วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2569

Login
Login

ล็อก‘4ปม’ขย่มรัฐบาลอนุทิน ‘ซักฟอก’-ลุ้นปรับครม.เปลี่ยนฉาก

ดีเดย์ 25 ส.ค. เปิดสมัยประชุมรัฐสภา จับตาศึกซักฟอกแมตช์แรกใน “รัฐบาลอนุทิน 2” ฝ่ายค้านจองกฐินขยี้ 4 ปมร้อน หลอน “รัฐบาลภูมิใจไทย”  

แน่นอนว่า ภายใต้สารพัดปมร้อนที่กำลังเขย่า “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” ในเวลานี้ ฝ่ายค้านย่อมเห็นช่องในการเดินเกมเพื่อลดทอนความเชื่อมั่นรัฐบาล ล็อกเป้าไปที่ประเด็น “มหาโกงโกง” ทั้ง “โกงสว.” ที่มีการเปิดเวทีซักฟอกนอกสภาฯ ล่วงหน้ารายสัปดาห์ ก่อนเปิดสมัยประชุม และคดี “โกงสอบท้องถิ่น”ที่กลายเป็นอีกหนึ่งมหากาพย์ลุกลามรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในการกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทย 

“พริษฐ์ วัชรสินธุ”  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จั่วหัว “4 ปมร้อน” ที่เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหลังเปิดสภาฯ อย่างแน่นอน  

นอกเหนือจากประเด็นโกง สว. ยังมีปมร้อนโกงสอบท้องถิ่น โครงการ TH-AI passport และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ส่วนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เป็นต้น 

แม้ก่อนหน้านี้ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แสดงท่าทีไม่สะทกสะท้าน ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกหลังเปิดสภาฯ ส.ค.นี้ โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และไม่จำเป็นต้องมี “องครักษ์พิทักษ์ครม.”

“รัฐบาลอย่าไปทำชั่วทำเลวก็ไม่มีอะไรต้องกังวล รัฐบาลนี้ไม่มีทำชั่วทำเลว” นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา

ล็อก‘4ปม’ขย่มรัฐบาลอนุทิน ‘ซักฟอก’-ลุ้นปรับครม.เปลี่ยนฉาก

 

 แต่อย่างที่รู้กัน ท่ามกลางสารพัดปัจจัยที่รายล้อมรัฐบาลเวลานี้ ทั้งคดีโกงสว. ที่มีการเปิดตัวละครคือ “138 สว.” และ “91 นัการเมือง” ในจำนวนนี้รวมไปถึงระดับ “ผู้กุมชะตา” สีน้ำเงิน ทั้ง อนุทิน - เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่สีน้ำเงิน รวมถึงไปรัฐมนตรี แกนนำ สส.และเครือข่ายขุมกำลังสีน้ำเงิน

แม้ท่าทีล่าสุดจาก “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะยืนยันถึงไทม์ไลน์ การพิจารณาของ กกต.เหลือการพิจารณาอีกไม่กี่นัด และคาดว่าน่าจะได้เห็นบทสรุปภายในเดือนส.ค.

ทว่าภายใต้สัญญาณที่ส่อแววยืดเยื้อในเวลานี้ ทั้งกระบวนการสืบพยาน หลักฐานในระดับจังหวัด 64 จังหวัด ซึ่งถูกคาดหมายว่า กกต.จะใช้เป็นเหตุผลเพื่อขยายเวลาหาข้อมูลเพิ่มเติม 

ไหนจะสัญญาณที่ว่า ถึงที่สุดคดีนี้อาจถูก “ตัดตอน” เอาผิดแค่ระดับ“พลีชีพ” ซึ่งเป็นเครือข่าย หรือลูกน้องนักการเมือง ในระดับจังหวัด ขณะที่ “ระดับหัวจ่าย”ส่อแววรอด 

แน่นอนว่าภายใต้อำนาจรัฐบาลที่แม้เบ็ดเสร็จทุกคงคาพยพ ทว่าคดีนี้กลับตามมาด้วยความเคลือบแคลงสงสัยในเชิงสังคมอยู่ไม่น้อย และกลายเป็นช่องให้ฝ่ายค้านหยิบมาขยี้ต่อในสภาฯ 

โดยเฉพาะ “หลักฐานเส้นเงิน” ที่ล่าสุด  “พริษฐ์” ออกมาเปิดเผยเส้นทางกระจายใน 6 จังหวัด คือ ลำพูน หนองบัวลำภู สุราษฎร์ธานี นครพนม อำนาจเจริญ และ สงขลา แถมเชื่อมโยงเครือข่ายสีน้ำเงิน ไล่เช็คทีละจังหวัด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคสีน้ำเงินแทบทั้งสิ้น 

