วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

'พยานโกง สว.' ซัด 'แสวง' เกียร์ว่าง ตัวการปล่อยฮั้วเลือกสว.

"สว.สำรอง" ชี้ "แสวง" เกียร์ว่าง ปล่อยโพย-ฮั้วเลือก สว. ด้าน "อดีตผู้ตรวจเลือกตั้ง" ชี้ 3 พิรุธ กกต.จัดเลือกสว. ขัดกฎหมาย ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค พิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” โดยมีพยานบุคคลร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ได้แก่ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์  สว.บัญชีสำรอง กลุ่มที่ 4 สาธารณสุข พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร สว. และ พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการการเลือก สว.  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยานทั้ง 3 คนนั้น ได้เล่าเหตุการณ์ในการเลือกสว.ระดับประเทศ ที่พบพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ กกต. โดยเฉพาะนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่เพิกเฉยต่อกระบวนการฮั้วเลือกสว. การพกโพยเข้าไปในพื้นที่เลือก แม้จะมีผู้ตรวจการเลือก สว. เข้าไปแจ้ง รวมถึง ผู้สมัคร สว. ที่ผ่านเข้ารอบประเทศเข้าไปร้องเรียนในวันเลือก สว. ระดับประเทศ

โดยนางศรินทร กล่าวว่า ในวันเลือกระดับประเทศพบว่ามีสว.กลุ่มใหญ่ที่มีสัญลักษณ์สวมเสื้อสีเหลือง สามารถถือแฟ้มสีดำเข้าไปในพื้นที่เลือกได้ ทั้งที่ กกต. ประกาศห้ามนำเอกสารใดๆ เข้าไปในพื้นที่เลือก ในการเลือกรอบไขว้ และก่อนหน้านั้นหลังการเลือกรอบแรกเสร็จ มีเจ้าหน้าที่ กกต. แจ้งให้ ผู้สมัครสว. คืนเอกสาร สว.3 แต่ประกาศให้สามารถจดเลขได้ ซึ่งไม่คิดว่าจะมีการโกงเกิดขึ้น นอกจากนั้นยังพบว่าในรอบไขว้มีคนถือแฟ้มเข้าไปในพื้นที่ทั้งที่กติกาไม่สามารถทำได้

“ดิฉันนั่งในในแถวเดียวกันกับนายประพนธ์  ตั้งศรีเกียรติกุล ทำให้ถูกเข้าใจว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้นายประพนธ์ได้พูดกับดิฉันด้วยว่าทราบหรือไม่ว่าผมมีพรรคการเมืองสนับสนุน ซึ่งดิฉันตอบกลับไปว่า ขอเป็นอิสระ"  นางศรินทร กล่าว

นางศรินทร กล่าวต่อว่า  ในช่วง 01.00 น. ตนเห็นว่ามีกระบวนการโกงเกิดขึ้น ตนจึงเข้าพบนายแสวง  แต่คำตอบที่ได้ คือ นายแสวงบอกว่า ทำเป็นกระบวนการทั้งหมด คนนั้นก็ทำคนนี้ก็ทำ กลุ่มที่ทำแล้วแพ้จะมาโวยวายทำไม ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นการเลือก ตนไปร้องศาล แต่ศาลบอกว่าไม่มีอำนาจในการฟ้องจึงทำขออุทธรณ์

นางศรินทร กล่าวต่อว่านอกจากนั้นแล้วหลังการเลือก ตนศึกษาคุณสมบัติผู้สมัครหลายคน พบบางคนที่มีคุณสมบัตติน่าสงสัย ระบุว่าเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย 10 ปี เป็นพยาบาลโรงพยาบาลสินแพทย์ แต่เมื่อตรววจสอบข้อเท็จจริง หน่วยงานทั้ง 2 แห่ง มีหนังสือตอบกลับว่าไม่พบประวัติว่าเคยทำงานด้วย ตนจึงทำเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2567 แต่จนถึงปัจจุบันเรื่องเงียบ ขณะที่บุคคลที่แจ้งคุณสมบัติเท็จยังดำรงตำแหน่งเป็น สว.

