วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

เตะถ่วง ‘โกงสว.’ตัดตอน 64 จว. ‘ส้ม-น้ำเงิน’วัดพลังใน-นอกสภาฯ

“คดีโกง สว.” ที่มีตัวละครคือ “138 สว.” และ “91 นักการเมือง” ในจำนวนนี้ รวมไปถึงระดับ “ผู้กุมชะตา” สีน้ำเงิน ทั้งนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่สีน้ำเงิน รวมถึงไปรัฐมนตรี แกนนำ ส.ส. และครือข่ายขุมกำลังสีน้ำเงิน

หากว่ากันตามไทม์ไลน์ ตามที่ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยก่อนหน้านี้ กกต.เหลือการพิจารณาอีกไม่กี่นัด เท่ากับว่า หากไม่มีเกมเตะถ่วงภายในเดือน ส.ค.นี้ น่าจะได้เห็นบทสรุปคดีดังกล่าว

ทว่า ภายใต้บริบทการเมืองที่ “ฝ่ายสีน้ำเงิน”เรืองอำนาจ คุมองคาพยพแบบเบ็ดเสร็จในเวลานี้ ล่าสุดจึงมีสัญญาณว่า การพิจารณาของกกต.จะมุ่งไปที่การพิจารณาคำร้อง ประกอบพยานหลักฐานรายจังหวัด 

จนมีการคาดการณ์ว่า กกต.อาจหยิบยกเหตุผลในการตรวจสอบพยานหลักฐาน และสำนวนคดีที่มีการพิจารณาสำนวนรายจังหวัดถึง 64 จังหวัด ทำให้ต้องขยายกรอบเวลาเพิ่ม แม้ก่อนหน้านี้ประธาน กกต.ย้ำว่า จะเร่งปิดจบภายในเดือน ส.ค.นี้ก็ตาม

บทสรุปของกกต.ที่ส่อแววตัดจบ เอาผิดแค่ระดับ “พลีชีพ” ซึ่งเป็นเครือข่าย หรือลูกน้องนักการเมืองในระดับจังหวัดที่มีหลักฐานเส้นทางเงิน สาวไปถึงเท่านั้น  เมื่อ“เส้นเงิน”สาวไม่ถึงระดับประเทศ นั่นหมายความว่า“ระดับหัวจ่าย” ก็มีโอกาสสูงที่จะรอดตามไปด้วย

เตะถ่วง ‘โกงสว.’ตัดตอน 64 จว.   ‘ส้ม-น้ำเงิน’วัดพลังใน-นอกสภาฯ

ขณะที่ความเคลื่อนฝ่ายค้านย่อมเห็นช่องว่า หากต้องการเดินเกมเพื่อลดทอนความเชื่อมั่นรัฐบาลได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ต้องล็อกเป้าไปที่ประเด็น “มหากาพย์-มหาโกง”  ทั้ง “โกงสอบท้องถิ่น” และ “โกงสว.” 

ก่อนเปิดสภาฯ วันที่ 25 ส.ค.นี้ จึงได้เห็นเกมเคลื่อนใหญ่ของฝ่ายค้าน นำโดย“พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเวทีรายสัปดาห์ เพื่อขยี้แผลประเด็นนี้ 

ล่าสุดคือ เวที “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.(ภาคพิเศษ)เราไว้ใจ กกต.ได้แค่ไหน?” มีการเปิดเพิ่ม “3 พยานคดีโกง” เน้นขยี้ข้อพิรุธต่างๆ 

โดย"พริษฐ์" ล็อกเป้าไปที่ช่องโหว่ ทั้งการออกระเบียบการเลือก สว.ที่ไม่รัดกุมเพื่อป้องกันการทุจริตว่า กกต.มีอำนาจในการออกแบบระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเลือก สว.3 ฉบับ การแนะนำตัว 2 ฉบับ และการใช้จ่ายเงินในการเลือก สว. 1 ฉบับ 

“การออกแบบของ กกต.ที่ให้ผู้สมัครใช้หมายเลขสมัครเดิม ทั้งรอบเลือกในอาชีพ และรอบเลือกไขว้ระหว่างกลุ่ม ซึ่งแม้จะไม่ผิด แต่ทำให้ขบวนการใช้โพยทำงานได้อย่างสะดวกขึ้น เพราะหากมีการล็อกโหวต ก็สามารถใช้โพยใบสั่งได้ตั้งแต่ก่อนวันเลือก” 

