกับยอดใบอนุญาตแบบ ป.3 หากพบความผิดปกติ หรือไม่ตรงกัน จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด พร้อมประสานกรมสรรพากรตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษีของผู้ประกอบการด้วย

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการ ร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน(ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับปัจจุบัน

ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้บุคคลซื้อ มี และใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน การอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และมาตรการเพื่อความปลอดภัยให้รัดกุมมากขึ้น

ทั้งนี้ เปิดโครงการเปิดรับฟังผ่านทางเว็ปไซต์กรมการปกครอง ในหมวดระบบกลางทางกฎหมาย ตั้งแต่ 12 ส.ค.-10 ก.ย.2569

  • เปิดชื่อครม.อนุทิน1-2 แจ้งป.ป.ช.ถือครองปืน

ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมา มีบุคคลระดับ “บิ๊กเนม-นักเลือกตั้ง-บ้านใหญ่” ทั้ง สส. จนถึงรัฐมนตรี หลายสิบคน มีปืนไว้ในครอบครองเช่นกัน โดยแจ้งไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แม้จะถือเป็นการแสดง “ความโปร่งใส” ในรูปแบบหนึ่ง แต่หลังจากนี้ “นายกฯ” สั่งคุมเข้ม ปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืน บรรดานักการเมืองเหล่านี้ จะดำเนินการอย่างไรต่อคงต้องรอดู

ส่วนใครเป็นใครกันบ้างที่แจ้งถือครองปืน กรุงเทพธุรกิจ รวบรวมมานำเสนอ ดังนี้

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แจ้งว่า ธนนนท์ นิรามิษ คู่สมรสอยู่กินกันฉันสามีภริยา สะสมปืน 1 กระบอก มูลค่า 50,000 บาท พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม แจ้งถือครองปืน 5 กระบอก ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ แจ้งถือครองปืน 4 กระบอก ได้แก่ ปืนออโตเมตริก 9 มม. ปืนเดี่ยวลูกซองขนาด 12 ปืนพาราเบลัมขนาด 7.65 ปืนเดี่ยวลูกซองขนาด 12

ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ แจ้งว่า พ.ต.อ.ล้ำพันธ์ พรรธนประเทศ คู่สมรส ถือครองอาวุธปืน 4 กระบอก รวมมูลค่า 4.2 แสนบาท สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ แจ้งว่า ถือครองปืน 1 กระบอก มูลค่า 65,000 บาท ส่วน คู่สมรส ถือครอง 35 กระบอก มูลค่า 2,672,000 บาท

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม แจ้งถือครองอาวุธปืน 2 กระบอก รวมมูลค่า 105,000 บาท นิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้นกว่า 8.6 ล้านบาท ในจำนวนนี้ระบุถือครองอาวุธปืน 3 กระบอก ได้แก่ ปืนสั้น Glock ปืนสั้น Sig Sauer และปืนลูกซอง Derya รวมมูลค่า 202,000 บาท

สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม แจ้งมีทรัพย์สินรวมคู่สมรสกว่า 201 ล้านบาท ในจำนวนนี้แจ้งถือครองปืน พร้อมใบอนุญาต 6 กระบอก รวมมูลค่า 7 แสนบาท แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี มีทรัพย์สินทั้งสิ้นกว่า 45 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีปืน 1 กระบอก มูลค่า 40,000 บาท

สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งทรัพย์สินเพิ่มเติมรวมคู่สมรสเมื่อปี 2566 อู้ฟู่กว่า 760 ล้านบาท ในจำนวนนี้เจ้าตัวแจ้งถือครองปืน 27 กระบอก มูลค่า 2,650,000 บาท เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลูกชาย มนัญญา ไทยเศรษฐ์ มีทรัพย์สินรวมคู่สมรสกว่า 42.9 ล้านบาท จำนวนนี้แจ้งถือครองปืน 2 กระบอก ได้มาปี 2562-2564 รวมมูลค่า 106,500 บาท

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แจ้งมีทรัพย์สินรวมกว่า 37 ล้านบาท ในจำนวนนี้เจ้าตัวแจ้งถือครองปืนรวม 10 กระบอก รวมมูลค่า 768,000 บาท ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม บุตรสาว “ชาดา ไทยเศรษฐ์” แกนนำภูมิใจไทย แจ้งมีสมบัติรวมคู่สมรสกว่า 251 ล้านบาท ในจำนวนนี้ อนันต์ ปาทาน ผู้อยู่กินกันฉันสามีภริยา รวย 39.4 ล้านบาท โดยแจ้งถือครองอาวุธปืน 3 กระบอก

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สินกว่า 51 ล้านบาท ในจำนวนนี้แจ้งถือครองปืนลูกซองยาว 5 นัด ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก มูลค่า 30,000 บาท

  • พ้นตำแหน่ง ครม.อนุทิน 1 ไปแล้ว

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ปัจจุบันถูกผลักมาเป็นฝ่ายค้าน แจ้งบัญชีทรัพย์สินรวมคู่สมรส 2 คนและบุตร ล่าสุด 12 ธ.ค. 2568 หลังพ้นตำแหน่ง (เปิดเผย 10 มิ.ย. 2569) รวมกันกว่า 1.1 พันล้านบาท ในจำนวนนี้ “ผู้กองธรรมนัส” แจ้งถือครองปืน  7 กระบอก รวมมูลค่า 4.5 แสนบาท

วรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง ที่ดำรงตำแหน่งประมาณ 1 เดือนในยุค ครม.อนุทิน 1 ก่อนลาออก แจ้งสมบัติรวมคู่สมรสกว่า 1.4 พันล้านบาท แจ้งถือครองปืน 3 กระบอก เช่น ยี่ห้อ Glock และ Revolver

อัครา พรหมเผ่า รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ น้องชาย “ผู้กองธรรมนัส” แจ้งบัญชีทรัพย์สินเมื่อครั้งพ้นตำแหน่งนายก อบจ.พะเยา ปี 2567 รวย 34.4 ล้านบาท แจ้งถือครองปืน  1 กระบอก

อามินทร์ มะยูโซ๊ะ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ แจ้งทรัพย์สินรวมคู่สมรสกว่า 13 ล้านบาท  แจ้งถือครองปืน 3 กระบอก ได้แก่ ปืนสั้น 9 มม.ยี่ห้อ Sig Sauer ปืนพกสั้น .380 Smith และปืนยาว ชนิดเดี่ยวลูกซอง Derya รวมมูลค่า 155,000 บาท

นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ แจ้งทรัพย์สินรวมคู่สมรสกว่า 186 ล้านบาท เขาแจ้งถือครองปืน 3 กระบอก ทั้งปืนกึ่งอัตโนมัติ 9 มม. ปืนกึ่งอัตโนมัติ .380 และปืนยาว .22 รวมมูลค่า 2.3 แสนบาท

มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช อดีต รมช.คมนาคม (ปัจจุบันรองประธานสภาฯ คนที่ 1) ทรัพย์สินรวม 47.3 ล้านบาท แจ้งถือครองปืนถึง 6 กระบอก ได้มาระหว่างปี 2552-2556  เป็นปืนพกสั้นทั้งหมด รวมมูลค่า 266,000 บาท

ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต รมช.มหาดไทย  อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ก่อนพลิกขั้วมาอยู่พรรคภูมิใจไทย แจ้งมีทรัพย์สินกว่า 28 ล้านบาท กรณีเข้ารับตำแหน่งปี 2568 แจ้งถือครองปืน 1 กระบอก ได้มาปี 2545 มูลค่า 30,000 บาท

องอาจ วงษ์ประยูร อดีต รมช.ศึกษาธิการ แจ้งมีทรัพย์สินรวมคู่สมรส “ปิยะดา วงษ์ประยูร” กว่า 13 ล้านบาท โดยคู่สมรสถือครองปืน 1 กระบอก ได้มาปี 2564 มูลค่า 28,600 บาท

วรโชติ สุคนธ์ขจร อดีต รมช.สาธารณสุข แจ้งทรัพย์สินรวมคู่สมรส 26 ล้านบาท โดยเขาถือครองปืน 3 กระบอก ทั้งขนาด .45 มม. ขนาด .22 มม. และขนาด 9 มม. ได้มาระหว่างปี 2540-2555 รวมมูลค่า 113,000 บาท

  • กลุ่มบ้านใหญ่แจ้งถือครองปืน

สำหรับตระกูลเมืองบ้านใหญ่ที่อยู่คู่กับการเมืองไทยมาทุกยุคทุกสมัย โดยในช่วง “สีน้ำเงิน” ครองอำนาจรัฐ หลายพื้นที่นักการเมืองบ้านใหญ่ ขาใหญ่ พยายามแผ่อิทธิพลบารมี 

อดีต สส.3 สมัย ที่ร้อนแรงที่สุดในเวลานี้อย่าง “ฉลอง เรี่ยวแรง” ผู้กวางขวางแห่งนนทบุรี แจ้งบัญชีทรัพย์สินล่าสุด ปี 2566 ในฐานะคู่สมรส “เจริญ เรี่ยวแรง” อดีตภรรยา อู้ฟู่ 71.9 ล้านบาท โฟกัสเฉพาะ “ฉลอง” มีทรัพย์สินรวม 24 ล้านบาท หนี้สินพุ่งสูงกว่า 88.7 ล้านบาท แจ้งถือครองปืน 3 กระบอก

