วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ภคมน' ซัด 'สรณ' ศรีธนญชัย ยื้อนั่ง ปธ.กสทช. จี้นายกเร่งทูลเกล้าฯ

'ภคมน' ซัด 'หมอสรณ' ศรีธนญชัย ยื้อนั่งประธาน กสทช. อ้างกลัวผิด ม.157 ทั้งที่ขาดคุณสมบัติแต่แรก จี้นายกฯเลิกแบก ทูลเกล้าฯ ปลดพ้นตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาประชุมกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่ม 3 ครั้ง เนื่องจาก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่ยอมรับว่าขาดคุณสมบัติการเป็นประธานกสทช. ว่า ตั้งแต่ที่คณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณไม่มีคุณสมบัติในการเป็นประธานกสทช. นายแพทย์สรณจะต้องสละสิทธิ์ตั้งแต่แรก แต่วันนี้เราหวัง จิตสำนึกของนายแพทย์สรณไม่ได้ที่จะให้ปฏิบัติตามมติดังกล่าว การที่ตนพูดแบบนี้เพราะการตรวจสอบคุณสมบัติของนายแพทย์สรณ ต่อเนื่องมา 4 ปีแล้ว แต่พึ่งมีข้อยุติเมื่อเดือนที่แล้ว

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ดังนั้นถ้าเราคาดหวังจะสำนึกความรับผิดชอบของบุคคล ตนคิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะถ้าเขาตระหนักดีว่าไม่มีคุณสมบัติ เขาไม่มีทางที่จะไปนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานกสทช. ที่ต้องดูแลทรัพย์สมบัติของชาตินับแสนล้านบาท เมื่อคณะกรรมการสรรหามีมติว่านพ.สรณไม่มีสิทธิ์ไปนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ซึ่งภารกิจสำคัญหลังจากนี้ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตำแหน่งประธานกสทช.เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ คนที่จะทำให้เรื่องนี้ชัดเจนที่สุด คือนายกฯ และเท่าที่ได้ติดตามข่าว นายกฯก็อ้างกฎหมาย ซึ่งวันนี้กฎหมายก็ชัดเจนแล้วว่า นายกฯจำเป็นที่จะต้องเป็นคนทูลเกล้าฯ เพื่อมีการโปรดเกล้าฯปลดนพ.สรณ จึงไม่มีเหตุผลที่นายกฯจะยื้อ เพราะแทนที่สังคมจะตั้งคำถามต่อนพ.สรณ กลับตั้งคำถามกับนายกฯแทน

“วันนี้การที่นายกรัฐมนตรียื้อเวลาออกไป เรื่องนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ว่าการที่นายกฯ กับนพ.สรณเคยใช้กุนซือคนเดียวกัน ถ้าไปย้อนดูในครม.อนุทิน 1 จะเห็น ที่ปรึกษาคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประธาน กสทช. ดิฉันไม่มั่นใจว่าปรึกษากันไปปรึกษากันมา กลายเป็นว่าสุดท้ายช่วยกันอุ้มหรือไม่ ซึ่งไม่อยากให้เกิดแบบนั้น เพราะอย่าลืมว่าภารกิจของประเทศไทย เป็นภาระที่นายกฯ จะต้องแบกรับและให้ความกระจ่างกับสังคมมากมายเหลือเกิน ท่านไม่จำเป็นต้องแบกนพ.สรณเลย” น.ส.ภคมนกล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ในการประชุม กมธ.สัปดาห์หน้าจะเชิญบอร์ด กสทช. คนอื่นๆมาให้ความเห็น ถึงผลกระทบของการที่คนขาดคุณสมบัติ แล้วยังยืนยันที่จะเข้าประชุม และนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดอยู่ อย่างไรก็ตาม อยากทราบเหตุผลจริงๆ จากนพ.สรณ ว่าทำไมยังดึงดันที่จะนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดให้ได้ เพราะเท่าที่ทราบมาในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการพิจารณาของกองทุนยูโซ่ ที่มีโครงการหลายพันล้านบาท และในอนาคตอันใกล้เช่นกัน ประธานกสทช.จะมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ

“เมื่อมีภารกิจแบบนี้โดยนพ.สรณยังครึ่งๆกลางๆอยู่ ขอให้ย้อนกลับไปดูอดีตของการใช้งบประมาณทำให้ตนมั่นใจว่านพ.สรณ จะเบิกงบ กสทช.ในการบินต่างประเทศอีกครั้งก็ได้ ดังนั้นวันนี้สังคมต้องเร่งกดดันและตั้งคำถามว่า มีเหตุผลอะไรที่คนที่ขาดคุณสมบัติ ยังคงนั่งปกป้องสมบัติชาติหลักแสนล้านบาท แล้วเราจะเสีย สิทธิประโยชน์มากมายให้กับบุคคลที่ไม่เหมาะสมและไม่มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้” น.ส.ภคมนกล่าว

เมื่อถามว่า ในระหว่างนี้สามารถเลือกบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่ เป็นประธานชั่วคราวได้หรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่า พ.ร.บ.กสทช.สามารถทำได้หรือไม่ แต่เมื่อเป็นช่วงสุญญากาศ อย่างน้อย ๆ จะต้องมีข้อหารือ แล้วคนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ดีที่สุด คือบอร์ดกสทช.ที่จะต้องทำหนังสือส่งไปยังนายกฯ ว่าจะให้ใครทำหน้าที่เป็นประธานกสทช.ชั่วคราว หรือรักษาการหรือไม่ ซึ่งคิดว่าพ.ร.บ.กสทช.น่าจะไม่ได้ปิดล็อคเรื่องนี้ หรือทำให้ภารกิจของ กสทช.หยุดชะงักชั่วคราว ดังนั้น ทั้งบอร์ดและสำนักงานกสทช.ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง

“วันนี้สิ่งที่ท่านอยู่ไม่ใช่องค์กรเอกชน ท่านอยู่ในองค์กรที่เป็นทรัพย์สินของชาติ งบประมาณที่สนับสนุนก็เป็นทรัพยากรแผ่นดิน ดังนั้นท่านไม่จำเป็นจะต้องไปอุ้มชูคนที่เขาไม่มีคุณสมบัติ และไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ” น.ส.ภคมนกล่าว

เมื่อถามว่ามองเรื่องการข่มขู่บอร์ด กสทช.ที่ทำให้องค์ประชุมล่ม จนอาจเป็นการขัดขวางการทำงานอย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า ต้องตั้งคำถามกลับไปว่าคนที่มีมติไปแล้วว่าไม่มีคุณสมบัติเข้าประชุมแล้วยังยืนยันที่จะนั่งหัวโต๊ะ มีความผิดทางกฎหมายอย่างไรหรือไม่ และวันนี้ต่อให้นพ.สรณ เดินออกจากประธานกสทช. คนที่เป็นเลขาฯก็จะเป็นตัวตายตัวแทน ของนพ.สรณ ในการจัดการภารกิจที่คั่งค้างอยู่ และยืนยันว่าภารกิจของ กสทช.ไม่ได้ทำให้โปร่งใส ได้แค่น.พ.สรณออกจากตำแหน่ง แต่สำนักงาน กสทช.ต้องช่วยกันทำให้เรื่องต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องมานาน ให้กระจ่าง และขอเรียกร้องว่า การประชุมบอร์ดทุกครั้งต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ รวมถึงเปิดเผยการใช้งบประมาณในแต่ละปีของกสทช.ว่าใช้อะไรไปบ้าง

ซักอีกว่า นพ.สรณ ดื้อหรือไม่ที่ไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่ากลัวผิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 น.ส.ภคมน กล่าวว่า นพ.สรณ อาจจะเป็นแบบศรีธนญชัย จะมาอ้างว่าหากไม่ปฏิบัติหน้าที่แล้วจะผิดมาตรา 157 ได้อย่างไร เพราะนพ.สรณ หมดภารกิจเรื่องนี้ไปแล้ว คุณสมบัติขาดไปแล้ว แต่นพ.สรณ เป็นศรีธนญชัยมาโดยตลอด การที่นพ.สรณยื่นคุณสมบัติเท็จ เพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯตนขอถามตรงๆว่า การให้ข้อมูลเท็จเพื่อตัวเองได้ตำแหน่ง จะมีความผิดหรือไม่ และหากนพ.สรณ เป็นคนที่มีความรับผิดรับชอบจริง ไม่ควรเอาตำแหน่งโปรดเกล้าฯ มายื้อแบบนี้ เพราะผลกระทบเกิดขึ้นมากกว่าตัวนพ.สรณ ที่ต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องคณะกรรมการสรรหาไม่ใช่ชุดเดิมกับที่แต่งตั้ง นพ.สรณเป็นประธาน กสทช. น.ส.ภคมน กล่าวว่า เข้าใจว่ากฤษฎีกาตอบมาแล้วว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นกรรมการสรรหาที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยว แม้คณะกรรมการสรรหาชุดนี้จะเป็นคนละชุดกับ คณะกรรมการสรรหาที่ นพ.สรณ เข้ามาก็ตาม แต่อย่าลืมว่าหลักฐานต่าง ๆ เป็นชุดเดียวกันว่า นพ.สรณยื่นหลักฐานเป็นเท็จ เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งนี้

“ดังนั้นอย่าปฏิเสธข้อเท็จจริงและความจริงเลยว่าคืออะไร เชื่อว่าประชาชนพิจารณาได้ เหตุผลที่นพ.สรณ พยายามยื้อทางกฎหมายและพยายามทำแบบศรีธนญชัย ประชาชนเขามองออกว่าคืออะไร เพราะผลประโยชน์ที่ท่านนั่งทับอยู่มีมหาศาล และในอนาคตที่ท่านต้องใช้อำนาจประธานกสทช.ต้องพิจารณากองทุนยูโซ่ และสิทธิประโยชน์ส่วนตัวในฐานะประธานกสทช. ที่มีจำนวนมาก ดิฉันเข้าใจว่ามนุษย์มีความโลภ การที่ตัวเองอยู่ในสิทธิประโยชน์เบิกจ่ายได้ตลอด แต่กำลังจะสูญเสียมันไป ก็รู้สึกเสียดาย อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่สมบัติท่าน เป็นสมบัติของชาติ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องรับผิดชอบ” น.ส.ภคมนกล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่าว่า หากจะมีการประชุมไปเรื่อยๆ ก็ดี ยื้อให้ประชาชนเห็นไปเรื่อยๆ และหากมีการประชุมในสัปดาห์หน้า ก็ขอความกรุณา บอร์ดกสทช.ท่านอื่น ที่ไม่เห็นด้วยกับการยื้อแบบนี้ของน.พ.สรณ เข้าร่วมประชุมกับกมธ.พัฒนาการเมืองฯ เราจะพูดคุยถึงแง่กฎหมายให้ชัดเจนว่า จริงๆแล้วการทำแบบนี้มีความผิดหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเถียงกัน