การก่อเหตุอุกอาจในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นำมาซึ่งคำถามจากสังคม ถึงการครอบครองอาวุธปืนในปัจจุบัน ที่สามารถซื้อง่ายขายคล่อง ทั้งที่ในอดีต หลายยุคหลายสมัย มีความพยายามผลักดันกฎหมาย เพื่อมากำกับดูแล
KEY POINTS
- เหตุการณ์ยิงสะเทือนขวัญ 2 ครั้งซ้อนใน จ.นนทบุรี กลายเป็นแรงกดดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องเร่งแก้ปัญหาการครอบครองอาวุธปืน
- ความพยายามแก้ปัญหาปืนถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของนายอนุทิน ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) มาถึง 4 สมัยติดต่อกัน
- ในอดีตสมัยรัฐบาลเศรษฐา เคยมีความพยายามแก้ไข พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ โดยเปิดให้นำปืนผิดกฎหมายมาขึ้นทะเบียน หรือนำปืนร้ายแรงมามอบให้ทางการภายใน 180 วันโดยไม่มีความผิด
- ล่าสุดในปี 2567 กระทรวงมหาดไทยในยุคของอนุทินได้ยกร่าง พ.ร.ก. นิรโทษกรรมปืนเถื่อน
เหตุการณ์สะเทือนขวัญ 2 ครั้ง ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์แรกคือ เหตุกราดยิง กลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี มีผู้เสียชีวิต 9 ราย เมื่อ 7 ส.ค.2569
ถัดมาอีกไม่กี่วัน เกิดเหตุจ่อ ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ภายในที่ทำการ อบจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2569 กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผู้ก่อเหตุคือ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส.นนทบุรี 3 สมัย
การก่อเหตุอุกอาจในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นำมาซึ่งคำถามจากสังคม ถึงการครอบครองอาวุธปืน ในปัจจุบัน ที่สามารถซื้อง่ายขายคล่อง ทั้งที่ในอดีต หลายยุคหลายสมัย มีความพยายามผลักดันกฎหมาย เพื่อมากำกับดูแล
ทว่าในความเป็นจริง อาจสวนทางกัน ตัวอย่างการแสดงบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง เกินครึ่งที่พบรายการครอบครองอาวุธปืน ทั้งที่กฎหมายระบุชัด สส.เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่ข้าราชการประจำ จึงไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการจัดหาอาวุธปืนสวัสดิการแห่งรัฐ (เช่น ปืนสวัสดิการ กรมการปกครอง) แต่สามารถยื่นขออนุญาตมี และใช้อาวุธปืน (ใบ ป.3 ป.4) ในฐานะประชาชนทั่วไป ตามระเบียบปกติได้
ท่าที "นายกฯอนุทิน" สั่งกลางวงประชุมพรรคเมื่อวันที่ 11ส.ค.ที่ผ่านมา เตือน สส.ในพรรคถึงการพกพาอาวุธปืน โดยกำชับห้ามพกพาปืนทุกกรณี ในทางกฎหมายอาจสามารถต่อสู้ได้ เสียค่าปรับ หรือ จำคุก หรือ ต่อสู้คดีได้
แต่อย่าลืมว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีเรื่องของมาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมือง ควบคุมอยู่ด้วย ซึ่งหากผิดก็จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ทางการเมืองได้ และหมดอนาคตทางการเมือง
เป็นการสะท้อนว่าปัจจุบัน ยังมีนักการเมืองที่ครอบครองอาวุธปืนอยู่อีกมาก
ขณะที่ในเชิงมาตรการ มีการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการครอบครองอาวุธปืน โดยกระทรวงมหาดไทยในยุค “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ควบรมว.มหาดไทย ต่อเนื่อง 4 สมัย ตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา -แพทองธาร -อนุทิน 1- 2
โดยในยุครัฐบาลเศรษฐา ครม.เคยมีมติ 15 มี.ค.2566 เห็นชอบหลักการร่างพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 โดยกำหนดให้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่อยู่ภายในราชอาณาจักร มาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
สาระสำคัญของ ร่างพ.ร.บ.มีดังนี้
1.) ให้บุคคลที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน โดยมิชอบด้วยกฎหมาย นำมาขอรับอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใน 180 วัน โดยไม่ต้องรับโทษ