ถัดมา “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” เริ่มจาก “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” อดีต รมว.ศึกษาธิการ “รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน” แจ้งทรัพย์สิน ป.ป.ช. ถือครองปืน 7 กระบอก “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีต รมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ถือครองปืน 3 กระบอก

“ตระกูลปริศนานันทกุล” แห่ง จ.อ่างทอง “ภราดร” ไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินว่าถือครองปืน ต่างจากน้องชาย “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ประธานวิปรัฐบาล แจ้งทรัพย์สิน ถือครองปืน 3 กระบอก มูลค่า 1.2 แสนบาท

“ตระกูลไทยเศรษฐ์” แห่ง จ.อุทัยธานี โดยส่งลูกหลานไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีถึง 2 คน นำโดย “ชาดา ไทยเศรษฐ์” อดีตรมช.มหาดไทย ผู้มากบารมีในภาคกลางของค่ายน้ำเงิน สส.หลายสมัย แจ้งสถานะโสด มีทรัพย์สินกว่า 144 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีปืน 23 กระบอก 1.3 ล้านบาท

ถัดมาบ้านใหญ่ จ.ฉะเชิงเทรา “ตระกูลฉายแสง” ฐิติมา ฉายแสง แจ้งมีทรัพย์สินกว่า 256 ล้านบาท ในจำนวนนี้แจ้งถือครองปืน 2 กระบอก ทั้งปืนกึ่งออโตเมติก 9 มม. และปืนลูกโม่ขนาด .357 รวมมูลค่า 175,000 บาท ขณะที่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีตรัฐมนตรี อดีต สส.หลายสมัย “พี่ชาย” แจ้งถือครองปืน 1 กระบอก ได้มาปี 2529

หรือ “ตระกูลตันเจริญ” นำโดย “สุชาติ ตันเจริญ” อดีต สส.ฉะเชิงเทรา อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย อดีตรองประธานสภาฯ แจ้งทรัพย์สินช่วงปี 2566 อู้ฟู่กว่า 52.5 ล้านบาท แจ้งถือครองปืน 11 กระบอก

ข้ามไปภาคอีสาน “ตระกูลสมชัย” แห่ง จ.อุบลราชธานี กำลังขึ้นหม้อ “แนน บุญธิดา” หนึ่งใน “ก๊วนลูกเทพ” ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี สำหรับหัวขบวนอย่าง "อิสสระ สมชัย” ผู้เป็นบิดา อดีต สส.หลายสมัย เคยแจ้งทรัพย์สินพร้อมคู่สมรส ถือครองปืนรวม 6 กระบอก มูลค่ารวม 233,000 บาท ได้แก่ ปืนเดี่ยวลูกซอง ขนาด 12 เกจ ปืนสั้นออโตเมติก ขนาด 9 มม. 2 กระบอก ปืนยาวลูกกรด ขนาด .22 มม. ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. และปืนสั้นลูกโม่ ขนาด.38 มม.

ส่วนภาคตะวันตกทอดยาวสู่ใต้ บ้านใหญ่ จ.เพชรบุรี อย่าง “ตระกูลอังกินันทน์” นำโดย “ชัยยะ อังกินนันทน์” นายก อบจ.เพชรบุรี แจ้งทรัพย์สินรวมคู่สมรสกว่า 43 ล้านบาท ในจำนวนนี้ตัวเขาถือครองปืน 47 กระบอก รวมมูลค่า 9.5 แสนบาท

ถอยลงมาอีกนิด มาที่ภาคใต้ นอกจาก “ตระกูลรัชกิจประการ” ที่กำลังผงาดในพื้นที่ภาคใต้ในตอนนี้ ในส่วนภาคใต้ตอนบน จ.ชุมพร ยังคงมี “บ้านใหญ่จุลใส” อยู่ โดย “สุพล จุลใส” พี่ชาย “ลูกหมี ชุมพล จุลใส” แจ้งมีทรัพย์สินรวมคู่สมรสกว่า 53.3 ล้านบาท ในจำนวนนี้เจ้าตัวแจ้งถือครองปืน 6 รายการ

ข้างต้นคือข้อมูลเท่าที่สืบค้นได้ เกี่ยวกับการครอบครองปืนของ “บิ๊กเนม-บ้านใหญ่” นักเลือกตั้ง บนกระดานการเมืองไทย ที่กำลังผลัดใบเข้าสู่ยุค “ไร้ปืน” หลังเกิดเหตุสลดซ้ำ ๆ ในช่วง “รัฐบาลอนุทิน”

จนต้องออกมาตรการคุมเข้ม เพื่อแก้วิกฤติ และกู้ภาพลักษณ์ซึ่งกำลังตกต่ำย่ำแย่อยู่ในเวลานี้