วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘บิ๊กพีอาร์’ ลุ้นต่อยอดอำนาจ โหนการเมือง นั่งที่ปรึกษา ?

เข้าสู่ฤดูแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ทำให้ทุกกระทรวง กรม กอง เริ่มมีความเคลื่อนไหว บรรดา “ดาวรุ่ง” ต่างลุ้นขยับเก้าอี้ในตำแหน่งที่ใหญ่กว่า ที่สำคัญต้องมีหน่วยงานกำกับดูแลไว้คอยบริหารอำนาจ 

สวนทางกับ “ดาวร่วง” ที่ส่อแววจะสูญเสียอำนาจ จึงคอยเช็คข่าว จะโดนเช็คบิล หลุดจากตำแหน่งหรือไม่

ในยุค “เครือข่ายสีน้ำเงิน” บารมีเบ่งบาน ถนนเมืองหลวงมุ่งไป “โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์” ซอยรางน้ำ ถนนชนบทมุ่งตรงเข้าสู่พื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ จุดหมายอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ 

บรรดา “บิ๊กข้าราชการ” รู้ดีว่าจะเชื่อมคอนเนกชัน “คนวงใน” กับใคร จะผูกมิตรเพื่อเชื่อมสายใยกับ “คนวงนอก” กับ “เสนาบดี” คนใด

ยิ่งในช่วงที่ภูมิคุ้มกันของ “รัฐบาลอนุทิน 2” ค่อนข้างอ่อนแอ หลังเจอมรสุมทางการเมือง ทำให้ความนิยมลดลง ส่งผลให้ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการทางลับ-ทางเปิด ให้บรรดา “รัฐมนตรี” เร่งโชว์ผลงาน และประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ โดยเฉพาะ“หน่วยงานรัฐ” ที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษ

โดยกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “รมต.ผึ้ง” ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถูกคาดหวังว่า จะยกระดับในการขับเคลื่อนงานพีอาร์รัฐบาลให้มากขึ้น แม้ “บิ๊กสีน้ำเงิน”จะปลงตกกับ “กรมหอยม่วง” ก็ตาม

หากย้อนไปก่อนหน้านี้ มี“บิ๊กค่ายน้ำเงิน” ปิ๊งไอเดีย ดึง“สื่อเหลืองเก่า”เข้ามาช่วยงานพีอาร์รัฐบาล เพื่อตอบโต้ “ขั้วแค้น-ขั้วค้าน” ในทุกมิติ แต่เมื่อข่าวหลุดออกไป จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ จึงต้องชะลอแผนเอาไว้ก่อน 

โดย “สื่อเหลืองเก่า”ค่ายวิภาวดี ออกมายอมรับว่า มีดีลจริง แต่ขออยู่ที่เดิม ขณะที่ี“สื่อเหลืองเก่า”บางค่าย ยังไม่ละความพยายาม

ขณะเดียวกัน เริ่มมีแรงต้านเกิดขึ้นภายใน"กรมพีอาร์” เมื่อมี"ระดับบิ๊ก"ในกรมซึ่งจะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ได้พยายามสร้างเครือข่าย โดยวางทายาทที่ไว้ใจเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก เพื่อส่งชื่อให้ฝ่ายการเมืองไฟเขียว

ว่ากันว่า “บิ๊กพีอาร์” ผู้เติบโตในยุค“ค่ายแดง”เรืองอำนาจ ได้รับการโปรโมทจาก “อดีตเจ๊นครบาล” ถึงแม้การเมืองจะเปลี่ยนคน-เปลี่ยนขั้ว แต่เจ้าตัวยังอยู่รอดปลอดภัย ส่วนหนึ่งเพราะได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายการเมือง แต่อีกทางหนึ่งก็เปิดปฏิบัติการตัดตอน“คู่แข่ง”จนพ้นทางเกือบทุกราย

ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าบิ๊กพีอาร์รายนี้ วางเกมต่อท่ออำนาจก่อนพ้นตำแหน่ง ด้วยการเปิดตำแหน่ง “ที่ปรึกษา”กรมพีอาร์ เอาไว้ เพื่อรองรับตัวเอง ในการกลับไปสานต่องานที่ค้างคาอยู่ ทั้งที่ไม่เคยมีตำแหน่งที่ปรึกษามาก่อน จึงทำให้คนในกรมวิพากษ์วิจารณ์

ที่สำคัญ เริ่มมีความเคลื่อนไหวเตรียมการย้ายสำนักงานจากถนนวิภาวดี ไปอยู่ตึกใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างเฟ้นหา ซึ่งต้องใช้งบฯ ปรับปรุงห้องทำงานใหม่ ให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ปรึกษาหลักแสน 

กลเกมของในการต่อยอดอำนาจของ“บิ๊กพีอาร์” จะสำเร็จหรือไม่ คงต้องวัดใจ และวัดแรงสนับสนุนของรัฐมนตรี “ศุภมาส อิศรภักดี”

งานนี้ อาจถือได้ว่าเป็นการลงทุนกับงานพีอาร์การเมือง ที่อาจต้องประเมินรอบด้านว่า ได้คุ้มเสียหรือไม่