กลายเป็นข่าวใหญ่เช้าวันนี้ (10 ส.ค.) พลันที่ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย (ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย เมื่อปี 2567 ปัจจุบันมีรายงานว่า สังกัดสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)) บุกไปยิง “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี 5 สมัย บาดเจ็บสาหัสในที่ทำการ อบจ.นนทบุรี ก่อนจะนำตัว “พ.ต.อ.ธงชัย” ส่งโรงพยาบาล และมีรายงานว่าเสียชีวิตแล้ว
พูดไปใครเชื่อ เพราะ 2 คนนี้ “เคย” สนิทสนมกับอย่างมากระดับ “เพื่อนรัก” โดยทั้งคู่ต่างเคยช่วยเหลือทางการเมืองซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 2540 โดยในปี 2547 “พ.ต.อ.ธงชัย” ก่อตั้ง “กลุ่มผึ้งหลวง” ชิงเก้าอี้นายก อบจ.นนทบุรี และคว้าชัยมาโดยตลอด 5 สมัย โดยมีเครือข่ายของ “ฉลอง” คอยสนับสนุน
กระทั่งช่วงปี 2563 เกิดรอยร้าวขึ้น พลันที่ “ฉลอง” ตัดสินใจตั้ง “กลุ่มพลังนนท์” เพื่อท้าชิงเก้าอี้นายก อบจ.นนทบุรี อย่างไรก็ดีผลการเลือกตั้งจบลงด้วยชัยชนะของ “พ.ต.อ.ธงชัย” อีกครั้ง ทำเอา “ฉลอง” ยื่นพยานหลักฐานต่อ กกต.ให้ตรวจสอบเรื่องทุจริตเลือกตั้ง และเรื่องซื้อเสียง ทว่า กกต.ประกาศรับรองผล “พ.ต.อ.ธงชัย” เป็นผู้ชนะ นำไปสู่ความบาดหมางจาก “เพื่อนรัก” สู่ “ศัตรูการเมือง” ในที่สุด
ประวัติส่วนตัว “ฉลอง เรี่ยวแรง” เกิดเมื่อ 18 ก.พ. 2498 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์บัณฑิต จากสถาบันราชภัฏสวนดุสิต และระดับปริญญาโท สาขาศิลปศาสตร์ด้านพัฒนาสังคม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
เคยสมรสกับ “เจริญ ทองทวี” อดีต สส.นนทบุรี 1 สมัย ต่อมาได้หย่ากัน มีบุตร 2 คนคือ “จิรวรรณ เรี่ยวแรง” สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และ “ปารมี เรี่ยวแรง” เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย
เส้นทางการเมือง เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนนทบุรี ต่อมาในปี 2539 ลงสมัคร สส.นนทบุรี ในสังกัดพรรคประชากรไทย และคว้าชัยได้ครั้งแรก โดยในช่วงเวลานั้นเกิดความขัดแย้งอย่างหนักในพรรคประชากรไทย ระหว่างกลุ่ม “สมัคร สุนทรเวช” กับ “กลุ่มปากน้ำ” ที่นำโดย “วัฒนา อัศวเหม”
กระทั่งในปี 2540 เกิดปรากฎการณ์ “สส.งูเห่า” ขึ้น โดย “ฉลอง” เป็นหนึ่งใน สส.งูเห่า ของพรรคประชากรไทย ไปโหวตสวนมติพรรค สนับสนุน “ชวน หลีกภัย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขณะนั้น เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2
หลังจากนั้นปี 2544 “ฉลอง” ย้ายมาสังกัดพรรคชาติพัฒนา แต่พ่ายแพ้กับ “พ.ต.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย” อดีต สส.ชื่อดังผู้ล่วงลับ จากพรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นปี 2548 “ฉลอง” จึงย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยที่ 2
ภายหลังรัฐประหาร 2549 นั้น เมื่อปี 2550 “ฉลอง” ย้ายไปสังกัดพรรคประชาราช ที่นำโดย “เสนาะ เทียนทอง” แต่พ่ายแพ้การเลือกตั้งอีกครั้ง กระทั่งปี 2554 หวนคืนสู่ “ค่ายแดง” สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.นนทบุรี เป็นสมัยที่ 3
หลังจากเกิดรัฐประหารปี 2557 ชื่อของ “ฉลอง” ก็เงียบหายไป กระทั่งในการเลือกตั้งปี 2562 เขาคัมแบ็กงานการเมืองอีกครั้ง โดยไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยผลักดันให้ “เจริญ ทองทวี” (ขณะนั้นเป็นภริยา และใช้สกุล “เรี่ยวแรง”) ชนะการเลือกตั้ง สส.นนทบุรี เขต 1 โดยเป็นเขตเดียวในจังหวัดที่ พปชร.ชนะเลือกตั้ง
โดยที่ตัวเขาได้รับการปูนบำเหน็จเป็นข้าราชการทางการเมือง ประจำสำนักนายกฯ
ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2566 “ฉลอง” ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.นนทบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่ก็แห้วอีก กระทั่งปี 2567 เขาได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขณะที่เลือกตั้งปี 2569 ไม่ปรากฏชื่อเขาลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยมีรายงานว่าปัจจุบันเขาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
ในมุมทรัพย์สิน “ฉลอง เรี่ยวแรง” ยื่นต่อ ป.ป.ช.ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2562 โดยยื่นในฐานะ “คู่สมรส” ของ “เจริญ เรี่ยวแรง” (ปัจจุบันหย่า และใช้สกุลทองทวี) สส.นนทบุรี เขต 1 พรรค พปชร. โดย “ฉลอง” แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 24,953,849 บาท ได้แก่ เงินฝาก 188,849 บาท ยานพาหนะ เป็นรถจักรยานยนต์ 1 คัน 5,000 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) มูลค่า 24,760,000 บาท เช่น นาฬิกา แหวน สร้อยทอง อาวุธปืน 3 กระบอก พระเครื่อง โดยเฉพาะพระเครื่องมีมูลค่ามากถึง 24 ล้านบาท มีหนี้สิน 88,790,232 บาท
ในส่วนของ “เจริญ เรี่ยวแรง” แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 46,973,474 บาท ได้แก่ เงินสด 200,000 บาท เงินฝาก 9 บัญชี 5,013,875 บาท เงินลงทุน 4 รายการมูลค่า 587,399 บาท ที่ดินใน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 4 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่เศษ 24,225,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้าน 1 หลัง มูลค่า 8 ล้านบาท ยานพาหนะ เป็นรถยนต์ 5 คัน มูลค่า 3,680,000 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) มูลค่า 5,267,200 บาท โดยเป็นพวกนาฬิกา แหวน สร้อยทอง พระเครื่อง อาวุธปืน 3 กระบอก มีหนี้สิน 1,030,948 บาท
รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 71,927,324 บาท หนี้สิน 89,821,180 บาท
อย่างไรก็ดีในปี 2562 “ฉลอง” ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนบัญชีทรัพย์สินเชิงลึก กระทั่งเดือน ส.ค. 2562 คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด “ฉลอง” จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรต้องแจ้งให้ทราบ กรณีเข้ารับตำแหน่งสส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2554 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อปี 2556 กรณีไม่แจ้งหนี้เงินกู้จำนวน 2 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อ 11 ม.ค. 2563 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า “ฉลอง” จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรต้องแจ้งให้ทราบ โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพ ศาลฎีกาฯ จึงสั่งจำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท เมื่อรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี
ในมุมธุรกิจ "ฉลอง เรี่ยวแรง" เคยเป็นกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 แห่ง ได้แก่ บริษัท เมมโมรี่ จำกัด วัตถุประสงค์ ประกอบกิจการค้าทองนาก เงิน เพชร พลอย และอัญมณีอื่นๆ ก่อตั้งเมื่อปี 2537 แต่ถูกนายทะเบียนขีดชื่อว่าร้างปี 2551
"ฉลอง" เคยถือหุ้นอย่างน้อย 2 แห่ง (เท่าที่ตรวจสอบพบ) ได้แก่ บริษัท เดอลุกซ์ เคมิคอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำธุรกิจเคมีเกษตร ก่อตั้งปี 2532 แจ้งเลิกกิจการ และเสร็จชำระบัญชีปี 2556 และ หจก.ไทยอรุณการเกษตร ประกอบกิจการค้าเครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซลเพื่อใช้ในการเกษตร รวมทั้งอะไหล่ของเครื่องยนต์ดังกล่าว ก่อตั้งปี 2537 แจ้งเลิกกิจการ และเสร็จชำระบัญชี ปี 2541
หลังจากนั้นบทบาทของ “ฉลอง” ในทางการเมืองก็เงียบหายไป กระทั่งกลับมาได้รับความสนใจจากสาธารณชนอีกครั้ง พลันที่เขาก่อเหตุอุกอาจ ยิง “พ.ต.อ.ธงชัย” คาที่ทำการ อบจ.นนทบุรี ในเวลานี้



