"สภาคุ้มครองผู้บริโภค" ร้องกมธ.การเมือง "สรณ" ดื้อนั่ง กสทช. หลังมีมติให้พ้น ด้าน "ภคมน" บอกจ่อสอบ 13 ส.ค. นี้ ปมดึงดันอนุมัติโครงการยูโซ 5.6 พันล้าน
ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ รับยื่นหนังสือจาก น.ส.สุจิตรา สมปาน ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หลังจากที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติให้ขาดคุณสมบัติ
โดย น.ส.สุจิตรา กล่าวว่าตนขอให้กมธ.ตรวจสอบข้อเท็จจริง 4 ประเด็น คือ 1.การทำหน้าที่ของเลขาธิการและเจ้าหน้าที่กสทช. ที่ให้นพ.สรณ ร่วมประชุมบอร์ดกทสช. ในวันที่ 27 กรกฎาคม และวันที่ 5-6 สิงหาคม โดยไม่ดำเนินการยับยั้ง และนพ.สรณ เข้าร่วมประชุม ถือว่าผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่
2.ภายหลังนพ.สรณ ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว นพ.สรณ ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นนายแพทย์ได้รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ถือเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อประธานวุฒิสภา ถือเป็นการกระทำความผิดตามประมาลกฎหมายอาญามาตรา 137 หรือไม่
3.การที่นพ.สรณ ยังได้รับค่าตอบแทนนายแพทย์เป็นรายชั่วโมง เป็นการประกอบวิชาชีพ หรือประกอบอาชีพอื่นใด ฝ่าฝืนพ.ร.บ.กทสช. มาตรา8(3) ประกอบมาตรา 18 หรือไม่
และ 4. ภายหลังกรรมการสรรหามีมติ แต่นายกรัฐมนตรีไม่สั่งให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้การประชุมกสทช. เมื่อวันที่27 กรกฎาคม และวันที่ 5-6 สิงหาคม ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ ถือเป็นการละเว้นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและรัฐธรรมนูญ หรือไม่
ด้าน น.ส.ภคมน กล่าวว่า กมธ.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมวันที่ 13 สิงหาคม โดยจะตรวจสอบประเด็นภายหลังมีมติว่า นพ.สรณขาดคุณสมบัติ รวมถึงพิจารณาว่าเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ที่ได้รับจะต้องมีการชดเชยย้อนหลังหรือไม่ แม้ว่าขณะนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ทูลเกล้าฯ มติของคณะกรรมการสรรหาไปแล้ว แต่การดำเนินการจะเสร็จสิ้นเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอน
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า กมธ.จะพิจารณาด้วยว่า เหตุใด นพ.สรณ จึงดึงดันที่จะลงนามประกาศผู้ชนะประมูลโครงการในกองทุนจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (ยูโซ) วงเงินประมาณ 5,600 ล้านบาท โดยมีข้อสังเกตว่าโครงการดังกล่าวเดิมมีรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ชนะการประมูล แต่มีการยกเลิกและเปลี่ยนโครงการก่อนที่จะได้รับงาน



