ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 สส.ก้าวไกลแก้ ม.112 ใช้พยาน 60 ปาก 'พิธา-เท้ง' เบิกความด้วยตัวเอง ไต่สวนคนสุดท้าย 18 พ.ค. 70 ทนายพรรคส้มปัดยื้อเวลา
เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2569 ที่ศาลฎีกา ถ.ราชดำเนินใน ศาลนัดตรวจหลักฐานคดี คมจ.1/2569 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง กับ 44 สส.พรรคก้าวไกล ผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากที่ทั้งหมดลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
โดยวันนี้ ผู้ร้อง นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช.เดินทางมาศาล เช่นเดียวกับทนายความผู้รับมอบอำนาจบางส่วนมาศาล
ศาลสอบถามคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงที่มีการเสนอพยานหลักฐานในเบื้องต้น เห็นควรกำหนดวันไต่สวนพยานผู้ร้องจำนวน 4 นัด 9 ปาก โดยนัดไต่สวนพยานปากแรกวันที่ 25 ส.ค.69 ส่วนผู้คัดค้านนำพยาน 60 ปาก เข้าสืบโดยเริ่มไต่สวนพยานนัดแรกวันที่ 3 พ.ย.2569 และนัดไต่สวนพยานนัดสุดท้ายวันที่ 18 พ.ค.2570 ก่อนนัดฟังคำพิพากษาต่อไป
ศาลกำชับให้คู่ความทำบัญชีตารางพยานเพื่อให้ไต่สวนแต่ละนัด และกำหนดประเด็นให้ศาลทราบพร้อมแนวคำถามมาก่อนเพื่อให้ศาลพิจารณาอนุญาตว่าจะให้ถามคำถามดังกล่าวหรือไม่
ภายหลังนัดตรวจพยานหลักฐาน นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากอดีต สส.ก้าวไกล ฝ่ายผู้คัดค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการต่อสู้คดี และกรอบระยะเวลาในการไต่สวนหลังจากนี้ ว่า ก่อนหน้านี้ทีมทนายความได้ยื่นบัญชีรายชื่อพยานไปมากกว่า 80 ปาก แต่มีการปรับลดลงเนื่องจากมีความซ้ำซ้อน และตัดประเด็นออกตามที่ศาลพิจารณา ล่าสุด ศาลฎีกาอนุญาตให้ฝ่ายผู้คัดค้านสืบพยานจำนวน 60 ปาก โดยศาลได้กำหนดกรอบเวลาให้ทางฝ่ายผู้คัดค้านนำเสนอตารางรายชื่อพยาน และประเด็นการไต่สวนภายใน 30 วัน
สำหรับพยานทั้ง 60 ปาก สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1.กลุ่มผู้คัดค้าน ตัวอดีต สส.คาดว่าบุคคลสำคัญอย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีต สส.พรรคก้าวไกล หัวหน้าพรรคประชาชน จะเข้าเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง แต่จะต้องมีการหารือเพื่อยืนยันตารางเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากทั้งสองท่านมีภารกิจสำคัญอย่างต่อเนื่อง
2.กลุ่มนักวิชาการ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อให้ความเห็นทางวิชาการที่ครอบคลุมมากกว่าประเด็นทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว
3.กลุ่มผู้รู้เห็นเหตุการณ์ เป็นผู้ที่รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ สส.ในสมัยดังกล่าว
เมื่อถามว่า รายชื่อพยานกลุ่มนักวิชาการ ว่าจะมีกลุ่มนักวิชาการด้านกฎหมายที่มีชื่อเสียง เช่น อดีตคณะนิติราษฎร์ มาร่วมเบิกความหรือไม่ นายนิธิ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทาบทาม และประสานงาน จึงขอสงวนรายชื่อไว้ก่อน และจะมีการอัปเดตให้ทราบในภายหลัง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับคิวพยานตามความสะดวก
เมื่อถามถึงประเด็นหลักที่ใช้ในการต่อสู้คดี นายนิธิ กล่าวว่า ประเด็นหลักของคดีนี้คือ การกระทำของฝ่ายผู้คัดค้าน 44 อดีต สส.ที่ไม่ได้เป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรม
นายนิธิ กล่าวอีกว่า ไทม์ไลน์ในการพิจารณาคดีนั้น คาดว่ากระบวนการสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านจะเสร็จสิ้นในช่วงเดือนพ.ค. 2570 ส่วนนานเกินไปหรือไม่นั้น ด้วยจำนวนพยาน และสภาพความซับซ้อนของคดี ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ได้เร็วหรือช้าจนเกินไป
นายนิธิ กล่าวด้วยว่า การที่มีพยานจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่ใช่การยื้อเวลาอย่างแน่นอน สังเกตได้ว่าศาลท่านก็อนุญาตตามที่เราร้องขอ เพราะศาลต้องการให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ทางเราเองก็ต้องการนำเสนอข้อเท็จจริง ความเห็น และพยานหลักฐานต่างๆ เข้าสู่สำนวนอย่างครบถ้วน ซึ่งต้องขอขอบคุณศาลที่เปิดโอกาสให้ได้นำเสนออย่างเต็มที่
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



