วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ปูนบำเหน็จ สายตรง ‘ชินวัตร’ ‘ผกก.หนุ่ย’ ขึ้นชั้นปลัดกระทรวง

ยอมเสี่ยงชีวิต เปลืองตัวในชีวิตราชการ ถูกเด้งลงใต้ ถูกโยกเข้ากรุ ถูกตรวจสอบสารพัด ดังนั้น การปูนบำเหน็จแบบ “ทักษิณสไตล์” จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย

KEY POINTS

  • คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย หรือ "ผกก.หนุ่ย" อดีตนายตำรวจอารักขาตระกูลชินวัตร ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ป.ย.ป. ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวง (ซี 11)
  • การเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการปูนบำเหน็จตอบแทนความภักดีต่อตระกูลชินวัตร และเป็นการเติบโตในสายราชการที่รวดเร็วแบบ "ขึ้นทางด่วน" โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ปีในการเลื่อนจากระดับ 10 สู่ระดับ 11
  • มีการคาดการณ์ว่าตำแหน่งปัจจุบันเป็นเพียง "ทางผ่าน" และเป้าหมายต่อไปอาจเป็นการขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในอนาคตอันใกล้

มติ ครม.วันที่ 5 ส.ค.2569 แต่งตั้ง “ผกก.หนุ่ย” พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย อดีตนายตำรวจอารักขาคนสนิท ของนายกฯ ตระกูลชินวัตร จากตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ขึ้นเป็น “ผู้อำนวยการ ป.ย.ป.” คือ สิ่งสะท้อนถึงการปูนบำเหน็จ สไตล์ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้ดี

เมื่อเดือนพ.ย.2568 ในยุค “ครม.อนุทิน 1” มีการรับโอน “ผกก.หนุ่ย” จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งรองผู้อำนวย ป.ย.ป. หรือเทียบเท่าระดับ 10 หรือที่เรียกกันว่า “ซี 10”

แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 1 ปี ในยุค “ครม.อนุทิน 2” ก็อัปเลเวล “ผกก.หนุ่ย” จากซี 10 ขึ้นเป็น “ผู้อำนวยการ ป.ย.ป.” ซึ่งเทียบเท่ากับ “ซี 11” ในทางราชการ ถือเป็นการเติบโตแบบ “ขึ้นทางด่วน”

โดยผู้ที่เสนอชื่อ “ผกก.หนุ่ย” เข้าสู่ที่ประชุม ครม.คือ “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นรองนายกฯ ที่กำกับดูแลสำนักงาน ป.ย.ป.

หลายคนมองว่า เส้นทางข้าราชการพลเรือนของ “ผกก.หนุ่ย” ไม่น่าจะหยุดแค่นี้ 

ตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ ป.ย.ป.” เป็นแค่เพียง “ทางผ่าน” ไปสู่ “ปลายทาง” ที่แท้จริง นั่นคือ “หัวหน้าส่วนราชการซี 11” ในกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งที่ “พรรคเพื่อไทย” กำกับดูแลอยู่

และอาจจะมีรายการ “ขึ้นทางด่วน” อีกรอบในเร็วๆ นี้

ส่องไปที่กระทรวง ทบวง กรม ในอาณัติของ “พรรคเพื่อไทย” ขณะนี้ ได้แก่ กระทรวง อว. กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

หากส่องลึกไปในระดับหัวหน้าส่วนราชการระดับซี 11 ซึ่ง คือตำแหน่ง “ปลัดกระทรวง” ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ มี 1 เก้าอี้ที่น่าจับจ้องอย่างมากคือ “ปลัดกระทรวง พม.” ที่ “กันตพงศ์ รังษีสว่าง” กำลังจะเกษียณอายุราชการ และจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการเสนอชื่อบุคคลทดแทนเข้าสู่ที่ประชุม ครม.

เมื่อเก้าอี้กำลังจะว่าง และยังไม่มีการแต่งตั้งใครเข้ามา จึงกลายเป็นที่จับตาว่า ที่สุดแล้ว “ผกก.หนุ่ย” อาจจะได้ขยับมาเป็น “ปลัดหนุ่ย” ที่กระทรวง พม.ในอนาคตอันใกล้

ในแวดวงการเมืองรู้ดีว่า ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมา “ทักษิณ” และ “ครอบครัวชินวัตร” มักจะปูนบำเหน็จ หรือตอบแทนนักการเมือง หรือข้าราชการ ที่ทำงานถวายหัวให้

ในอดีตในช่วงที่ “พรรคไทยรักไทย-พรรคประชาชน-พรรคเพื่อไทย” ขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาลบริหารประเทศ มักจะแต่งตั้งข้าราชการประเภทนี้ขึ้นเป็นใหญ่อยู่เสมอ

ไม่ใช่แค่ “เครือญาติ” เท่านั้น หากแต่ใครกล้าแสดงตัวว่า เลือกข้างชัดเจน ทำงานแบบไม่กลัวเจ็บตัวเพื่อพวกเขา วันหนึ่งหากมีอำนาจ คนเหล่านี้จะได้รับการสมนาคุณก่อนใคร

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณี “เสธ.แมว” พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ซึ่งทันทีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศ ได้มีการเคลียร์ทางในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีการเด้ง "ถวิล เปลี่ยนศรี" ออก แล้วดึงคนอื่นมานั่งชั่วคราว ก่อนจะขยับ “เสธ.แมว” ขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าวเต็มตัว

โดย “เสธ.แมว” คือ หลานชายของ “ปรีดา พัฒนถาบุตร” อดีตรัฐมนตรีชื่อดัง ซึ่ง “ทักษิณ” เคยเป็นนายตำรวจติดตาม และในช่วงชีวิตราชการทหารของ “เสธ.แมว” ก็ชัดเจนว่า เลือกสีไหน โดยไม่กลัวผลกระทบ จนโอนย้ายมาเป็นใหญ่ที่ สมช.

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก นายทหารระดับมันสมองของกองทัพ ที่มีความสนิทสนมกับครอบครัวชินวัตร และพรรคเพื่อไทยเป็นพิเศษ ซึ่งได้ขึ้นเป็นใหญ่ถึง “ปลัดกระทรวงกลาโหม” ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ และเป็นตำแหน่งเดียวในตอนนั้นที่รัฐบาลแสดงต่อกองทัพชัดเจนว่า ต้องคนนี้เท่านั้น

คนที่ได้ดิบได้ดีถึงขั้นได้เป็นรัฐมนตรีอีกรายคือ “ยรรยง พวงราช” อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำงานได้เข้าตาในช่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยบริหารประเทศ เมื่อเกษียณอายุราชการ ก็มีการดึงมาเป็น “รมช.พาณิชย์” ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์

เหล่านี้ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอีกหลายๆ คนที่ได้ดี เพราะซื่อสัตย์กับ “ครอบครัวชินวัตร” และ “พรรคเพื่อไทย”

ในขณะที่ “ผกก.หนุ่ย” อยู่ในข่าย “ยิ่งกว่าสนิท” ทำงานอารักขานายกฯ ของครอบครัวชินวัตร มาตั้งแต่ยุค “ทักษิณ” จนถึง “แพทองธาร” 

ยอมเสี่ยงชีวิต เปลืองตัวในชีวิตราชการ ถูกเด้งลงใต้ ถูกโยกเข้ากรุ ถูกตรวจสอบสารพัด ดังนั้น การปูนบำเหน็จแบบ “ทักษิณสไตล์” จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์