หาก กกต.กำหนดให้มีการจับหมายเลขใหม่ แม้ขบวนการจะมีวิธีใหม่ ๆ แต่ก็ทำให้ขบวนการทุจริตทำงานได้ยากขึ้น ดังนั้น จึงสะท้อนว่า ระเบียบ กกต.ยังไม่รัดกุมเพียงพอ

ปมคุณสมบัติ ไม่ตรวจสอบจนสิ้นสงสัย

ขณะที่การวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัคร สว.ที่ยังเป็นปัญหา พริษฐ์ ยกตัวอย่างกรณีที่มีผู้สมัครขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ที่ กกต.ได้ส่งเรื่องไปยังศาลวินิจฉัย หลังพบผู้สมัครรายหนึ่ง ยังไม่พ้นจากตำแหน่งทางการเมือง ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ปัจจุบันก็ยังมีหลายกรณีที่มีผู้สมัครขาดคุณสมบัติ แต่ กกต.ไม่ได้ตรวจสอบจนสิ้นข้อสงสัย 

หรือกรณีการกรอกคุณสมบัติคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เช่น กรณีของนายปราณีต เกรัมย์ (กลุ่ม 16 จ.บุรีรัมย์) ที่ระบุในใบแนะนำตัวว่า เป็นนักฟุตบอลอาวุโส แต่เมื่อคำนวณอายุภายหลังแล้ว ก็ไม่สามารถมีอายุสูงพอเป็นนักฟุตบอลอาวุโสได้ แต่ กกต.ก็สามารถรับได้กับข้อชี้แจงดังกล่าว รวมถึงกรณีการสมัครผิดกลุ่มระหว่างกลุ่ม 9 กลุ่ม SMEs และกลุ่ม 10 กลุ่มกิจการอื่น ๆ

“พริษฐ์” ยังข้อสงสัยการเตะถ่วงคดี-การตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหา ที่อนุกรรมการฯ 2 ชุดกลับวินิจฉัยสวนทางกัน จนทำให้คดีต้องมาตกอยู่กับกรรมการ กกต.ว่า จะวินิจฉัยอย่างไรภายในปลายเดือนส.ค. ถึงต้นก.ย.นี้

ส่วนหลักฐานจะต้องชัดเจนเพียงใด คดีถึงจะไปถึงชั้นศาลได้นั้น พริษฐ์ เห็นว่า หน้าที่ของ กกต. คือการวินิจฉัยว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการทุจริตหรือไม่ และหน้าที่ของศาลคือ การพิสูจน์หลักฐานการทุจริต ซึ่งหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตก็สามารถส่งเรื่องไปยังศาลได้ แต่หลักฐานจะถูกพิสูจน์โดยการพิพากษาของศาลต่อไป

เตะถ่วง ‘โกงสว.’ตัดตอน 64 จว.   ‘ส้ม-น้ำเงิน’วัดพลังใน-นอกสภาฯ

 พยานแฉส่งโพย-ปล่อยผี “ตกคุณสมบัติ”

“ศรินทร สนธิศิริกฤตย์” สว.บัญชีสำรอง กลุ่ม 4 สาธารณสุข ฉายภาพในวันเลือกระดับประเทศ พบว่ามี สว.กลุ่มใหญ่ที่มีสัญลักษณ์สวมเสื้อสีเหลือง สามารถถือแฟ้มสีดำเข้าไปในพื้นที่เลือกได้ ทั้งที่ กกต. ประกาศห้ามนำเอกสารใดๆ เข้าไปในพื้นที่เลือก ในการเลือกรอบไขว้ และก่อนหน้านั้นหลังการเลือกรอบแรกเสร็จ มีเจ้าหน้าที่ กกต. แจ้งให้ ผู้สมัครสว.คืนเอกสาร สว.3 แต่ประกาศให้สามารถจดเลขได้ ซึ่งไม่คิดว่าจะมีการโกงเกิดขึ้น นอกจากนั้นยังพบว่า ในรอบไขว้มีคนถือแฟ้มเข้าไปในพื้นที่ ทั้งที่กติกาไม่สามารถทำได้

นอกจากนั้นแล้ว หลังการเลือก ตนศึกษาคุณสมบัติผู้สมัครหลายคน พบบางคนที่มีคุณสมบัติน่าสงสัย ระบุว่าเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย 10 ปี เป็นพยาบาลโรงพยาบาลสินแพทย์ แต่เมื่อตรววจสอบข้อเท็จจริง หน่วยงานทั้ง 2 แห่ง มีหนังสือตอบกลับว่า ไม่พบประวัติว่าเคยทำงานด้วย ตนจึงทำเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.2567 แต่จนถึงปัจจุบัน เรื่องเงียบ ขณะที่บุคคลที่แจ้งคุณสมบัติเท็จยังดำรงตำแหน่งเป็น สว.