ล็อก‘4ปม’ขย่มรัฐบาลอนุทิน ‘ซักฟอก’-ลุ้นปรับครม.เปลี่ยนฉาก

“โกงสอบ”เขย่ามท. สัญญาณรีเซ็ต 

ขณะที่ “คดีโกงสอบท้องถิ่น” ที่แม้จะเห็นแอ็กชั่นของคนในรัฐบาล ทั้ง “นายกฯอนุทิน” ที่แสดงท่าทีขึงขังฟันไม่เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการเมืองหรือข้าราชการประจำ ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

หรือในส่วนของ “โกแพ” วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ที่พูดในทำนองเดียวกัน ยอมรับ “พบบ้านใหญ่บางจุดมีส่วนพัวพันจริง และได้ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเชิงลึกแล้ว”

ทว่าท่ามกลางสารพัดครหา “ธุรกิจการเมือง” หรือวงจร “ถอนทุนการเมือง” ของบรรดาซุ้มการเมืองบ้านใหญ่ โดยเฉพาะ “มท.แพ” ที่โดนกระสุนตกใส่แบบเต็มๆ  ทั้งในฐานะกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) หรือกรณีที่บุคคลในตระกูลถูกเชื่อมโยงคดีโกงสอบดังกล่าว 

ถึงที่สุดอาจไม่ได้สั่นคลอนไปถึงรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย ภายใต้บทพิสูจน์ในการพลิกฟื้นความเชื่อมั่นเพียงเท่านั้น แต่อาจหมายรวมไปถึงอำนาจต่อรอง การ“ต่อตั๋วรัฐมนตรี”ของมท.4 ท่ามกลางการส่งสัญญาณรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทย ที่เริ่มดังถี่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาอีกด้วย 

ล็อก‘4ปม’ขย่มรัฐบาลอนุทิน ‘ซักฟอก’-ลุ้นปรับครม.เปลี่ยนฉาก

คู่ขนานยื่น ป.ป.ช.-ซักฟอก  TH-AI passport 

ถัดมาโครงการ TH-AI passport ตามไทม์ไลน์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนภายในช่วงเดือนส.ค. ถึงก่อนวันที่ 1 ก.ย.นี้ 

ทว่าภายใต้ข้อครหา โดยเฉพาะกิจการค้าร่วมทีเอช (TH Consortium) ผู้ชนะการประมูล รวมถึงข้อสงสัยเรื่องความเกี่ยวโยงกับผู้มีอำนาจและกลุ่มทุนผูกขาด 

ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวฝ่ายค้านเดินเกม “คู่ขนาน”  เตรียมรวบรวมรายชื่อและหลักฐานเพื่อยื่นเรื่องตรวจสอบเอาผิดต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทันทีหากโครงการเดินหน้าเปิดตัว ขณะเดียวกันยังเตรียมเปิดเวทีซักฟอกหลังเปิดสภาฯ วันที่ 25 ส.ค.นี้อีกด้วย 

หรือเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยการออกพ.ร.ก. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยกระบวนการหลังจากนี้สภาฯจะต้องรับทราบพ.ร.ก.ดังกล่าว 

ทว่าล่าสุดประเด็นการใช้งบก้อนดังกล่าวถูกขยี้หนักอีกครั้ง ในประเด็น“ความจำเป็นเร่งด่วน”หลังกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาขอใช้เงินกู้ เพื่อดำเนินโครงการ“ไทยเที่ยวไทยพลัส”

ต่างๆ เหล่านี้สะท้อนเกมการเมืองที่ต้องจับตาหลังเปิดสภาฯ ที่สำคัญต้องจับตาการปรับครม.อนุทิน 2 แม้บรรดาแกนนำภูมิใจไทยจะยื้อเวลาไปให้ถึง 1 ปีจึงจะประเมินผลงานรัฐมนตรี แต่เวลานี้สภาพ "รัฐบาล" และ“พรรคภูมิใจไทย” กลับถูกรายล้อมทั้ง "ศึกภายใน“ ที่กำลังอลหม่านปั่นป่วน ขณะที่ “ศึกนอก”จากสารพัดปมร้อนที่รุมขยี้

สถานการณ์ขาลง อาจกลายเป็นไฟต์บังคับให้“หลังม่าน-หน้าม่าน”รัฐบาล อาจประเมินการตัดสินใจใหม่ 

โดยเฉพาะช่วงคาบเกี่ยวกับฤดูกาลโยกย้ายข้าราชการด้วยแล้ว น่าลุ้นว่า ระหว่าง“ศึกซักฟอก” และการเปิดเกมรีเซ็ต เพื่อเปลี่ยนฉากการเมือง ฉากใดจะเกิดก่อนกัน