2.) ให้บุคคลที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ที่กฎหมายไม่อนุญาตให้มี และใช้ไว้ในครอบครองหรือจำหน่าย เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการทำลายสูงเป็นอันตรายต่อประชาชน ให้ผู้ที่มีอาวุธปืน นำมามอบให้แก่หน่วยทหารที่ใกล้ที่สุดภายใน 180 วัน โดยไม่ต้องรับโทษ ทั้งนี้ ทางราชการไม่จำเป็นต้องชดใช้ราคา และให้อาวุธปืนนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
3.) ให้นายทะเบียนท้องที่มีอำนาจในการจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธปืนที่นำมาดำเนินการทางทะเบียน เช่น การทำเครื่องหมายทะเบียน การโอนการแจ้งย้ายไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งอาวุธปืนที่นำมาขึ้นทะเบียนขออนุญาต เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องทางทะเบียนอาวุธปืน การตรวจสอบหาอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดในทางราชการ
นอกจากนี้ในปี 2567 กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมี “อนุทิน” เป็นรัฐมนตรี ได้ยกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ยกเว้นความรับผิดทางอาญาให้แก่ผู้นำอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือที่กฎหมายห้ามออกใบอนุญาต หรือสิ่งเทียมอาวุธมามอบให้แก่ทางราชการ พ.ศ.... หรือ “กฎหมายนิรโทษกรรมปืนเถื่อน” พร้อมกับยกร่างหลักเกณฑ์ และวิธีการในการส่งมอบ การรับมอบ การเก็บรักษา และการทำลายอาวุธปืนที่ได้มีการนำมาคืน
โดย พ.ร.ก.ดังกล่าวมีสาระสำคัญ 4 ประเด็น
- ผู้ใดมีอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือที่กฎหมายห้ามออกใบอนุญาต หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนที่มีการสั่ง นำเข้า หรือค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่ดัดแปลงเป็นอาวุธปืนและให้หมายความรวมตลอดถึงชิ้นส่วนของอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนดังกล่าว ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน และกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ถ้าได้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนดังกล่าว มามอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ก.นี้บังคับใช้ ให้ผู้นั้นได้รับยกเว้นจากความผิดทางอาญาตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์
- อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่นำมาส่งมอบทางราชการไม่จำเป็นต้องชดใช้ราคา และให้ตกเป็นของแผ่นดิน
- การส่งมอบ รับมอบ เก็บรักษาและการทำลายอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
- มิให้ใช้บังคับแก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน และกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ที่ถูกจับกุมหรือตกเป็นผู้ต้องหาก่อนวันที่ พ.ร.ก.นี้บังคับใช้และอยู่ในระหว่างการสอบสวน หรือระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด
- รมว.มหาดไทย เป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.ก.และประกาศกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
เวลานั้น มท.หนู ชี้แจงว่า “ไม่ใช่การเปิดช่อง ให้ผู้ครอบครองปืนนำมาฟอกขาวให้ถูกกฎหมาย แต่เป็นการนำปืนเถื่อนที่ผิดกฎหมาย มาคืนภาครัฐ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อบ้านเมือง จะถือว่าไม่มีความผิด ในอีกทางหนึ่งเป็นการลดจำนวนอาวุธปืน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้สังคมเพิ่มขึ้น”
แอ็กชั่นล่าสุดของ“นายกอนุทิน” สั่งกลางที่ประชุม ครม.ให้รองนายกฯ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เร่งร่างพ.ร.บ.อาวุธปืน ขึ้นมาใหม่ รวมถึงสั่งการให้มหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ให้ต่อใบอนุญาตทั้ง ป.3 ป.4 ที่เกี่ยวกับการครอบครอง การซื้อ จนกว่าจะมีมติครม.เป็นอย่างอื่น
ความพยายามครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ ”มท.หนู“ ที่ครองตำแหน่ง มท.1 ถึง 4 สมัย