ขณะที่ พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครสว. เปิดเส้นทางกระบวนการสมัคร สว. ระดับอำเภอ พบว่าผู้สมัคร สว.บางคน มีบัตรประชารัฐ บางคนถูกตามทวงหนี้นอกระบบ และมีหลายคนที่พบว่ามีผู้รับรองคนเดียวกัน หรือมีใบรับรองแพทย์ ที่ออกจากแพทย์คนเดียวกัน แต่กกต.ปล่อยให้คนที่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาสมัคร 

ทั้งนี้ได้ทำเรื่องร้องไปยัง กกต.ตั้งแต่ปี 2567 ชี้เป้าคนที่ไม่มีคุณสมบัติ และเมื่อเดือน ธ.ค.2568 กกต.แจ้งมาว่าประธานกกต. มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าให้ดำเนินคดีอาญากับ อสม.ทั้ง 7 คน ที่ตนชี้เป้าไป ส่วนอีก 13 คนให้ยกคำร้อง ซึ่งตนไม่เข้าใจเหตุผล เพราะคนที่เป็น อสม. ได้ ต้องมีการอบรม และผ่านหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

3 ประเด็น กกต.ไม่ชอบมาพากล 

ไม่ต่างจาก พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการการเลือก สว.สำนักงานกกต.​ได้เปิดคลิปวิดีโอการส่งโพยเข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง และการเก็บโพย ในการเลือกสว.วันที่ 26 มิ.ย.2567 ช่วงประมาณ 18.30 น. ซึ่งในคลิปมีการประกาศว่า ไม่ให้เอกสารเข้า และพูดชัดว่าจะมีการแจก สว. 3 ฉบับใหม่ให้กับผู้สมัครที่ผ่านรอบเช้ามา 

คลิปที่สอง เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เดินถามว่า คนไหนมีโพย และห้ามมีโพย พร้อมเดินเก็บโพย ในคลิปที่ 3 เป็นภาพของนายนิยม จันทร์เยี่ยม ผู้อำนวยการ กกต.อุตรดิตถ์ ที่เก็บโพยมาเต็มกระเป๋า และลงบันทึกเซ็นเอกสารประจำหน่วยว่า มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่นายแสวง เลขาฯ กกต.กลับออกมาบอกว่าไม่มีอะไร

“คิดได้ 3 ข้อที่ทำให้การเลือก สว.ครั้งนี้มีความไม่ชอบมาพากลคือ 1.การจัดสถานที่เลือก สว. ตามกฎหมายให้เป็นความลับแต่กลับจัดในห้องแบบรวม 2.ระเบียบที่เขียนไว้ว่า ให้ใช้หมายเลขเดิมตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับประเทศ ทำให้สามารถวางแผนฮั้วได้ และ 3.ประธาน กกต. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน แต่ปรากฏว่าตั้งลูกน้องนายแสวง มาสอบนายแสวงเอง กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาล มีเหตุสงสัยควรส่งฟ้องศาล ไม่ใช่ยกเรื่อง” พ.ต.อ.มนัส กล่าว

เตะถ่วง ‘โกงสว.’ตัดตอน 64 จว.   ‘ส้ม-น้ำเงิน’วัดพลังใน-นอกสภาฯ

ภายใต้เกมนิติสงครามที่ต่างฝ่ายต่างสู้กันหนักในเวลานี้ “ฝั่งส้ม” ยังคงเดินเกม “ปลุกแนวร่วม” ขยี้แผลจากคดีโกงหวังลดทอนความเชื่อมั่นรัฐบาล พร้อมกดดันให้กกต. เร่งส่งคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

ขณะที่ “ฝั่งน้ำเงิน” ใช้เกมนิติสงคราม “ฟ้องปิดปาก” สส.ฝ่ายค้านและแนวร่วม และพยายามย้อนเกล็ด สว.ส้ม ที่มีการรวมกลุ่มในลักษณะฮั้วเช่นเดียวกัน 

กว่าจะได้เห็นบทสรุป คดี “มหากาพย์-มหาโกง” คู่ต่อสู้ยังต้องวัดพลังกันอีกหลายยก