ขณะที่ พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าวว่ากระบวนการสมัคร สว. ระดับอำเภอ พบว่า ผู้สมัคร สว.บางคน มีบัตรประชารัฐ บางคนถูกตามทวงหนี้นอกะบบ  และมีหลายคนที่พบว่ามีผู้รับรองคนเดียวกัน หรือมีใบรับรองแพทย์ที่ออกจากแพทย์คนเดียวกัน แต่กกต. ปล่อยให้คนที่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาสมัคร ทั้งนี้ได้ทำเรื่องร้องไปยัง กกต. ตั้งแต่ปี2567 ชี้เป้าคนที่ไม่มีคุณสมบัติ และเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 กกต. แจ้งมาว่าประธานกกต. มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าให้ดำเนินคดีอาญากับ อสม. ทั้ง 7 คนที่ที่ตนชี้เป้าไป ส่วนอีก 13 คนให้ยกคำร้อง ซึ่งตนไม่เข้าใจเหตุผล เพราะคนที่เป็นอสม. ได้ต้องมีการอบรมและผ่านหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

“การเลือก สว. ผมและเพื่อนห็นอยู่กับหู รู้อยู่กับตา เห็นกันอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้ ถูกจับโยนทิ้ง ไม่ให้ขึ้นสู่เวที ดังนั้นประเด็นนี้คิดว่าจะต้องมีการปรับแก้ในเรื่องของการให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ ให้เป็นผู้เสียหายในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ยังขอฝากให้ฝ่ายค้านไป ถาม รมว.มหาดไทย ให้ตรวจสอบ ผู้อำนวยการ กกต.ระดับอำเภอ ที่เป็นคนพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครสว. 67  สามารถลิงก์ข้อมูลกรมการปกครองได้ทั่วประเทศ มีข้อมูลผู้สมัครอยู่ในคอมพิวเตอร์  จะรู้แล้วว่าใครคือพ่อแม่ลูกที่สมัครในคราวเดียวกัน ผัวเมียสมัครในคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย  แต่เขากลับปล่อยเกียร์ว่างไม่ทำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องนี้เอาไม้เรียวหวดก้นหน่อยดีหรือไม่” พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าว

'พยานโกง สว.' ซัด 'แสวง' เกียร์ว่าง ตัวการปล่อยฮั้วเลือกสว.

ขณะที่พ.ต.อ.มนัส ได้เปิดคลิปวิดีโอการส่งโพยเข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง และการเก็บโพย ในการเลือกสว. วันที่ 26 มิ.ย. 2567 ช่วงประมาณ 18.30 น. ซึ่งในคลิปมีการประกาศว่าไม่ให้เอกสารเข้าและพูดชัดว่าจะมีการแจก สว. 3 ฉบับใหม่ให้กับผู้สมัครที่ผ่านรอบเช้ามา ขณะที่คลิปที่สองเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เดินถามว่าคนไหนมีโพย และห้ามมีโพยพร้อมเดินเก็บโพย ในคลิปที่ 3 เป็นภาพของนายนิยม จันทร์เยี่ยม ผู้อำนวยการ  กกต.อุตรดิตถ์ ที่เก็บโพยมาเต็มกระเป๋า และลงบันทึกเซ็นเอกสารประจำหน่วยว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่นายแสวงกลับออกมาบอกว่าไม่มีอะไร

พ.ต.อ.มนัส กล่าวอีกว่า ตนคิดได้ 3 ข้อที่ทำให้การเลือก สว.ครั้งนี้มีความไม่ชอบมาพากล คือ 1.การจัดสถานที่เลือก สว. ตามกฎหมายให้เป็นความลับแต่กลับจัดในห้องแบบรวม 2.ระเบียบที่เขียนไว้ว่าให้ใช้หมายเลขเดิมตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับประเทศทำให้สามารถวางแผนฮั้วได้ และ 3.ประธาน กกต. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน แต่ปรากฏว่าตั้งลูกน้องนายแสวงมาสอบนายแสวงเอง กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาล มีเหตุสงสัยควรส่งฟ้องศาลไม่ใช่ยกเรื่อง

“กกต.อย่าทำตัวเป็นศาล ต้องส่งศาล ที่บอกว่าคะแนนซ้ำจะเป็นจริงหรือไม่ ขอให้เปิดหีบลงคะแนนเพื่อพิสูจน์การลงคะแนนฮั้ว ผมขอท้า กกต.ให้เปิดหีบพิสูจน์” พ.ต.อ.มนัส กล่าว