“กมธ.ปราบโกง” ถก แก้ปัญหานอมินีต่างด้าวฮุบที่ดิน ที่ภูเก็ต พบบริษัทที่มีบุคคลต่างด้าวถือหุ้นจำนวน 1,752 ราย ทั่วประเทศพบกลุ่มเสี่ยง 4,041 ราย
ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม ซึ่งพิจารณาการถือครองที่ดินของบุคคลต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า สำหรับพื้นที่ภูเก็ต พบว่ามีบริษัทที่มีบุคคลต่างด้าวถือหุ้นจำนวน 1,752 ราย โดยได้ส่งข้อมูลให้ผู้ว่าฯภูเก็ต ดำเนินการผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัดแล้ว นอกจากนี้ยังมีแนวทางบูรณาการข้อมูลหมายเลขนิติบุคคล 13 หลักร่วมกับกรมที่ดิน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ขณะที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยมาตรการตรวจสอบนอมินีในพื้นที่ ส่งผลให้การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวลดลงกว่า 50% และมีการเลิกกิจการประมาณ 20% และหากพบว่ามีมูลความผิดจะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรมที่ดินได้ตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวน 203,000 ราย พบกลุ่มเสี่ยงจำนวน 4,041 รายทั่วประเทศ ได้ส่งข้อมูลให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตรวจสอบ โดยปัจจุบันมีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อนส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตรวจสอบ หากพบว่าเป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจบังคับให้จำหน่ายที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน
"จังหวัดภูเก็ต มีข้อมูลนิติบุคคลจำนวน 6,621 ราย พบอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจำนวน 361 ราย ซึ่งได้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการระดับจังหวัดทั้งหมดแล้ว และมีการแจ้งความดำเนินคดีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจำนวน 109 ราย โดยดำเนินคดีแล้วจำนวน 34 ราย และส่งฟ้องต่อศาลจำนวน 2 ราย นอกจากนั้นยังพบว่ากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจดำเนินคดีเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจำนวน 68 คดี ส่วนใหญ่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542" นายอาสพลธ์ กล่าว
ประธานกมธ. กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการบุกรุกชายหาดในจังหวัดภูเก็ต ทั้งหาดนุ้ย หาดบางเทา และหาดฟรีดอม ซึ่งกมธ.ฯได้รับข้อมูลจาก สส.ภูเก็ต เกี่ยวกับปัญหาการใช้นอมินีถือครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงและร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา กมธ.ฯเห็นว่า การบูรณาการข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และ ปปง. ถือเป็นพัฒนาการสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการคัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงและการเชื่อมโยงข้อมูลการถือครองที่ดิน ปัจจุบันกรมที่ดินอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ เพื่อประมวลผลและขยายผลการตรวจสอบ



